๒๓ ธันวาคม ๒๕๕๓

กราบสวัสดีค่ะครู

            คำเตือนของครูดังก้อง ขณะที่กำลังเขียนจดหมายฉบับนี้

 

ไม่มีนักภาวนาท่านไหนที่
 เขียนโอ้อวดถึงวิถีชีวิตการปฏิบัติของตนเองเลย
หากศึกษาดีดี จะพบว่าแต่ละท่านต่างนอบน้อมและถ่อมตัว
เพราะได้เกิดตระหนักในตนเองว่ายังเป็นผู้โง่และไม่รู้อีกมาก
จึงได้แต่ เร่งเพียรภาวนา แต่ไม่มีใครอวดว่าฉันใช้ชีวิตอย่างนั้นอย่างนี้
 

กับทั้งได้รับใช้ครู และไปเจอครู ครูช่วยตอกย้ำว่า

เข้าใจในข้อความที่ครูได้สื่อสารไหม

ยอมรับว่า ครั้งแรกที่ได้อ่านอึ้งค่ะครู จึงหยุดเพื่อทบทวนกับตนเอง”

ช่วงนั้นยังอยู่นะหว่างทางที่ต้องขับรถพาแม่ชีไปร่วมงานที่จันทบุรี

 เริ่มแรกที่ครูแนะให้เขียนจดหมายถึงครูเพื่อทบทวนกับตนเองว่า

แต่ละวันได้เรียนรู้อะไรบ้าง ตรวจสอบศีลภายในตนเอง ว่าข้อไหนยังบกพร่อง แต่ไม่ใช่จับผิด”

ณ วันที่ครูเตือนสติทำให้นึกย้อนถึงบันทึกก่อนหน้า เป็นการถล่ำไปอวดอ้างตนเอง ว่าใช้ชีวิตเป็นไปตามแนวทางขนาดไหน มองเข้าลึกเข้า

 ไปติ๋วเห็นว่า “รู้สึกว่าตนเองใช้ชีวิตที่ห่างมรรค แต่กลัวคนอื่นรู้ ด้วยจิตใจที่ไม่เข้มแข็งในตนเอง จึงพยายามเขียนบันทึกออกมาปลอบใจตนเองค่ะครู”

ที่ผ่านมาติ๋วได้เรียนรู้ในหลาย ๆ อย่าง โดยเฉพาะวันครบรอบวันเกิด ทำให้ติ๋วได้เห็น ได้เข้าใจชีวิตในปีที่ผ่าน ๆมาว่า

“ทำไม วันเกิดทุก ๆ ปี แทบจะเรียกว่า ดูวุ่นวาย แต่ปีนี้สงบร่มเย็น ดีดดิ้นน้อยลง เรียกร้องให้คนอื่น ๆ มาสนใจวันเกิดน้อยลง เหมือนเห็นว่า เพราะข้างในมันเรียกร้องแบบนี้คนรอบข้างก็เลยเหนื่อยอย่างที่ผ่านมา เรื่องนี้ ติ๋วว่าจะเขียนมาเป็นบันทึกอีกอันค่ะครู”

ในวันที่ไปเจอครู ติ๋วดีใจมากค่ะ จริง ๆแล้ว ก่อนหน้านั้นใจเรียกหาครูมากค่ะ แต่ไม่กล้าทะเล่อ ทะล่าไปกลัวจะพาจิตหมอง ๆ แล้วสร้างภาระให้ครู

ครูเป็นสิ่งที่ติ๋วเคารพบูชา เทิดไว้เหนือหัว แต่เมื่อไหร่ใจเดี้ยง เสียงหรือใบหน้าของครูก็ปรากฏ แต่ก็มีเสียงครูดังขึ้นมาว่า

ระลึกถึงพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ซิ ท่านเป็นที่พึ่งอันสูงสุด”

ติ๋วก็จะหันกลับมาท่อง “พุทโธ พุทโธ” อยู่ภายใน

ติ๋วเขียนจดหมายฉบับนี้ เพื่อสู้กับความชั่วในตัวเอง กิจวัตร ติ๋วก็ยังทำค่ะครู ตื่นมาทำวัตร ออกกำลังกาย ปรับเพิ่มคือ เคลียร์พื้นที่ในบ้านทำทางจงกรม เตรียมกับข้าวไปวัด บางวันออกสายไม่ได้ทันเช้าก็จะฝากไว้เพล สิ่งที่ติ๋วจัดการไม่ได้ก็เป็นเรื่องงานค่ะครู เห็นข้อบกพร่องของตนเองเต็มไปหมด

คำถามอีกคำที่ครูชี้ว่า

อะไรเป็นปัญหาอุปสรรคของการภาวนา”

คำตอบที่ตอบครูวันนั้นเป็นคำแรก ๆ คือ

ติ๋วมักจะซ้ำเติมตนเอง เมื่อตอนที่พลาด แล้วก็จะจมทุกข์อยู่นานแสน”

ครูชี้ว่า “เพราะมันไม่ภาวนา ถ้าภาวนามันก็จะหายไป ใช่ไหม”

ติ๋วยิ้มแห้ง ๆ เพราะครูพูดไม่เคยผิด

ทำให้เสียงคร่ำครวญเรื่องอื่น ๆ หายไปด้วยเพราะคำตอบมันดังสะท้อนในใจว่า

ถ้าภาวนาอยู่ สิ่งเหล่านั้นจะไม่มีทางเกิดขึ้น”

สิ่งที่เป็นอุปสรรคใหญ่ ๆ ตอนนี้เห็นว่า

เป็นความคิดของตนค่ะครู เหมือน ๆ วิ่ง ๆ อยู่ คิดแว๊บว่ามีอะไรต้องทำต่อ มันก็กระโดดไปทำซะงั้น หลายคราเป็นเช่นนี้ค่ะ เหมือน มือจับหลักอยู่แต่เท้าก็ไถล บางครั้งพลาดก็เหมือนล้มปากฟาดพื้นบวมปูดยังไงยังงั้นเลยค่ะ แต่ก็ทำไปตามปัญญาที่มีน้อย ๆ นี่แหละค่ะครู มีคำที่ครูบอกเสมอ ๆ ดังปลอบใจภายในว่า "อดทนแนบใจ"

ตอนก่อนเข้าไปอาบน้ำ (วันที่ไปหาครู) ที่บ้านครู เหมือนครูมีอะไรจะสอน แต่ติ๋วเผลอพลาด เอ่ยในสิ่งที่ตนเองจะทำก่อน รู้สึกเสียดาย ที่อดฟังคำสอนครู พอจะออกมาปรารถนาจะกอดและกราบขอบพระคุณครู แต่ใจนี้ก็ไม่กล้า แล้วก็มาระลึกกับตนเองว่า

“เพียงใจระลึกถึงครู ปฏิบัติบูชาครู” นี่แหละคือที่สุดแล้ว เหมือนที่ครูสอนในวัดว่า

ไม่จำเป็นต้องเข้าไปกราบท่านหรอก เพียงแค่ใจระลึกปฏิบัติบูชาต่อท่าน นั่นแหละคือการบูชา”

ติ๋วได้เรียนรู้แบบนี้ค่ะครู แบบที่ครูทำให้ดู เพราะการที่กายติ๋วกระโจนออกไปหาครู อาจจะเป็นการไปสร้างภาระให้ครูก็เป็นได้ แต่การปฏิบัติบูชา เป็นการน้อมบูชาได้ทั้งสองฝ่าย หากเมื่อใดที่เหตุปัจจัยมากเพียงพอก็จะได้เจอและรับใช้ครูเอง.........................ติ๋วรักครูนะคะ



ติ๋วจะพยายามเขียนสิ่งที่ตนเองได้เรียนรู้แต่ละวัน ไม่ใช่เขียนสิ่งที่ฉันทำในแต่ละวัน กราบขอบพระคุณครูค่ะ