เมื่อวันที่ 4-8 ธันวาคม 2553 เดินทางไปจังหวัดชัยภูมิ  เพื่อเข้าร่วมกิจกรรมธรรมยาตรา ลุ่มน้ำปะทาว ครั้งที่ 11 ของพระอาจารย์ไพศาล  วิสาโล เจ้าอาวาสวัดป่าสุขคะโต ที่จริงการเดินธรรมยาตราครั้งนี้ เริ่มกิจกรรมตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2553  ผู้เขียนมีภาระกิจบางประการ  ไม่สะดวกที่จะไป    จึงเลื่อนไปร่วมกิจกรรมตั้งแต่วันที่ 4  ธันวาคม 2553

            มีผู้ร่วมเดินทางไป 5 คน โดยพาหนะรถกะบะที่บันทุกสัมภาระเต็ม  เดินทางถึงวัดกกผึ้งซึ่งเป็นที่พักของคณะธรรมยาตราในคืนนี้  เวลาประมาณเกือบ 1 ทุ่ม มืดมาก  รีบช่วยกันกางเต้นท์ กินข้าว อาบน้ำ ไปฟังธรรมบรรยายของพระอาจารย์ไพศาล  วิสาโล และรับฟัง รับชมกิจกรรมต่างๆของขาวค่าย ได้แก่ การแสดง และการบรรยายเกี่ยวกับโทษของพลาสติก ขอชื่นชมสต๊าฟผู้จัดธรรมยาตรา  เยี่ยม!

            เช้าวันที่ 5 ธันวาคม 2553 ตื่นแต่เช้า เปิดท้ายรถบริการกาแฟแก่สมาชิกอื่นๆ มีผู้มารับบริการตั้ง 1 คนคณะของเราทั้งหมดรับประทานกาแฟ อาบน้ำ (3 ขันเพราะอากาศหนาว) เก็บเต้นท์ ขนสัมภาระขึ้นรถ มีน้องชายจากสกลนครช่วยขับถไปให้  เราจึงมีโอกาสได้เดินเป็นวันแรก วันนี้เดินเกือบ 10 กิโลเมตร ตอนแรกเหนื่อยมาก จำได้ว่าพระอาจารย์ไพศาล วิสาโล บรรยายธรรมเมื่อคืน บอกไว้ให้หาที่อยู่ให้จิต ไม่ต้องคิดถึงเป้าหมายของการเดิน ให้เดินไปก้าวต่อก้าว  ท่านบอกว่าเท้าขวาไปได้ เท้าซ้ายก็สบายมาก มีพระท่านเดิงเอานตีกลองเป็นจังหวะสม่ำเสมอ  เลยฟังเสียงกลอง  เท้าก็ก้าวเดินไปเริอยๆ พร้อมกับทำความรู้สึกตัว เออ! ไม่เหนื่อยจริงๆด้วย  สบายสำหรับวันนี้ คืนนี้พักค้างคืนที่ วัดภูเขาทอง  กลางคืนหลวงพ่อคำเขียนบรรยายธรรมก่อน ประทับใจประโยคหนึ่งคือ การเดินธรรมยาตรามิใช่ต้องการให้แม่น้ำลำปะทาวดีขึ้น  แต่เพื่อให้ต้นไม้ แม่น้ำรับรู้ว่ามีคนกลุ่มหนึ่งเป็นห่วง ได้ไปกราบหลวงพ่อคำเขียนและหลวงปู่กลม ผู้เขียนรับรู้ด้วยใจถึงความเย็นในธรรมจากท่าน พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล บรรยายธรรม ที่จำได้และประทับใจคือ มนุษย์ทำอไได้เพิ่มขึ้นถ้าได้ฝึก  ผู้เขียนเลยตั้งใจว่าพรุงนี้จะเดินโดยไม่ใส่หมวก เพื่อทดลองความอดทน กิจกรรมคืนนี้มีหลากหลาย คือ ดนตรีกีต้าร์คลาสสิค ละครจากโรงเรียนพ่อแม่ลูกของนครสวรรค์