สองสามวันก่อนมีโยมพี่สาวท่านหนึ่งแวะเวียนมาสนทนาธรรมกับธรรมฐิตที่วัด
ก็เพิ่งรู้จักกันครั้งแรกแต่การสนทนาธรรมสำหรับธรรมฐิตแล้ว
ทุกคนคือเพื่อนพ้องน้องพี่ที่ดีต่อกันอย่างสนิทใจ
การสนทนาโดยจับใจความก้ไม่สมหวังในชีวิตคู่เลยทุกข์กังวล
เลยมาขีดเขียนอะไรเล่นๆอันเนื่องจากการสนทนาในครั้งนี้ดู
ความรัก คือ การทิ้งความกลัวที่จะรักไป
คำกล่าวที่มีความหมายดี ๆ นี้ดูสวยงาม แต่อาจจะยากแก่การลงมือทำจริง ๆ
ในสายตาของบางคน ที่ยังไม่เคยมีประสบการณ์เรื่องความรักมาเลย
หรือคนที่เคยผ่านประสบการณ์เลวร้าย จากความรักมาแล้ว
ที่เป็นอย่างนี้อาจเพราะพวกเขารู้สึกว่า การนำตัวเองเข้าไปพัวพันกับความรัก
ก็เหมือนกับการเสี่ยงที่จะถูกปฏิเสธ ถูกทำให้ผิดหวัง ถูกทอดทิ้ง
และทำให้เจ็บปวด จึงเป็นที่มาของความรู้สึก
การกลัวความรัก
แม้ความรักอาจไม่ใช่ทั้งหมดของชีวิต
แต่มันก็มีค่าต่อการมีชีวิตอยู่ เป็นแรงบันดาลใจให้เราทำอะไรได้มากมาย
อยากบอกกับคนที่ยังกลัวความรักว่า
ไม่ผิดหรอกที่ท่านจะกลัวมัน เพราะอย่างน้อยท่านก็รู้ตัวเองดีว่า กลัวความรัก
ต่างกับคนที่วิ่งหนีความรัก และเฝ้าหลอกลวงตัวเองว่า มีความสุขดีแล้วกับการอยู่คนเดียว
ไม่จำเป็นต้องพบเจอและสร้างกำแพงขึ้นมาปิดกั้นตัวเอง
เพราะกลัวจะต้องรักคนอื่น แต่ลืมนึกไปว่า ถึงเราจะหนีมันอย่างไร
ก็หนีไม่พ้นหรอก เพราะความรักมันอยู่ในใจของเรา
จะหนียังไงมันก็เจ็บปวดอยู่ลึกๆ (หากมองไม่เป็น )
แล้วคุ้มหรือเปล่ากับการต้องหลอกตัวเองไปเรื่อยๆ อย่างนั้น
หนทางของความรัก มันอาจจะไม่ได้เป็นภาพที่ชัดเจน
ให้เราเดินไปได้สะดวกหรือง่าย ๆ แต่สิ่งที่รออยู่ที่ปลายทางนั้น
ก็มีค่ามากพอ ที่จะกวักมือเรียกเราให้เดินเข้าไปหา
แทนที่เราจะวิ่งหนีมัน ก็เปลี่ยนมาเป็น
เตรียมตัวเองให้พร้อม เวลาที่จะต้องไปเจอกับมันดีกว่า
เหมือนกับเวลาที่เราออกเดินทาง
ก็เตรียมเสื้อกันหนาวไปบ้างเผื่อเจออากาศที่หนาวเย็น
เสื้อกันฝนหยิบไปหน่อยก็ดี เผื่อหยิบมาใส่เวลาที่ฝนมันตก
หยูกยาก็ติดไปบ้างนิด ๆ หน่อยๆ
พอปฐมพยาบาลตัวเองเบื้องต้นเวลาเจ็บไข้
แต่ถ้าเดินทางออกไปแล้วโชคร้ายต้องสะบักสะบอมกลับมาก็ไม่เป็นไร
รักษาตัวเองใหม่ เผื่อออกเดินทางในครั้งต่อไปก็เท่านั้นเอง
แต่เชื่อไหมว่าการเดินทางครั้งต่อไปของเรา
มันต้องดีกว่าครั้งแรกอยู่แล้วล่ะ
แต่ขึ้นอยู่ที่ว่าท่านสามารถยอมรับกับสิ่งที่เดินทางผ่านมาอย่างสนิทใจหรือไม่
ธรรมะสวัสดีขอรับ
นมัสการพระคุณเจ้า
นมัสการพระคุณเจ้า....เจ้าค่ะ
นมัสการค่ะ...
ขอยกเอาความตอนหนึ่งของ...หมื่นตา....มาลงไว้ที่บันทึกนี้ด้วยนะคะ
นมัสการค่ะ
น่าอ่านมาก
นมัสการค่ะ
มีคำกล่าวที่ว่า เราควรเต้นรำให้สุดเหวี่ยงเหมือนไม่มีใครเห็น และ
เราควรรักให้สุดหัวใจ เสมือนมิใครเจ็บช้ำหัวใจมาก่อนเลย เจ้าค่ะ
ท่านธรรมฐิตออกพ๊อกเกตบุ๊คส์คู่มือความรัก... Handbook of Love น่าจะเหมาะนะเจ้าคะ
ดาวขอจองเล่มนึงเจ้าค่ะ 555
ทำอะไรก้ให้เต็มที่ผลออกมาเยี่ยงใดก็ยอมรับมันเนาะ
แต่ถ้าแค่นำเสนอนะพอได้เนาะ..
ปัญหาคนอื่น+ประสบการณ์ที่ธรรมฐิตเคยเดินผ่าน+ธรรมะที่ผ่านพุทธศาสนา
มันสามารถเป็นทางออกให้หลายๆคนได้จริงๆเนาะดาวฟ้า..
อนุโมทนากับการช่วยแนะนำแนวทางแก้ปัญหาชีวิตเจ้าค่ะ
ปัญหาชีวิตที่คนเราพบพานก็คล้ายๆ กัน เพียงแต่บางคนแก้ปมไม่ออก มองหาแนวทางไม่เจอ มันเลยยิ่งพันกันวุ่นวายเข้าไปใหญ่
ถ้าหากเราช่วยแนะนำแนวทางคลายปมปัญหาชีวิตให้เค้าได้ นับเป็นเมตตาอันประเสริฐเจ้าค่ะ...สาธุ
ช่วยๆกันเท่าที่จะช่วยได้เนาะ..