กำแพงความคิดของผู้ใหญ่ในเรื่องเพศของวัยรุ่น

 "ดาบสองคม"ในเรื่องเพศของวัยรุ่นแท้จริงคือ  "กำแพงความคิดที่ผู้ใหญ่ยึดติดใช่หรือเปล่า"

           ครูน้ำฝนค่ะยาคุมแบบฉุกเฉินทานอย่างไร,ซื้อที่ไหน,อันตรายไหม?    การหลั่งข้างนอกจะท้องไหมครับ? ครั้งแรกทำไหมผู้หญิงมีเลือดออกเขาโสดจริงไหม?  ผมอยากให้น้องชายใหญ่ขึ้นใช้ยาทาแบบไหนดี? กินยาคุมจะทำให้อ้วนไหมค่ะ? ประจำเดือนหนูขาดมาสองเดือนทำอย่างไรดีกลัวแม่รู้?    หนูตายแน่ๆหากแม่รู้ว่าหนูกับแฟนมีอะไรกัน?  ผมมีหนองออกที่น้องชายผมเป็นโรคอะไร? จะบอกพ่อแม่ว่าอย่างไรดี......??....??

       จากหลายสิบ  หลายร้อยคำถาม ที่ได้ตอบได้อธิบายทางโทรศัพท์และทางเมล์      บางครั้งเกิดการตั้งคำถามกับตัวเองว่าจะอะไรกันนักกันหนาเด็กวัยรุ่นสมัยนี้ แล้วคนที่คอยตอบคำถามเหล่านี้ทำไมไม่เป็นพ่อแม่หรือครูที่สอนพวกเขาที่โรงเรียนทั้งคำถามที่มาจากเด็กและคำถามที่ครูน้ำฝนเฝ้าถามตัวเอง ทำให้ตัดสินใจว่าคงต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อขยายสิ่งที่เกิดขึ้นกับน้องๆวัยรุ่นให้ผู้ใหญ่ได้เข้าใจบ้าง  

     ในที่สุดความเป็นครูน้ำฝนของคนที่เป็นหลายคนบอกว่าคือชายหรือหญิงก็กลายเป็นกุญแจสำคัญที่เปิดใจให้ข้าพเจ้าและน้องๆวัยรุ่นได้เปิดประตูความคิด    ความสนิทสนม ความเป็นกันเองที่จะเรียนรู้และอยู่ร่วมกัน    มาถึงตรงนี้อดไม่ได้ที่ต้องขยายความถึงชื่ออันน่ารักที่น้องๆและผู้เข้ารับการอบรมตามค่ายต่างๆใช้เรียกข้าพเจ้า     

....บนเส้นทางของการเรียนรู้เรื่องเอดส์วันหนึ่งที่ต้องสร้างเจตคติให้เกิดขึ้นกับผู้เรียน วิทยากรเช่นข้าพเจ้าจำต้องใช้สื่อการเรียนรู้ที่เป็นประสบการณ์จริงเพื่อหวังให้ผู้เรียนเกิดความตระหนักและเข้าใจจึงนำเรื่องราวของคุณน้ำฝนมาเป็นสื่อบุคคลให้ผู้อบรมได้เรียนรู้ แต่ไม่ทราบด้วยเหตุผลกลใดทุกครั้งที่ใช้สื่อนี้ข้าพเจ้าจะร้องให้ประหนึ่งเรื่องที่เกิดขึ้นกับคุณน้ำฝนเป็นเรื่องของตนเอง  จนเพื่อนในทีมวิทยากรและอาจารย์พร้อมใจเรียกเป็นคุณน้ำฝน 2 ..และมาถึงวันนี้ข้าพเจ้าจึงได้เรียนรู้ว่าความเป็นคุณน้ำฝน 2 นี้แหละ  คือ     ตัวตนของข้าพเจ้าในการเปิดใจตัวเองกับการเรียนรู้ที่ดีที่สุดในเรื่องเพศและเอดส์ เวลานี้ข้าพเจ้าภูมิใจที่ได้เป็นครูน้ำฝนของเด็กๆวัยรุ่นและบุคคลทั่วไป....

 เกริ่นมานานคงถึงสิ่งที่อยากบอกกล่าวในวันนี้คือ....การก้าวผ่านกำแพงความคิดของผู้ใหญ่และครูที่มีต่อพฤติกรรมเรื่องเพศของวัยรุ่น

        แม้ว่าชื่อของครูน้ำฝน    จะเป็นกุญแจสำคัญที่เปิดประตูใจในการเรียนรู้เรื่องเพศและเอดส์กับน้องๆวัยรุ่น    แต่ก่อนเปิดประตูนั้นได้สิ่งที่ครูน้ำฝนต้องฝ่าฟันอย่างสาหัสคือ   “กำแพงความคิด”  ของผู้ใหญ่และสังคมที่มองว่าเรากำลังทำงานแบบดาบสองคม   ก็แน่ล่ะ สิ่งที่ครูน้ำฝนกำลังค้นหาและส่งเสริมเพื่อสร้างพื้นที่ในการสื่อสารเรื่องเพศและเอดส์ให้กับวัยรุ่น    เป็นสิ่งที่ผู้ใหญ่บางท่านและสังคมบางพื้นที่มองว่าเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมเป็นการชี้โพรงให้กระรอก เพราะสังคมไทยมีค่านิยมในการมองเรื่องเพศว่าเป็นเรื่องที่ต่ำ หยาบคาย  เด็กที่พูดเรื่องเหล่านี้ต่อหน้าผู้ใหญ่ถูกมองว่าเป็นเด็กที่แก่แดด  ใจแตก ไม่สุภาพน่ารัก   หรืออาจแรงถึงเปรียบเทียบกับสัตว์ชนิดหนึ่งว่า แ..ฯลฯ 

     คำพูดหรือวาทกรรมเหล่านี้เรามักได้ยินจากปากของผู้ใหญ่ที่ต้องการหยุดพฤติกรรมของเด็กวัยรุ่นในเรื่องเพศ  ดังนั้นแน่นอนการสื่อสารในเรื่องนี้จึงเป็นห้ามปราบ  การต่อว่าหรือลงโทษ  ยกเรื่องของกฎระเบียบและมายาททางสังคม มาควบคุมมันจึงเป็นเรื่องที่น่าเหนื่อยใจอยู่ไม่ใช่น้อยในช่วงเริ่มต้นโครงการ   โดยเฉพาะในสถานศึกษาที่มากไปด้วยกฎระเบียบ       แต่ในขณะเดียวกันก็มากไปด้วยปัญหาที่เกิดจากความเข้าใจที่ไม่ถูกต้องของเด็กดังคำถามมากมายที่ครูน้ำฝนได้กล่าวไว้ในตอนต้น    กลยุทธ์ต่างๆในการทำงานประสานเพื่อสร้างความเข้าใจและยอมรับจากคณะครูและผู้ปกครอง  บางครั้งจำต้องหยิบยกตังอย่างจากน้องบางรายที่มีปัญหามาเป็นตัวอย่าง  ทั้งที่ในใจครูน้ำฝนไม่ต้องการที่จะใช้วิธีการนี้เพราะเกรงจะเป็นการซ้ำเติมและเปิดเผยความลับที่น้องมาปรึกษา เมื่อเวลาได้ล่วงเลยมาจนเสร็จสิ้นโครงการ   สิ่งที่ครูน้ำฝนได้เรียนรู้จากในเรื่องการยอมรับพฤติกรรมเรื่องเพศของวัยรุ่น คือ

         ภาพพจน์  เป็นภาพพจน์ของทุกคนที่เกี่ยวข้องกับงานนี้ ในส่วนโรงเรียนต้องการที่จะรักษาภาพพจน์ของสถาบันแม้ต้องจมอยู่กับปัญหา ภาพพจน์ของผู้ปกครองที่ไม่ต้องการให้ใครมาว่าลูกของตนเองแม้ต้องแกล้งเป็นหูทวนลมหรือเก็บซ่อนความรู้สึกบางประการที่เป็นความจริง    และภาพพจน์ของตัววัยรุ่นเองที่ต้องแสดงหลายบทบาทตามเหตุการณ์  เช่น เมื่ออยู่กับพ่อแม่ต้องเป็นลูกที่ดี ไม่ทำให้พ่อแม่ขายหน้าแต่เมื่ออยู่กับเพื่อนต้องเป็นคนที่เข้าได้กับกลุ่มไม่ตกกลุ่มแม้ต้องทำในเรื่องตนเองไม่อยากทำ   ขณะเดียวกันต่อหน้าครูในโรงเรียนวัยรุ่นต้องแสดงบทของนักเรียนดีที่ครูรัก ( ฟังดูแล้วน่าชื่นชมเด็กๆนะ) แต่ด้วยธรรมชาติและพัฒนาการของเด็กและวัยรุ่นเขาจึงสามารถจัดการกับภาพพจน์เหล่านี้ได้

      ความแตกต่างของวิธีคิด  ด้วยความเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของสังคม   ส่งผลให้วิธีคิดของสองวัยมีความแตกต่างกัน วัยรุ่นคิดถึงความเป็นสมัยใหม่ ความเป็นสมัยนิยมจนบางครั้งลืมที่จะเก็บรักษาคุณค่าของสิ่งที่เป็นวัฒนธรรมร่วมสมัย ดังนั้นเมื่อบริโภคสื่อที่มีความเป็นสมัยนิยมต่างๆ  จึงพยายามที่จะทำตัวตามสิ่งเหล่านั้นและเชื่อว่าสิ่งที่ทำอยู่เหมาะสมทั้งเรื่อง การแต่งกาย การไว้ทรงผม  การพูด  และกริยาในพฤติกรรมเรื่องเพศ   ในขณะที่วัยผู้ใหญ่ที่ผ่านซึ่งมีวิธีคิดมาอีกแบบมองว่าสิ่งที่วัยรุ่นกำลังปฏิบัติอยู่เป็นสิ่งที่ไม่สมควรเมื่อเทียบกับบรรทัดฐานเก่าที่ผู้ใหญ่วางไว้ให้  จึงเป็นกรณีที่ดารานักร้องกับนักการเมืองบางท่านออกมาเป็นคู่ปรับ  คู่กัดกันทางทีวีอยู่บ่อยๆ

      การเข้าถึงความจริง  ความจริงในที่นี้มีความแตกต่างกันของแต่ละบุคคลที่เกี่ยวข้องกับปัญหานี้ คือ   ในระดับของผู้ใหญ่ที่ทำงานนี้คงต้องยอมรับความจริงของภาพที่ปรากฏในเรื่องเพศของวัยรุ่น  เลิกแสแสร้งแกล้งสร้างภาพเมื่อต้องรับข้อมูลที่เกี่ยวกับเรื่องนี้จากเด็ก ทั้งครู ผู้นำและผู้ปกครอง ฯลฯ  แล้วท่านจะพบว่าความจริงที่แท้จริงยังมีให้ค้นหาอีกมาก     ในส่วนของเด็กวัยรุ่นต้องยอมรับความจริงสิ่งที่ได้ปฏิบัติอย่างเข้าใจและรับผิดชอบ เมื่อเกิดปัญหาสุดท้ายคนที่ต้องร่วมรับผิดชอบคือ พ่อแม่ผู้ปกครองดังนั้นการเปิดเผยความจริงบางประการอาจเป็นสิ่งสำคัญของการแก้ไขปัญหาก่อนที่จะสายไป

         ที่สุดของที่สุด สังคมไทยและระบบการศึกษาไทยคงต้องเตรียมรับความจริงของปัญหานี้ที่กำลังทวีทั้งปริมาณและความรุนแรงมากขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงของสังคม   ดังนั้นหากการศึกษายังมองว่าเรื่องนี้ไม่ควรมีในสถาบันการศึกษา   อาจช้าไปที่ท่านจะมาหยุดความรู้สึกความต้องการและแรงขับทางเพศของวัยรุ่นซึ่งเป็นวัยที่ธรรมชาติให้เขามาและเป็นช่วงวัยที่พัฒนาการด้านเพศมีความสำคัญอาจส่งผลต่อพัฒนาการด้านอื่นๆตามมา

     เอาล่ะ......มาถึงตรงนี้ท่านผู้อ่านอย่าพึงถอดใจไปกับสิ่งที่ครูน้ำฝนได้พูดมา เพียงแค่ต้องการให้ท่านได้รับความจริงบางประการที่เกิดขึ้น  โดยเชื่อว่า  ท่านทราบดีอยู่แล้วและบางท่านอาจเข้าใจดี    แต่สิ่งที่ครูน้ำฝนกล่าวมาข้างต้นทั้งหมดเพื่อสะกิดใจผู้ที่อ่านได้รับรู้ว่า   “ ดาบสองคมในพฤติกรรมเรื่องเพศของวัยรุ่นนั้นไม่ใช่ที่ไหนอื่น แต่ดาบเล่มนั้นคือ ความคิดของท่านนั้นเอง  ดังนั้นวันนี้เราควรช่วยกันที่จะนำเอาคมด้านไหนของดาบออกมาใช้ก่อนเพื่อป้องกันและช่วยเหลือเด็กไทยให้มีเพศสัมพันธ์ที่รับผิดชอบและปลอดภัย      อันจะส่ง อนิสงค์ถึงการลดปัญหาของสังคมด้านอื่นๆตามมา”

                                                                                                                                                                                                                                             ด้วยใจที่ห่วงใยสังคม

บทความนี้ครูน้ำฝนแสดงความคิดเห็นจากผลงานวิจัยของตนเองเรื่อง"การสร้างภาพพจน์ผ่านการแสดงพฤติกรรมเรื่องเพศและเอดส์ของวัยร่น"