หลังจากการลองเล่นเกม FarmVille ประมาณ ๓ เดือน ผมก็มาถึงจุดที่ค่อนข้างจะอิ่มตัว และได้เลื่อนมาที่ระดับ ๙๐ ที่การเลื่อนแต่ละครั้งจะใช้คะแนนสะสม ๔๐,๐๐๐ คะแนนขึ้นไป ที่เป็นเรื่องที่ต้องใช้ความรู้และความพยายามมาก กว่าจะเลื่อนได้แต่ละขั้น
แปลงปลูกผักในเกม farmville
เมื่อ ๒๑ ธันวาคม ๒๕๕๓ เวลาประมาณ ๒ ทุ่ม
ใช้เวลาเล่น ๓ เดือน ได้เลื่อนระดับที่ ๙๐
ดังนั้นการที่จะรักษาระดับ ๑ วันหนึ่งระดับ จึงต้องมีการศึกษาถึงเงื่อนไขที่ซ่อนแฝงไว้ในเกมและสิ่งท้าทายมากขึ้นเรื่อยๆ
จุดนี้เอง ดูเหมือนจะเป็นจุดดึงดูดและโน้มน้าวให้ผู้เล่นที่จิตใจอ่อนไหวมีอาการโน้มเอียงไปตามเกม เกิดอาการ “ติดเกม” ด้วยเงื่อนไขของ
- การทำตามกำหนดเวลาของเกม ถ้าผิดพลาดจะเสียหาย
- การทำตามจังหวะของวันเวลา ที่เป็นสิ่งเสพติดประจำวัน
- การเล่นเชิงกลุ่ม เชิงเปรียบเทียบ หรือแข่งขันทำให้เป็นข้อผูกมัดในกลุ่มเพื่อน ทั้งเพื่อนร่วมกิจกรรมและเพื่อนที่เป็นคู่แข่ง
- การซ่อนแฝงเทคนิคการทำคะแนน ทำให้เกิดความท้าทายสำหรับคนชอบ และการแจกของฟรีก็เกิดการเสพติดของคนชอบของฟรี
- การโฆษณาทางเลือกต่างๆ ที่ทำให้คนที่ติดเกมขยายการเล่นไปเรื่อยๆ จากเกมหนึ่งไปอีกเกมหนึ่ง
- ทักษะ การพัฒนา และความเคยชินในชีวิต ที่เป็นอีกมุมหนึ่งของการเสพติดเกม
- การได้รับรางวัล การยกย่อง และคำชมเชยต่างๆจากเกม
โดยรวมแล้วผมยังประทับใจในความรู้เชิงจิตวิทยาของคนสร้างเกม ที่สามารถชักจูงให้คนจำนวนหลายสิบล้านคน (ตามข้อมูลสถิติจำนวนผู้เล่นในเกม) ให้เข้ามาเล่นเกม และมีจำนวนมากที่ดูเหมือนจะเล่นจนเป็นกิจวัตรประจำวัน จะเรียกว่า “ติด” หรือไม่นั้น คนที่เล่นทุกคนคงพิจารณาได้เอง
วันนี้ หลังจากเข้ามาเรียนรู้ เป็นเวลา เกือบ ๓ เดือน ได้เลื่อนระดับเฉลี่ย ๑ ระดับต่อวัน ผมได้เห็นจุดน่าเบื่อของเกมหลายจุด ที่เชื่อว่าบางท่านอาจจะพบจนเลิกไปแล้ว แต่อาจไม่ได้บันทึกเอาไว้ก็คือ
- การมีอีเมล “ขยะ” จากเกม ที่บางคนอาจไม่ทราบวิธีการป้องกัน
- การเบียดบังทรัพยากรต่างๆ เวลา ระบบความคิด และความคิดในการทำงานหรือทำในสิ่งที่เป็นประโยชน์กว่ามาใช้ในการเล่นเกม
- การเล่นเกมเป็นการทำให้เวลาพักผ่อนผิดเพี้ยนไป ทีนอกจากจะเสียสุขภาพแล้ว ยังอาจเสียโอกาสในการออกกำลังกาย และปฏิสัมพันธ์กับคนนอกเกม หรือในสังคมจริงๆ
- เกิดความเครียดขึ้นมาอีกมิติหนึ่งของชีวิต ทั้งความคิดและทางร่างกายที่สืบเนื่องมาจากการเล่นเกม ที่อาจก่อให้เกิดการเจ็บป่วยทั้งร่างกายและจิตใจได้
ผมจึงคิดว่า การที่คนส่วนใหญ่คิดว่า “เล่นแค่พอรู้เล็กๆน้อยๆก็น่าจะพอ”
แต่ในความเป็นจริงทำได้ยากมาก เพราะคนเขียนเขามีจิตวิทยาสูงมาก จะวางกับดักไว้อย่างชัดเจนให้คนเล่นส่วนใหญ่ต้องลงทุนลงแรงจริงจังจึงจะรู้ เข้าใจและเล่นเป็น มีความก้าวหน้าตามมาตรฐานและเงื่อนไขที่เขาวางไว้
แล้วในที่สุด ก็นำไปสู่การ “ติดเกม” ดังที่เคยบันทึกไว้แล้วในบทเรียน “ค่อนทาง”
บางคนติดเกมเดียวยังไม่พอ ยังมีการเข้าไปติดเกมอื่นๆในเครือข่ายเดียวกัน และต่างเครือข่ายอีกด้วย เฉกเช่นการติดสารเสพติดไม่ผิดเพี้ยน ที่คนจิตใจอ่อนแอจะติดสารเสพติดหลายๆชนิดพร้อมๆกัน หรือการติดอย่างหนึ่งนำไปสู่การติดอีกอย่างหนึ่ง
หรือว่า นี่อาจจะระบบการเสพติดอีกแบบหนึ่งที่เรากำลังสร้างกันขึ้นมาในโลกยุคใหม่
ผมเชื่อว่าท่านที่ศึกษาด้านจิตวิทยาสังคมและการเสพติดคงมีความเข้าใจมากกว่าผมเป็นแน่แท้
ณ วันนี้ ผมยังคิดว่าการเล่นเกมโดยรวม มีข้อเสียมากกว่าข้อดีครับ และหวังว่าผู้รู้ทั้งหลายจะช่วยกันลดผลเสียดังกล่าวให้เหลือน้อยที่สุดครับ
สวัสดีครับ

อาจารย์สุดยอดมากครับ!!! > level ที่ 90 ไม่ธรรมดาครับ :)
วิเคราะห์ได้สุดยอดมากๆครับอาจารย์
ผมไม่เคยเล่นเลยครับ แต่คนคนเขาติดกันจัง
มันเป็นการวางกับดัก ลวงคนให้เสียอะไรหลายๆอย่างโดยที่เขาไม่รู้
ชอบบทความนี้มากครับผม ขอบคุณครับ
คนทีติดเกมอาจไม่มีเวลาอ่านครับ