ในสังคมโลกของเรามักจะแบ่งกลุ่มคนออกเป็นระดับได้หลายรูปแบบที่ต้องการบ้างก็แบ่งเป็นชนชั้นไฮโซ กับ ชนชั้นโลโซ (ไม่ใช่วงนักร้องนะ) บ้างก็คนรวย กับ คนจน บ้างก็ผู้ดี กับ ไพร่ - สถุน และอีกหลาย ๆ รูปแบบ ซึ่งในเวลเดียวกันก็จะประกอบไปด้วยการแบ่งในเรื่องของความรู้
คนเรามักจะคิดว่าคนที่เรียนจบปริญญานั้นมีการศึกษา ซึ่งถ้าตีตรงตัวก็จริงอยู่เพราะการได้มาซึ่งปริญญานั้นต้องผ่านกระบวนการเรียนการสอนในหลาย ๆ รูปแบบกว่าที่จะได้กระดาษปริญญามาหนึ่งใบ แต่คนเรามักจะคิดแค่แง่เดียว มุมมองเดียวว่าคนที่เรียนจบปริญญาคือคนที่มีการศึกษา แต่ทำไมไม่คิดว่าการที่เขาเป็นคนที่มีการศึกษาแล้วนั้นเขารู้สาหรือไม่
การที่จะเป็นคนรู้สาได้นั้นไม่จำเป็นต้องเรียนจบปริญญาสักใบเดียว หรือ ไม่ต้องเรียนหนังสือเลยด้วยซ้ำ เพราะเขาจะเป็นคนดี ไม่ทำตัวให้ตนเองหรือผู้อื่นต้องเดือดร้อน เขาจะไม่เอาเปรียบหรือเบียดเบียนใคร เขาจะเป็นคนกตัญญูคน แค่เท่านี้ที่เขาเป็นก็ทำให้คนรอบข้างมีความสุขแล้ว แต่ในทางกลับกันคนที่เรียกตัวเองว่ามีการศึกษานั้นอาจจะไม่รู้สาก็ได้ เพราะเขาไม่สามารถจะคิดได้ว่าการกระทำที่เขาทำนั้นจพส่งผลอะไรกับใครบ้าง เพราะเขาเพียงคิดว่าตัวเขาเองนั้นเก่ง มีการศึกษา ซึ่งถ้าการที่เขามีการศึกษาแล้วทำให้คนรอบข้างต้องเดือดร้อนไม่ว่าจะด้วยความเห็นแก่ตัว ความเห็นแก่ได้ของตัวเขานั่นหมายความว่าการศึกษาที่เขามีนั้นก็ไม่สามารถช่วยให้เขาเป็นคนที่รู้สาได้
ดังนั้นเราจึงไม่ควรตัดสินคนที่การศึกษามากกว่าความรู้สึกนึกคิดที่ดีของคน เพราะ "คนรู้สาอาจจะไม่มีการศึกษาสูง แต่คนที่มีการศึกษาสูงอาจจะไม่รู้สา"
เป็นข้อความที่ให้ข้อคิดได้ดีนะครับ เพราะสังคมของโลกเราในปัจจุบันมักจะขาดศีลธรรม จรรยาบรรณที่ดีงามเหล่านี้ไปจึงทำให้มีแต่คนที่มีการศึกษาแต่ขาดคนที่รู้สาจริง ๆ ด้วยครับ