เราจองตั๋วรถไฟจากเมือง Edinburgh ไปยังเมือง Manchester ล่วงหน้าถึง 3 เดือน ราคาเพียง 15.5 ปอนด์เท่านั้นเองค่ะ  โดยจองจาก www.Thetrainline.com เช่นเคย  โดยต้องออกจากสถานี Edinburgh waverldy ตอน 14.08 น. และจะไปถึงสถานี Manchester Piccadilly เวลา 17.27 น.ค่ะ  ตอนที่เราจองตั๋วเราก็สงสัยกันค่ะว่าทำไมเวลาจะต้องเป็นแบบนี้  แต่รถไฟมันออกเวลาแบบนี้จริงๆ ค่ะ และก็ถึงปลายทางเวลาแบบนี้ด้วยจริงๆ  แต่ก็มีเรื่องตื่นเต้นอีกแล้วค่ะ  ก็ตอนที่เราจะต้องมาออกตั๋วจากเจ้าเครื่องขายตั๋วอัตโนมัติ  ปรากฏว่า  เราโกยตั๋วออกมาไม่หมดค่ะ  หายไป 1 coupon  อย่าลืม check ให้ดีนะคะตอนที่โกยตั๋วออกมา  พอรู้ตัวว่าตั๋วไม่ครบก็รีบวิ่งกลับไปยังตู้เดิมปรากฏว่าตั๋วยังค้างอยู่อีก 1 ใบค่ะ ก็ตั๋วของเรานั่นแหละ โชคดีมากเลยค่ะเพราะนานเหมือนกันกว่าที่เราจะรู้ตัวกัน  ยังคิดอยู่เลยว่า ถ้าตั๋วหายไปจริงๆ จะต้องไปคุยกับฝรั่งเนี่ยต้องพูดยังไงบ้าง  ถ้าต้องทำจริงๆ ล่ะก็ เมื่อยมือแย่เลย..

     อ้อ ไหนๆ ก็เล่าถึงตู้ขายตั๋วอัตโนมัติแล้ว  อย่างที่เคยบอกว่าเจ้าตู้นี่มี 2 แบบ  แบบนี้เป็นตู้ที่ไม่ต้องใส่ Collection reference  ค่ะ เค้าจะแจ้งมาใน e-mail ของเราว่ามีตัวอะไรบ้างที่จะต้องกรอก แบบนี้ค่ะ Collection ref: C63NXX3H ถ้าเป็นตู้สีแดง พอเราเสียบบัตรเครดิตใบที่ใช้ซื้อตั๋วทาง internet เข้าไป เครื่องมันก็จะอ่านแล้วก็ปล่อยตั๋วออกมาให้เราเลย  แต่ถ้าเป็นตู้สีน้ำเงินมันจะให้เรากรอก collection reference ก่อนถึงจะปล่อยตั๋วมาค่ะ  คือต้องคอยอ่านคำสั่งมันด้วย  แนะนำให้ใช้สีแดงดีกว่าค่ะ สะดวก รวดเร็วดี

     พอไปถึงสถานี Manchester Piccadilly ตามเวลาเป๊ะ  ออกจากรถไฟได้ก็เริ่มตามหาที่พักค่ะ  ที่นี่เค้ามีคนบริการที่เรียกว่า City information center คือเค้าจะคอยบริการนักท่องเที่ยว  พอเค้าเห็นเราทำท่าเงอะงะ ถือแผนที่ ลากกระเป๋า ทำนองนี้ เค้าก็จะรี่เข้ามาแนะนำตัวเองว่าเค้าเป็นใคร  มีหน้าที่อะไร  และก็ถามว่า “Do you need some help?  ดีมากเลยค่ะ เราก็เลยยื่นที่อยู่โรงแรมให้และถามว่าจะไปที่นี่ได้ยังไง  เค้าก็อธิบายว่าจะต้องไปยังไง  คือเราจะต้องเดินทางโดยรถบัส ซึ่งสถานีรถบัสก็อยู่ไกลพอสมควรจากสถานีรถไฟ  เราก็เลยต้องแวะถามเจ้าหน้าที่ของรถบัส เค้าจะเรียกว่า inspector ซึ่งจะใส่เสื้อสีสะท้อนแสงเป็นสัญลักษณ์ อีกรอบ ก็ได้รับคำแนะนำที่ดีค่ะ  ได้แม้กระทั่งสายรถเมล์ที่เราจะไปได้ด้วย  สองกะเหรี่ยงก็เดินลากกระเป๋ากันต่อไปจนถึงสถานีรถบัสจนได้ค่ะ  ทีนี้พอเห็นรถสาย 42 ที่จะต้องขึ้นแล้วก็แอบดูคนก่อนหน้า  คือเค้าจะเข้าแถวกันขึ้นรถเป็นระเบียบมาก ไม่มีใครแซงใคร  ขึ้นไปบนรถก็จะบอกปลายทางกับคนขับ  คนขับก็จะบอกว่ากี่ปอนด์ แล้วจ่ายตังค์พร้อมทอนตังค์กันเสร็จสรรพ  พอถึงตาเราก็ยื่นที่อยู่โรงแรมให้พร้อมกับถามเค้าเลยว่า รถนี่ผ่านใช่มั๊ย คุณลุงคนขับเค้าใจดีมากเลยค่ะ  เค้าก็บอกว่ารถนี่ผ่านแหละเดี๋ยวถ้าถึงแล้วเค้าจะบอกให้ลงนะ  ตกลงเราสองคนก็ได้ใช้ตั๋ว plusbus day แล้ว นั่งรถไปก็คอยสังเกตเส้นทางกันไปตลอดทาง  ใช้เวลาประมาณ 15 นาทีก็ถึงแถวๆ Briton grove, Wimslow road  คุณลุงคนขับเค้าจอดรถแล้วหันมาเรียกค่ะแล้วก็บอกด้วยว่าให้เดินไปตรงไหนอีกต่างหาก โชคดีมากๆ ที่ขึ้นรถคันนี้แฮะ... ลงจากรถบัสปุ๊ปก็มองเห็นป้ายบอกทางไปที่พักเลยค่ะ  เดินไปอีกนิดหน่อยก็ถึงแล้ว Luther King House ที่นี่เป็นที่พักที่อยู่ในเครือของคริสตจักรค่ะ  ตอนไป check in ก็เลยสะดวกรวดเร็วและก็ไม่มี small charge อีกด้วยค่ะ   ค่าที่พัก + อาหารเช้า 2 คืน ราคา 67.50 ปอนด์  ห้องพักที่นี่กว้างขวางที่สุดในบรรดาห้องพักที่เราพักครั้งนี้ค่ะ  บรรยากาศก็ดี  เงียบสงบค่ะ  หลังจาก check in และพักผ่อนสักพักก็ถึงเวลาอาหารเย็น วันนี้ฝากท้องไว้กับอาหารแขกซึ่งอยู่ใกล้ๆ โรงแรมค่ะ  เดินทางกันโดยรถบัสสายเดิมและตั๋ว plusbus day อันเดิม  อ้อ รถบัสที่นี่เค้าห้ามถือเครื่องดื่มขึ้นไปบนรถนะคะ 

     ที่พักที่เมือง Manchester ค่อนออกไปนอกเมือง  เงียบสงบ อาหารเช้าอร่อยมีให้เลือกมากกว่าทุกที่ที่ไปพักมา  วันนี้เราตื่นกันแต่เช้าพร้อมลุยเมืองนี้แล้วค่ะ  หลังจากอิ่มหนำกับอาหารเช้าที่โรงแรมแล้วเราก็เดินออกมาที่ป้ายรถบัสเมื่อวาน  รอรถสาย 142 เพื่อไปยังปลายทางคือ Piccadilly garden (สุดสาย) คนขับบอกราคาสำหรับ 2 คน 2.4 ปอนด์  อ้อ เมืองนี้คนขับรถจะทอนเงินให้เราด้วยค่ะ  พอถึงสุดสายเราก็ลงและที่แรกที่เราไปกันก็คือ China Town เช้าๆ ยังไม่ค่อยมีคนค่ะ นี่คือสัญลักษณ์ของ China Town นั่นเอง

จากนั้นก็ City walk ไปยัง Manchester Place Garden มีรูปปั้นผู้หญิงคนนี้กับนกค่ะ

ต่อด้วย Town hall  ซึ่งเป็นอาคารใหญ่โตมากเลยค่ะ  แถวๆ นั้นก็จะมีอนุสาวรีย์คนสำคัญอยู่เยอะเลย

ส่วนนี่เป็น Post office และตู้จดหมาย  ของเมือง Manchester  ด้านหน้าก็มีอนุสาวรีย์และสวนดอกไม้สวยงามมาก

หนังสือพิมพ์แจกฟรีเยอะแยะไปหมดเลย อันนี้หยิบฟรี บางจุดหนักเข้ามีคนมายืนแจกด้วย ต่อด้วยบรรยากาศในเมืองค่ะ

เดินวนกลับมาที่เดิมแล้ว Piccadilly garden

จากนั้นเราก็ไปยัง information center ที่อยู่ใกล้ๆ แถวนั้นเพื่อขอ Map ของ Metro shuttle bus ซึ่งจะมีบริการฟรี 3 สายเลยค่ะ  นี่เป็นบรรยากาศในรถ

     พิพิธภัณฑ์ Mosi ของเมือง Manchester  เข้าชมฟรีค่ะ  แต่ตอนที่ไปยังมีบางส่วนที่ปิดซ่อมแซมก็เลยสำรวจได้ไม่หมด  ด้านในก็จะมีของจัดแสดงมากมาย  ที่น่าสนใจเห็นจะเป็นพิพิธภัณฑ์เครื่องบิน  และก็ทางรถไฟสายแรกของอังกฤษค่ะ

นี่ค่ะ ทางรถไฟสายแรก

     จากนั้นก็ไปที่ชิงช้าสวรรค์ของเมืองนี้ เค้ามีชื่อว่า The Wheel of Manchester  ขนาดจะเล็กกว่า London eye เท่าที่ดูนักท่องเที่ยวที่ขึ้นชิงช้าก็ไม่มากค่ะ อ้อ เสียตังค์ค่าขึ้นด้วยแต่ไม่รู้เท่าไหร่

นี่เป็น Manchester Abbey  ด้านในไม่ได้ห้ามถ่ายรูป ก็เลยมีรูปด้านในมาฝากด้วย สวยงามมากเลยค่ะ  ลวดลายของไม้ละเอียดและเก่าแก่มาก

     เราเดินกันแถวๆ นั้นอีกสักพักก็เลยนั่งรถเล่นทัวร์ในเมืองด้วย Metro shuttle bus  ตบท้ายด้วยย่าน shopping ที่ Manchester Amdale หาอาหารเย็นกันที่ food center แล้วก็กลับโรงแรมเพราะว่าเหน็ดเหนื่อยจากการที่ตะลอนทัวร์ทั่วเมืองซะแล้ว  อีกอย่างจะต้องเก็บข้าวของเพื่อเตรียมตัวเดินทางกลับ London และต่อด้วยเครื่องบิน TG เพื่อกลับบ้านเรา  ประเทศไทย  บ๊าย บาย UK ไว้จะมาอีกน้า....

ปล. ถ้าจะขึ้นรถบัสในเมืองนี้แบบราคาถูก  ให้รอรถสายที่เป็นสีน้ำเงินเขียนว่า Magic bus นะคะ เพราะจะได้ราคาถูกกว่ารถบัสสีอื่นๆ  เช่น รถปกติเสียตังค์ 1.6 ปอนด์ แต่ Magic bus เสีย 1.2 ปอนด์ ประหยัดได้นิดหน่อยค่ะ