พอแม่เดินมาถึงภาพที่เห็นตรงหน้าก็คือ ลูกสาวคนเล็กนั่งอยู่ที่พื้นดิน มือกุมท้องร้องไห้อย่างน่าเวทนา โดยมีพี่สาวนั่งจับแขนน้องอย่างไม่รู้จะช่วยยังไง  แม่นั่งลงและถามว่า

        " ปวดมากไหมลูก ยาที่แม่ให้กินหรือยัง ? "

          ลูกสาวพยักหน้าแทนคำพูด พร้อมกับร้องไห้อย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุด ในที่สุดแม่ก็ตัดสินใจว่า "ต้องล้วง" นางตกใจ ก็เลยถามแม่ว่า

        "ล้วงยังไงแม่" 

       " ก็ก้มลงแล้วแม่จะใช้ไม้แคะออก"

       นางก็ทำตามอย่างว่าง่ายทั้งๆที่ไม่รู้ว่าจะได้ผลหรือไม่ โดยการโก้งโค้งให้แม่ใช้เศษไม้ที่หยิบได้แถวนั้นงัดเอาก้อนแข็งๆที่อุดอยู่ที่ทวารหนักออกมาเพราะนางไม่ขับถ่ายมาเป็นเวลา 1 สัปดาห์แล้ว นางมีอาการขับถ่ายลำบากมาตั้งแต่จำความได้ ยาระบายยี่ห้อไหนที่มีคนบอกมาแม่จะหามาให้รับประทาน ทั้งๆที่ขมแสนขม นางก็ไม่ปริปากบ่น แต่ก็ยังไม่ดีขึ้น

       นางเป็นเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ พุงป่อง ตัวซีด ผมสีน้ำตาลและหยาบกระด้าง ซึ่งเป็นลักษณะของเด็กขาดสารอาหาร จนผู้ใหญ่ในหมู่บ้านเรียกว่า "นางหัวแดง" แต่นางก็ไม่โกรธ ได้แต่ยิ้มด้วยความอาย และวิ่งหนี

         นางเกิดในหมู่บ้านชนบทในภาคอีสาน เป็นหมู่บ้านเล็กๆที่แยกตัวออกจากหมู่บ้านใหญ่มีวัดกั้นตรงกลาง และวัดนี้ก็ใช้ประกอบพิธีทางศาสนาร่วมกัน ครอบครัวที่มาบุกเบิกใหม่มีอยู่ประมาณ 40 หลังคาเรือนตั้งอยู่เรียงรายตามแนวถนนดินซึ่งมีสายเดียวในหมู่บ้าน ทุกครอบครัวจะมีสวนหลังบ้านของตัวเองไว้ปลูกผัก ผลไม้ไว้กินเอง เช่น มะม่วง มะพร้าว ขนุน ฝรั่ง นุ่น น้อยหน่า กล้วยสับปะรด เป็นต้น ส่วนรั้วก็จะมีถั่ว ตำลึง ขึ้นเองตามธรรมชาติ ไม่ต้องซื้อ วันๆแทบไม่ต้องใช้เงินเลย เพราะทุกอย่างสามารถหาได้ตามเรือกสวน ไร่นา

        หมู่บ้านนี้ห่างไกลความเจริญมาก ไม่มีไฟฟ้าและประปาใช้ หุงหาอาหารใช้ฟืนและถ่าน น้ำก็ต้องไปตักที่บ่อแล้วแต่ครอบครัวไหนจะขุดได้  ส่วนน้ำดื่มต้องเดินไปหลายกิโลฯ และต้องไปแต่เช้าด้วยเพราะถ้าสายมาจะหมด บางทีต้องเดินไกลไปถึงอีกหมู่บ้านหนึ่งก็มี การไปตักน้ำก็เป็นทางหนึ่งที่ทำให้หนุ่มสาวได้คุยกันและช่วยเหลือกัน แต่งงานเพราะไปตักน้ำนี่ก็มีหลายคู่เหมือนกัน

       ทุกครอบครัวที่นี่จะอยู่แบบพึ่งพาอาศัยกัน เวลาทำกับข้าวก็จะตักแบ่งให้บ้านโน้น บ้านนี้ ถึงหน้านาก็มีการลงแขกช่วยกัน ถ้ามีการไหว้วานแล้วโดยมารยาทต้องให้สมาชิกในบ้านไปช่วย 1 คน ยุ่งแค่ไหนก็ต้องไป ด้วยนิสัยที่รักความสงบ จึงไม่มีเหตุทะเลาะวิวาท ถ้าบ้านไหนมีเรื่องอะไรก็จะรับรู้ด้วยกันหมด เวลาสร้างบ้านครอบครัวไหนมีผู้ชายก็จะไปช่วยกันแบบไม่ต้องจ้าง

        ครอบครัวนางอยู่กัน 7 คน มีแม่ พี่สาวอีก 4 คนและพี่เขย 1 คน ซึ่งนางเข้าใจผิดว่าเป็นพี่ชายเพราะเห็นมาตั้งแต่เกิด เลยเรียกว่า "อ้าย" จนติดปาก ปกติถ้าเรียกพี่เขย คนอีสานจะเรียก "พี่อ้าย" นางสนิทกับพี่สาวคนโตและพี่เขยมาก ไปไหนไปด้วย ขนาดไปใส่เบ็ดตอนกลางคืนก็ไปด้วย

         พี่เขยเป็นคนใจดี พูดน้อย และขยันทำงาน พี่ชอบฟังวิทยุเพื่อติดตามข่าวบ้านเมือง และจะพูดกับนางเป็นประจำว่า

        " อิหล่าตั้งใจเรียนเด้อ ถ้าแม่ไม่ส่งให้เรียน อ้ายจะส่งเอง"

       นางเชื่อฟังพี่เขยมาก เพราะที่บ้านมีผู้ชายคนเดียว หลังจากที่พ่อเสียพี่เขยก็เป็นเสาหลักของครอบครัว  เมื่อพูดถึงพ่อนางจะหัวใจพองโตทุกครั้ง เพราะภาพของพ่อที่แม่เล่าให้ฟังน่าภาคภูมิใจจริงๆ

       แม่บอกว่า  พ่อเป็นผู้ใหญ่บ้าน ในแต่ละวันพ่อจะเดินไปตั้งแต่หัวบ้านถึงท้ายบ้านเพื่อดูว่าใครมีปัญหาอะไรหรือเปล่า  พ่อเป็นผู้ชายที่สูงโปร่ง ผิวขาว หน้าตาดี เข้าขั้นหล่อเลยล่ะ ลักษณะเด่นของพ่อคือ ผมสีขาวดอกเลาทั้งศีรษะ แม่บอกว่า นางเป็นเด็กขี้แยและร้องไห้เก่งตั้งแต่เกิดแล้ว เวลาร้องพ่อก็จะอุ้มเดินไปตามถนนในหมู่บ้านและร้องเพลงกล่อมจนหลับ ทำแบบนี้ทุกวันจนนางอายุได้ 2 เดือน เหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น ...พ่อ