สรุปบทเรียน วิชา Health System Management 381703

 

 

หัวข้อ ที่ 1+2  Health Development Approaches &

                National Health Act  (ผศ.ดร.นพ. ปัตตพงษ์) วันที่ 12 ธค. 53

 

(การพัฒนาสุขภาพและ พระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ) 

 

-          อาจารย์ได้สอบถามถึงประสบการณ์ที่นักศึกษาปริญญาเอก+โท  แต่ละคนได้มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างไรในเรื่องของการพัฒนาสุขภาพและ พระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ บ้าง?

-          นักศึกษาได้ร่วมกันนำเสนอและอภิปราย  ในแต่ละบทบาทหน้าที่ของแต่ละคนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว  เช่น

-          ตัวผมในฐานะที่เป็นอาจารย์สอน นักศึกษาคณะทันตแพทย์ ม.ขอนแก่น  ซึ่งมีหน้าที่ผลิตทันตแพทย์ออกไปรับใช้สังคม  ซึ่งส่วนมาก(กว่า 90%) จะทำงานอยู่ในกระทรวงสาธารณสุข  ซึ่งต้องไปใช้ทุนที่โรงพยาบาลชุมชน  ทำให้ต้องมีการนำแนวคิด การพัฒนาสุขภาพและพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ ไปใช้ในการปฏิบัติงานจริง  ทำให้ผมในฐานะที่เป็นอาจารย์จำเป็นต้องสอนนักศึกษาให้ได้รู้และสามารถนำไปใช้ในการทำงานจริงๆ เมื่อจบการศึกษาไป  โดยเฉพาะการ ปฏิรูประบบสุขภาพซึ่งที่ผ่านมาได้มีการเปลี่ยนแปลงระบบสาธารณสุขครั้งใหญ่   โดยการให้การเรียนรู้จากของจริงมาประยุกต์ให้นักศึกาได้เรียนรู้จากสถานการณ์จริง  เช่น การออกภาคสนามในชั้นปีต่างๆ  และการไปฝึกปฏิบัติงานกับทันตแพทย์พี่เลี้ยงในโรงพยาบาลชุมชน  เสมือนได้ปฏิบัติงานเป็นทันตแพทย์ประจำโรงพยาบาลคนหนึ่ง  หน้าที่ของอาจารย์จะต้องเตรียมนักศึกษาทันตแพทย์ให้มีความพร้อมและมีความสามารถปฏิบัติงานได้จริง  ในที่สุดก็เพื่อไปพัฒนาสุขภาพของประชาชนและชุมชนให้มีสุขภาพดีขึ้นในที่สุด

-          ในส่วนของนักศึกษาป.เอกท่านอื่นๆ  ก็ได้อภิปรายและแลกเปลี่ยนบทบาทของตนเองในมิติและบริบทต่างๆที่แต่ละคนได้มีส่วนเข้าไปเกี่ยวข้อง  ในมุมต่างๆของการพัฒนาสุขภาพ  อาทิเช่น  นักวิชาการสาธารณสุขในสถานีอนามัย ได้มีส่วนผลักดันและการนำแนวคิดการปฏิรูประบบสุขภาพ  และเป็นนักปฏิบัติโดยการนำนโยบายจากเบื้องบนไปสู่การปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมจริงๆ  ซึ่งสรุปแล้วจะเห็นได้ว่า  ทุกๆคนและทุกๆ ส่วน สามารถมีส่วนเข้าไปเกี่ยวข้องกับการพัฒนาสุขภาพได้ในมิติต่างๆ ที่แต่ละคนได้เข้าไปเกี่ยวข้องทั้งทางตรงและทางอ้อม

 

-          Approach  ที่ใช้ในปัจจุบัน  ส่วนมากจะใช้ โมเดล สามเหลี่ยมเขยื้อนภูเขา ของอาจารย์ประเวศ  ในการขับเคลื่อนนโยบายและการพัฒนาต่างๆ  โดยสรุปพอสังเขปดังนี้

          

                         ปัญญา(องค์ความรู้)

 

 

 

 

สังคม(ภาคประชาชน)                                            นโยบาย(หน่วยงาน)

 

 

ในสมัยอดีต นิยมการทำงานแบบ สั่งการจากเบื้องบน------ลงล่าง      โดยสั่งการลงมาตามสายบังคับบัญชา  ซึ่งก็มีข้อจำกัดในหลายๆด้าน  ไม่ค่อยประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร  

-   ปัจจุบันจะต้องมีการใช้ทั้งสามส่วนในโมเดลของสามเหลี่ยมเขยื้อนภูเขา  คือ มีการใช้องค์ความรู้ที่ได้ทำการศึกษาวิจัยเพื่อหาสิ่งที่ดีในการทำงาน  แล้วนำไปกำหนดเป็นนโยบายที่ดี  ส่งผลให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมกำหนดนโยบาย  โดยทำให้เครือข่ายภาคประชาชนให้เข้มแข็งเพื่อทำให้มีการพัฒนาในส่วนตางๆที่ดี  รวมถึงการพัฒนาสุขภาพที่ดีด้วย

 

 

แบบจำลองการทำงานสาธารณสุขในอดีต--------ปัจจุบัน  ซึ่งอาจารย์ได้นำเสนอให้เห็นภาพกว้างๆ ดังนี้

 

ภาวการณ์เจ็บป่วย                      1*care           2*+3* care           Local

                                                                                 Government

 

 

  1. Healthy             Community                          องค์กรส่วนท้องถิ่น
  2. Asymtomatic         Care                                   +ect.+เอกชน
  3. symptomatic
  4. Disease
  5. Disability
  6. Dealth

 

 

 

 

 

-          จากรูปข้างบนควรมีการเชื่อมโยงทั้งสามส่วนนี้ เข้าด้วยกัน

-          และควรมีการจัดทำนโยบายสาธารณะ เพื่อสุขภาพ ซึ่งการใช้การประเมินผลกระทบทางสุขภาพ ( Health Impact Assessment   HIA.)  เป็นเครื่องมือหนึ่งที่จะใช้ประเมินว่านโยบายสาธารณะที่จัดทำขึ้นนั้น  มีความเหมาะสมหรือไม่อย่างไร?  ตัวอย่างเช่น  การพัฒนาเกษตรไทยที่เอื้อต่อสุขภาพ  ผลกระทบสุขภาพจารการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด  etc.

-          ซึ่งในปัจจุบันมีเวทีที่จะใช้ร่วมกันในการกำหนดนโยบายสาธารธที่เอื้อต่อสุขภาพ  ซึ่งถือว่าเป็นทางออกหนึ่งคือ  เวทีสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ  ซึ่งเป็นเวทีปะทะสังสรรค์เพื่อแก้ปัญหายากๆ ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย

-          แนวทางการพัฒนาสุขภาพนั้น  ปัจจุบัน นิยมใช้แนวคิดของการสร้างเสริมสุขภาพ  ตามกฎบัตรออตตาวา  เป็นต้นแบบในการพัฒนาเป็นส่วนหญ่โดยประกอบไปด้วย

  1. นโยบายสาธารณะเพื่อดสุขภาพ
  2. สิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาพดี
  3. การพัฒนาทักษะของประชาชน
  4. การสร้างชุมชนให้เข้มแข็งเพื่อเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาระบบสุขภาพ
  5. ปรับทิศทางการลงทุนทางสาธารณสุข  จากการเน้นที่การบริการมาเป็น  การสร้างเสริมสุขภาพ

-          โดย Approach  ที่ใช้ก็ยังคงเป็น  การใช้สามเหลี่ยมเขยื้อนภูเขาเช่นเคย  โดยจะเห็นถึงความสำเร็จในเรื่องด้งกล่าวที่ใช้หลักการสามเส้าคือ

  1. กฎหมายประกันสังคม
  2. กฎหมายหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
  3. สสส.
  4. กฎหมายควบคุมบุหรี่
  5. การใช้สิทธิบัตรยาเพื่อสาธารณะโดยรัฐ
  6. โครงการถุงยางอนามัย 100%

Etc.

   

พระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ 2550   มีประเด็นพูดคุยดังนี้

 

-          คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (คสช.)  ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน

-          คะกรรมการได้มาจาก  การสรรหามาจากตัวแทนทุกภาคส่วน  โดยมี สำนักงานเลขาธิการ(สช.) เป็นกลไกหลักในการดำเนินงานให้เป็นไปตามกฎหมาย  และยังมีกลไกการจัดสมัชชาสุขภาพในทุกระดับ  เมื่อมีมติจากสมัชชาสุขภาพ  จะมีการนำเสนอมตินั้นเข้าสู่ คมช.  แล้ว  คมช.จะนำเสนอต่อ  ให้คณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบ  แล้วนำไปปฏิบัติต่อไป

-          มีกลไกการประเมินผลกระทบด้านสุขภาพจากนโยบายสาธารณะ

-          มีกลไกการจัดทำ ธรรมนูญสุขภาพ ซี่งมีการกำหนดให้มีการปรับปรุงทุก ห้าปี

-          เพิ่มสิทธิ และ หน้าที่ ของประชาชนด้านสุขภาพ อาทิเช่น

          -  ข้อมูลด้านสุขภาพถือเป็นความลับ

          -  บุคลากรต้องแจ้งข้อมูลให้ผู้ป่วยทราบ

          -  สิทธิการปฎิเสธการรักษา

         -   สิทธิการปฎิเสธไม่เข้าร่วมการทดลอง/วิจัย

-    โดยระบุในมาตรา 11  ซึ่งเกี่ยวข้องกับการประเมินผลกระทบสุขภาพจากนโยบายสาธารณะโดยตรง(HIA)

-    อาจารย์ได้แจกสำเนาแผนงานของ  สสส. ให้นักศึกษาอ่าน  และร่วมกันอภิปราย  แต่เนื่องจากกว่าจะได้อ่าน  ก็ใช้เวลาในการคัดสำเนาเอกสารนาน  ทำให้อาจารย์จะต้องช่วยสรุปภาพรวมเกี่ยว สสส. ดังนี้

ข้อดี

  1. มีความคล่องตัวสูง
  2. มีการประเมินเข้มข้นทุกๆส่วน ซึ่งประเมินทั้งตัวผู้จัดการและโครงการต่างๆ  โดยดูที่ผลลัพธ์ที่ได้  ซึ่งไม่เหมือนการประเมินแบบราชการทั่วไป
  3. ใช้โมเดล สามเหลี่ยมเขยื้อนภูเขาในการขับเคลื่อน
  4. มีการใช้ Approach ของ Ottawa Charter  ในการกำหนดกลยุทธ์ในการทำงาน
  5. สร้างความตระหนักให้ประชาชนโดยการใช้ Mass Media  ได้เป็นอย่างดี
  6. มีมาตราการกระตุ้นและจุดประกายภาคประชาชนให้มีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายและการประเมินผลกระทบจากนโยบายสาธารณะ

ซึ่ง สสส. มีผลงานมากมายแต่ใช้งบประมาณ แค่เพียง 0.6 % ของงบกระทรวงสาธารณสุข

 

-           ตอนท้ายชั่วโมงอาจารย์ได้เปิด DVD ให้ดู เรื่อง Food Inc.(กรณีศึกษาจาก อเมริกา)  ซึ่งสามารถสรุปความได้ว่า

-          บริษัทผลิตอาหารในอเมริกาได้มีการพัฒนาจากอดีต------ปัจจุบัน เป็นอย่างไร?    จากภาพยนตร์ได้สะท้อนให้เห็นว่า แต่ก่อนนั้นผลิตอาหารได้เป็นมิตรกับธรรมชาติ  โดยใช้วิถีธรรมชาติและผลิตได้พอเพียงกับชุมชนและประเทศของตน  จนเกิดเป็ธุรกิจการผลิตอาหารที่ใช้เทคโนโลยี่สมัยใหม่ที่สามารถควบคุมค่าใช้จ่ายต่อหน่วยผลิตให้น้อยลงและให้ผลผลิตจำนวนมากๆ  ผลิตได้เป็นจำนวนมาก  โดยอาจละเลยผลกระทบทางสุขภาพที่อาจจะเกิดขึ้นจากกระบวนการผลิต ซึ่งว่าเป็นค่าใช้จ่ายแอบแฝง(ที่ไม่ได้เกิดกับบริษัทผู้ผลิต)  แต่เป็นผลกระทบกับผู้บริโภค  เช่น กรณีของการปนเปื้อนของ เชื้อ E.Coli  ในเนื้อแฮมเบอร์เกอร์  ซึ่งส่งผลให้ลูกชายของนักต่อต้านธุรกิจอาหารที่ไม่ปลอดภัยกับผู้บริโภค  ได้เสียชีวิตลงกับกรณีดังกล่าว  โดยบทสรุปจากภาพยนตร์จะพูดถึงว่า เราสามารถผลิตอาหารให้ปลอดภัยกับผู้บริโภค ทั้งยังสามารถทำกำไรได้ด้วย แต่ไม่ได้ละเลยวิถีของธรรมชาติ   พูดง่ายๆ คือ  วิถีธรรมชาติก็ยังเป็นสิ่งที่ยั่งยืนกว่าการใช้เทคโนโลยี่สมัยใหม่ที่อาจจะเป็นอันตรายต่อคนและต่อโลกได้ในที่สุด  ซึ่งจากกรณีของ อเมริกาทำให้สะท้อนถึงธุรกิจอาหารในประเทศไทย ซึ่งกำลังดำเนินรอยตาม อเมริกา ไปในแนวทางเดียวกัน ถ้าไม่ฉุกคิดหรือช่วยกันรณงค์หรือทำให้กลับไปสู่วิถีธรรมชาติ  ก็อาจจะเกิดโศกนาฏกรรมหลายๆกรณี  เช่นเดียวกับที่เกิดขึ้นใน อเมริกาก็เป็นสิ่งที่ไม่เกินเลยไปอย่างแน่นอน

 

สรุปบทเรียน รศ. นพ.สมเดช (26 พ.ย. 53) 

 

Health Information management

 

-  Information  หมายความว่า  ข้อมูลที่ได้นำมาวิเคราะห์และสังเคราะห์ออกมาในรูปที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้หลายทางๆ   อาจารย์ได้ยกตัวอย่างข้อมูลที่เกี่ยวกับระบบสุขภาพในหลายๆมิติที่อยู่ในรูบของสารสนเทศ  ซึ่งไม่ใช่แค่ข้อมูลดิบเท่านนั้  จะต้องมีการแปลความและจัดการข้อมูลให้อยู่ในรูปที่จะสามารถสื่อสารกับผู้ที่เกี่ยวข้องให้เข้าใจตรงกันและสามารถนำไปใช้ประโยชน์ต่อไปได้

      เช่น   การวัความดันของกลุ่มตัวอย่างหนึ่งที่เป็นกลุ่มเสี่ยง  แต่ผลออกมาให้ค่าที่ต่ำ  กว่าความเป็นจริง   อาจารย์ถามนศ.ว่าอาจจะเกิดจากอะไรได้บ้าง  อภิปรายกันแล้วอาจารย์สรุปได้ว่าอาจจะเกิดจาก

  1. เกณฑ์ที่ใช้ในการคัดกลุ่มตัวอย่างเข้ามาอาจจะไม่ถูกต้อง
  2. เครื่องมือที่ใช้วัดอาจจะไม่มีความถูกต้อง  ไม่ไวพอ..
  3. ผู้ที่ทำการวัดอาจจะไม่ได้มาตรฐาน  etc…

 

   ข้อมูลข่าวสาร

 

 

    Health Information          ข้อมูลข่าวสารด้านสุขภาพ

                                                                     คน(กาย ใจ  สังคม  ปัญญา)

 

 

   Health  System      

 

 

 

 

 

 

 

-อาจารย์  ยกกรณีศึกษาของการบูมของ  ฮุลาฮูบ  ในปัจจุบัน  ซึ่งถามว่าจะทำอย่างไรให้ยั่งยืน?    -ก่อนอื่นต้อง  มี ฐานข้อมูลที่เป็น  Database  ก่อน  โดยอาจจะทำการสำรวจข้อมูลพื้นฐานต่างๆ  เกี่ยวกับฮูลาฮูบ  เช่น  -ข้อมูลของคนที่มีฮูลาฮูบ

                                                                             - จำนวนคนที่เล่นเป็นประจำ

                                                                             - แล้วทำการเปรียบเทียบข้อมูลต่างๆทีได้มาว่าเราจะทำอย่างไรให้เกิดความยั่งยึน

  อาจจะทำได้หลายๆทาง  เช่น  -  จัดให้มีการแข่งขันบ่อยๆ  ทั้งภายในกลุ่ม    ภายนอกกลุ่ม  นอกหมู่บ้าน  ระดับอำเภอ  จังหวัด  etc...

    เพื่อให้มีกิจกรรมแบบต่อเนื่อง

        -จัดทำบัญชีการเล่น  ว่าใครเล่นเป็นประจำแล้วมีรางวัลล่อใจ   ประกาศเกรียติคุณ  เพื่อเป็นแบบอย่างให้คนอื่นเอาตาม

       -   หลังจาผ่านไป4-5 เดือนวัดสุขภาพของผู้ที่เล่นเป็นประจำ  วัดดัชนีมวลกาย  หรืออื่นๆ  เพื่อชี้ให้เห็นถึงสุขภาพที่ดีขึ้นของผู้เล่นเป็นประจำ  เพื่อจูงใจให้ปผู้อื่นทำตาม

 

- Health  Resource    ทรัพยากรเกี่ยวกับสุขภาพ

      1.  คน (Personnel)

    2.  เครื่องมือ  วัสดุอุปกรณ์

       3. Supply(งบประมาณ  ยา  เวชภัณฑ์ อื่นๆ)

       4.  Social& Environment    -  เครื่องมือ 7 อย่างของการศึกษาวิถีชีวิต

                                                                              ชุมชน

                                                          

-  อาจารย์ยกตัวอย่างกรณีศึกษา  ว่า  ไปโรงพยาบาลหนึ่ง  เพื่อไปหาข้อมูลว่ามีการปฏิบัติงานเป็นอย่างไร   มีปัญหาอะไร   มีเจ้าหน้าแย่งกันตอบใหญ่  ส่วนมากจะบอกว่า  มีปัญหามากมาย  เช่น

   -หมอมีน้อย

  - ไม่มีงบประมาณสนับสนุน

  -  ขาดแคลนวัสดุ+อุปกรณ์

 -  มีความขัดแย้งมากมาย     

ซึ่งจะเห็นว่าถ้าฟังอย่างเดียวแล้วผู้ที่ไปนิเทศติดตาม  ไม่มีข้อมูลสารสนเทศประกอบในเรื่องดังกล่าวก็อาจจะเผลอเชื่อไปว่ามันเป็นเช่นนั้นจริงๆ....แต่เมื่อมีข้อมูลประกอบในเรื่องต่างๆ   ก็จะสามารถวิเคราะห์และให้ความช่วยเหลือได้ตรงจุดตรงประเด็น

 

-          NHES 4 ( National  Health  Examination  Survey 4)

อาจารย์  ได้ยกถึงการ  สำรวจ สภาวะสุขภาพแห่งชาติครั้งที่ 4  ของประชาชนทั้งประเทศว่ามีความเป็นมาอย่างไร   มีขบวนการจัดทำเป็นอย่างไร  ซึ่งจะมีทั้งการตรวจร่างกาย+การสัมภาษณ์  ถึงพฤติกรรมเสี่ยงต่างๆ

จัดทำโดย สสท.(สำนักงานสำรวจสุขภาพประชาชนไทย)   ร่วมกับหน่วยงานภาคีอีกหลายหน่วยงานเช่น  สสส.  สวรส.  มหาวิทยาลัยตางๆ...

มีกลุ่มเป้าหมายที่สำรวจ 4 กลุ่มใหญ่ๆคือ

  1. 1-5 ปี
  2. 6-14 ปี
  3. 15-59 ปี
  4. >60 ปี

โดยมีทั้งในเมือง+นอกเมือง

มีวัตถุประสงค์คือ

 1.  Wealth  คล้ายกับ จปฐ.  ดูว่ามี  ทรัพย์สินอะไรบ้าง   ส้วม  น้ำดื่ม  ใช้สำรวจข้อมูลทางอ้อม

2.  Health  ทั้งกาย+ใจ   ความอยู่ดีกินดี

3.  Behavior   health  or  not   :  social&physical  risk 

 

-          Method  in  the  field

  1. Find  target  samples
  2. Presurvey&iodine  test
  3. Appointment with  documents  (NPO . in  Adult)
  4. Register
  5. Physical  Exam:  BP.& other….
  6. Blood Exam>15 year
  7. Interview  by  ouestionare
  8. Health  education

เมื่อตรวจเสร็จทุกอย่างแล้ว  ก็มีการมอบของที่ระลึกเล็กๆน้อยๆ เป็นน้ำใจ

-  จะเห็นว่ากว่าจะได้ข้อมูลที่สมบูรณ์ถูกต้องมีขั้นตอนมากมาย  ซึ่งถ้าจัดการไม่ดีก็อาจจะไม่สามารถได้ข้อมูลที่ถูกต้องน่าเชื่อถือได้   ต้องมีการจัดการทั้งสถานที่   คน    กลุ่มตัวอย่าง  ยานพาหนะ อื่นๆ  อีกมากมาย

- สรุป 

1.  Clear  object

2.  Clear  task&activities

3.  Teamwork

4.  Co-operation

5.  Love+spirit

 

 

-          Health  Information  Management 

-          มีววัตถุประสงค์เพื่อ

  1. Situation  Analysis  วิเคราะห์สถานการณ์  ( คน  เงิน  ของ  เครือข่าย)
  2. Planning  ดูจาก ข้อมูลที่วิเคราะห์มาจากข้องบน
  3. Mornitoring  ควบคุมกำกับดูแลให้เป็นไปตามแผนที่วางไว้  แล้วมีการประเมินผลแล้วก็กลับไปปรับปรุงแก้ไขสิ่งต่างๆที่ไม่เป็นไปตามแผน  คล้ายๆกับวงจรพัฒนาคุณภาพนั่นเองคือ

    P          D                 C               A

 

สรุปบทเรียน รศ.นพ.สมเดช 

วันที่17 ธ.ค. 53

REFER&EMS.

 

-REFER is คือ  การส่งต่อ  การพาดพิงถึง (reference)

-EMS.  (Emergency  Medical Service)  คือ การช่วยเหลือกรณีฉุกเฉิน

-การส่งต่อ  มีวัตถุประสงค์ ดังนี้

   1.  Investigation  เพื่อ  ยืนยันการวินิจฉัย   หรือไม่มีความสามารถวินิจ

ฉัย(ไม่รู้ว่าเป็รโรคอะไร)

  2.  Proper  Management  การบริหารจัดการการักษา  หรือเรื่องอื่นๆที่เหมาะสม

  3.  Care  After  Cure  ส่งต่อจากบน----ล่าง  เพื่อดูแลต่อหลังจาการรักษาที่ยุ่งยากเสร็จสิ้น  เช่นการผ่าตัด  การกายภาพบำบัดที่โรงพยาบาลใกล้บ้าน etc.

  4.  Emergency  Management 

1.  Investigation  -criteria  คือ

    -  Make Dx.

  -Confirm  Dx.

  -Arts  Management  สำหรับการจัดการที่เหมาะสมในการส่งต่อ  อาจจะต้องใช้ศิลปะ ในการพูดจาและการจัดการร่วมด้วย    ส่งต่อเพื่อความสบายใจ  หรือ แพทย์ที่อยู่โรงพยาบาลตติยภูมิพูดชมแพทย์ที่อยู่โรงพยาบาลปฐมภูมิว่าเก่งน่ะ  สามารถวินิจฉัยโรคได้ถูกต้อง

2.  Proper  Management   กรณีศึกษา  เรื่องความผิดพลาดจากการผ่าตัดไส้ติ่งที่รพ.ชุมชนแห่งหนึ่ง  ซึ่งไม่มีแพทย์ดมยา  ต้องใช้แพทย์หรือบุคลากรเท่าที่มีในการจัดการการผ่าตัดแล้วคนไข้เสียชีวิต  กฎหมายบอกว่าผิด  ทำให้แพทย์ที่อยู่รพ.ชุมชนไม่กล้าผ่าตัด  แม้จะเป็นงานที่สามารถทำได้  ทำให้ต้องส่งต่อเข้าสู่รพ.ใหญ่ๆ  ส่งผลให้คิวผ่าตัดที่รพ.ใหญ่ๆแน่นมาก  ไม่สามารถทำงานที่ยากๆ  ได้ 

-Method  of  Refer

   1.  Criteria

  2.  Tools& Equipment  - Vehicle  เป็น แบบ  specific/Multipurpose

                                      -  Equipment  เตรียมไว้ในรถ Refer  เป็นพื้นฐาน

                                      -  Drug  Supplies  จำพวกยาฉุกเฉิน

3.  Personnel   ต้องมีการพัฒนาให้มีศักยภาพเพียงพอ

4.  Systems  - UC (Universal Coverage)/ Others

                    - Rotation/Fix person

                   -  Financing

EMS = Emergency  Medical Services (1669)  ตลอด 24 ชั่วโมง

    เมื่อโทรมาแล้วควรแจ้ง  -  อาการบาดเจ็บ  จำนวนผู้ป่วย

-           สถานที่และเส้นทางที่สะดวก

-          หมายเลขโทรศัพท์ ของคนที่โทร

-          ไม่คิดมูลค่า

-เฉพาะฉุกเฉินเท่านั้น

-ระบบ รีเฟอร์ในปัจจุบันอาจจะไม่จำเป็นต้องฉุกเฉิน

-พัฒนาบุคลากรให้มีความสามารถพาคนไข้มาถึงปลอดภัยได้อย่างไร

-ระบบรถ+ การสื่อสารที่ดี

 

-หลังจากบรรยายเสร็จแล้ว  อาจารย์ให้ดูวีดีทัศน์  เรื่อง  EMS

  -ซึ่งจากการดู  จะเห็นว่า   “คน”  สำคัญที่สุดในระบบ EMS  เพราะคนเป็นทุกสิ่งทุกอย่างในระบบ

- อยากให้มีการพัฒนาระบบนี้ลงไปถึงระดับตำบล(อบต.)  เช่นเรื่องง่ายๆ  การจัดการคนกระดูกหัก  เป็นต้น

-  ทำอย่างไรที่จะ พัฒนาคน  จำเป็นต้องมีข้อมูลพื้นฐานด้านอุบัติเหตุ  ดู evidence  แล้วค่อยไปเสนอต่อ  นายก  อบต.  เพื่อพัฒนาคนต่อไป

 

.......................................................................................................................................................

สรุปบทเรียน วิชา Health  System Management

ผศ.ดร. ปัตตพงษ์

วันที่ 24 ธ.ค. 53

Strategic  planning and Balancedscore card  &  Roles of Civil Society Organization( CSO)

-           อาจารย์พูดถึงประสบการณ์ที่ไปบรรยายเรื่อง เครื่องมือ 7 อย่างในการวินิจฉัยชุมชนของ หมอโกมาตรที่ เมือง โอกินาวา  ประเทศญี่ปุ่น  ซึ่งมีคนอายุมากที่สุดในโลกอาศัยอยู่ที่เมืองนี้  มีการลงชุมชนเพื่อทำแผนที่เดินดินเพื่อฝึกปฏิบัติจริงๆ  คนเมืองนี้มีวิถีชีวิตที่อิงแอบกับธรรมชาติ  อยู่อย่างพอเพียง  ทำการปลูกผัก ปลอดสารพิษ  และไม่ใช้ปุ๋ยเคมี  รับประทานกันเอง

-          อาจารย์ถามถึงประสบการณ์ของนักศึกษาแต่ละคน  ว่าเคยมีประสบการณ์ทำแผนกลยุทธ์หรือไม่อย่างไร?  แล้วมีความประทับใจและไม่ประทับใจตรงไหน?

    แต่ละคนได้นำเสนอในมุมมองของประสบการณ์ของแต่ละคน  เช่นต้องมีการทำตัวชี้วัด  แผนกลยุทธ์  แผนต่างๆ ต้องมี  Alignment  มีหลายระดับ  และต้องมีความสอดคล้องกัน

       -    อาจารย์พูดถึงปัญหาของประเทศไทยเรื่องการวางแผนกลยุทธ์  คือ  Alignment  ไม่ค่อยดี  เช่น

             ประเทศไทยขาดแคลนแพทย์ที่จะไปอยู่ในชนบท   แต่รัฐบาลประกาศนโยบายเรื่อง  Medical  Hub

              ซึ่งทำให้เกิดการไหลของแพทย์เข้าสู่โรงพยาบาลเอกชนมากยิ่งขึ้น   ส่งผลให้การขาดแคลนแพทย์

               ในชนบทรุนแรงมากขึ้นไปอีก

-          ควรมีเข็มมุ่งจากผู้บริหารระดับสูง  ส่วนใหญ่ในไทย  การวางแผนจะเป็นแบบ  top----down  มาก  จริงๆแล้วกระบวนการวางแผนควรให้ทุกๆฝ่ายได้มีส่วนร่วมในการวางแผนจะดีมาก  โดยใช้ทั้ง  แบบ  top-------down  และ  bottom---------up  โดยใช้  evidence  สนับสนุน

-          ผู้นำควรมีวาทกรรมที่จับใจและจูงใจให้ผู้ปฏิบัติตามมีพลังในการจูงใจ  เช่นสมัย  คูรทักษิณ  ที่มีความเด่นในรื่องนี้

-          ต้องมีการประเมินสถานการณ์(SWOT)  ซึ่งเรื่องเดียวกันอาจจะมองได้คนละแบบ  บางคนอาจจะมองเป็น  จุดแข็ง  บางคนอาจจะมองเป็นจุดอ่อน  มองว่าเป็นโอกาสหรือข้อจำกัด 

-          ผู้บริหารมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการผลักดันให้แผนต่างๆประสบความสำเร็จ  ซึ่งในปัจจุบัน  TQA  มีการประเมินในส่วนของผู้บริหารด้วย

-          อาจารย์ให้ดู  วีดีทัศน์  “ชุมชนไม้เรียง”  ซึ่งอยู่ที่อ.ฉวาง จ.นครศรีธรรมราช  เป็นประสบการณ์ในการแก้ปัญหาของชุมชน  ที่ทำให้สามารถแก้ไขปัญหาได้สำเร็จ  ซึ่งสอดคล้องกับกระบวนการวางแผนกลยุทธ์โดยบังเอิญ    โดยถูกเรียกว่า  “แผนแม่บทชุมชน”  ซึ่งทำให้ได้เรียนรู้จากเรื่องดังกล่าวดังต่อไปนี้

                    -  เรียนรู้จากปัญหา   แล้วนำปัญหานั้นมาพูดคุยกันอย่างไม่เป็นทางการ   วิเคราะห์---ทุกคนรู้สึกว่าเป็นปัญหา----จุดเด่นคือทุกคนรู้สึกว่ามีคุณค่า-----มีผู้นำที่ดี---คนเป็นทรัพยากรที่สำคัญที่สุด---ดึงศักยภาพของแต่ละคนแต่ละหมู่บ้านมาช่วยกันแก้ปัญหา----เรียนรู้ทุกๆสิ่งที่อยากรู้----ใช้ข้อมูลจากการเก็บรวบรวมข้อมูล   ไม่ใช่ความรู้สึก-----กระจายความรับผิดชอบทุกๆครัวเรือน

                   -   สรุปบทเรียนจากวีดีทัศน์นี้คือ.....คุยกัน  อย่างไม่เป็นทางการ

                                                                      ทุกคนรู้สึกว่าเป็นปัญหา

                                                                   สำรวจข้อมูล-----ใช้ Fact----แบบสอบถาม

        มองแบบบูรณาการเป็นองค์รวม

                                                      แก้ปัญหา----ทางเลือก------แบ่งงานกันทำ----รับผิดชอบร่วมกัน

       ใช้คุณธรรม+จริยธรรม+วัฒนธรรม                                    (Assembly line)

         เป็นฐานรากของชุมชน                           เป้าหมายเปลี่ยนจาก  เงินเป็น----ความสุข---ความพอเพียง

            (เกิดความภาคภูมิใจ)                                                 ความยั่งยืน  เกิดการขยายต่อยอด(Evolution)

                                                                                               ค่อยๆทำจากเล็กไปหาใหญ่

 

-          อาจารย์ได้พูดถึง  Logical  Framework  ในการวางแผน  เคยได้รับความนิยมมากในช่วงหนึ่ง  โดยมีกรอบดังนี้

                                          KPI                            Verify             Source                       Assignment

Goal(ยาว)

Purpose(กลาง)

Object(สั้น)

Output

Process

Input

********โดยต้องมีความสอดคล้องกันไปทั้ง  Input—Process---Output—Objective—Purpose---Goal

Balanced  Scorecard

-          เริ่มต้นจาก  ธุรกิจ-----ข้าราชการ

          OUTCOMES      1.  FINANCE

                                      2.  CUSTOMER

           OUTPUT

 

           PROCESS         3.  INTERNAL  PROCESS

 

            INPUT              4.  LEARNING + GROWTH

-          พยายามทำให้  สมดุลทุกๆมิติ  โดยพยายามเน้นไปที่  LEARNING + GROWTH  เพื่อความยั่งยืน (พัฒนาคน, องค์กรไปพร้อมๆกัน)

-          ข้อดี   ---เป็นกรอบให้คนในองค์กรคิดให้ครอบคลุม   ควรทำให้เชื่อมโยงเป็น  Diagrame  ให้ได้  เพื่อให้เห็นภาพรวมขององค์กร  เป็นการสื่อสาร  ให้ทุกๆคนขององค์กรเห็นถาพใหญ่ทั้งหมด

-          อาจารย์  คลิก สไลด์ให้ดูทฤษฎีการวางแผนกลยุทธ์อย่างเร็วๆ   โดยให้นักศึกษาไปขยายความเอาเองตามความเหมาะสม   ในส่วนของ  ผมขยายความเป็นดังนี้

     SWOT  -  MODEL    [ Henry Mintzberg ]

วิเคราะห์สถานการณ์ปัจจุบัน 

V.

 

                            

  วิเคราะห์ปัจจัยภายนอก

O / T

      วิเคราะห์ปัจจัยภายใน

S / W

            Vision

             Mission

Goals

       Objective

                สร้างกลยุทธ์

               1. …….

 2. …….         (เลือก)กลยุทธ์

               3. …….

 

นำกลยุทธ์ไปปฏิบัติ

                 

 

     การควบคุม / ประเมินผล

                 

Feedback

Feedback

VI.

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                              

 

วิเคราะห์ / ประเมินสภาพแวดล้อมภายนอก

            ก่อนที่องค์การจะกำหนดกลยุทธ์  ฝ่ายบริหารต้องตรวจสอบสภาพแวดล้อมภายนอก  เพื่อประเมิน  โอกาส(Opportunities) (O) และ  ข้อจำกัดหรือภาวะคุกคาม(Threats) (T)  โดยสภ