
ตอนที่ ๑ เธอเป็นยิ่งกว่าพี่และเพื่อน
“แง ๆ ฮือ แง ๆ ฮือ แง ๆ” เสียงเด็กหญิงผมเปีย ผอมบาง ตาโตจมูกโด่งคมขำ เดินร้องไห้มายังบ้าน ซึ่งมี ผู้ใหญ่หลายคนนั่งอยู่ ด้านหลังล้วนแล้วแต่เด็กผู้ชายรุ่นพี่เธอบ้าง รุ่นราวเดียวกันบ้าง และเจ้าผู้ชายผิวขาวจมูกโด่งตาโตที่อายุน้อยและมีหน้าตาผิดแผกไปจากใครเขา
นอกเหนือจากสีหน้าของเด็กหญิงที่กำลังร้องไห้ตกใจหวาดกลัวแล้ว สีหน้าของคนอื่น ๆ ส่วนใหญ่กำลังเอามือป้องปากหัวเราะไม่ให้เด็กหญิงเห็น ที่ตัวโตกว่าก็กังวลว่าจะถูกดุที่น้องร้องไห้ จะมีก็เพียงเจ้าหนูน้อยคนนั้นเท่านั้น ที่มีสีหน้าบ่งบอกถึงความสงสารเห็นใจเด็กผู้หญิงที่กำลังร้องไห้
“เกิดอะไรขึ้น?” เสียงใครคนหนึ่งดังออกมา เมื่อเห็นสภาพของเด็กหญิง ที่เดินมา มือหนึ่งป้ายน้ำตา มือหนึ่งถือกางเกงขาสั้นไว้ด้วยท่าทางขยะแขยง
“แล้วนั่น! ทำไมน้องถึงอยู่ในสภาพนี้ ชั้นในของน้องอยู่ไหน ทำไมเปลือยมาอย่างนี้ฮึ?” ครั้งนี้ผู้เป็นแม่หันมาถามพี่ชายคนโต”
พอสิ้นคำถามนี้คนที่กำลังจะตอบก็กลั้นหัวเราะไว้ไม่อยู่ ทำเอาเด็กหญิงที่ทั้งตกใจ กลัว ออกอาการงอนเพิ่มขึ้นอีก
“เอาไหน ใครก็ได้เล่ามา”
เรื่องก็คือ เด็กกลุ่มนี้ซึ่งมีทั้งที่เป็นพี่น้องท้องเดียวกัน ลูกพี่ลูกน้อง และเจ้าหนูน้อยที่ไม่ใช่เลือดเนื้อเชื้อไขของบ้านนี้ ได้ชวนกันไปเล่นซ่อนหาที่ริมคลองหลังบ้าน น้ำบริเวณชายคลองบางช่วงเจิ่งนองล้นมาบนพื้นที่ของหลังบ้านซึ่งมีหญ้าปกคลุม และเนื่องจากชาวบ้านแถบนั้นนำวัว ควายมาปล่อยเลี้ยงกินหญ้า พื้นที่ที่มีน้ำแฉะท่วมตาตุ่มถึงหน้าแข้งก็จะมีปลิงอาศัยอยู่ ขณะที่กำลังเล่นซ่อนหากัน คนพี่เป็นผู้ปิดตา หาน้อง ๆ น้องๆ ต่างก็ซ่อนกัน แต่เด็กหญิงหนึ่งเดียวคนนี้ ไม่มีเสียล่ะที่เธอจะยอมให้พี่ ๆ โป้งก่อน เธอจะโผล่มาก็ต่อเมื่อ คนอื่นถูกโป้งแล้วเท่านั้น ขณะที่พี่ชายกำลังปิดตา บังเอิญปลิงเจ้ากรรมมาเกาะขาของเธอ เธอเห็น เธอปิดปากกลั้นใจไว้ มันไต่คืบขึ้นมาเรื่อย ๆ กระดึ๊บ ๆ ขาเธอเริ่มสั่นระริก ความขยะแขยงเริ่มจู่โจม แต่ไม่มีทางเสียล่ะ ที่เธอจะยอมเป็นผู้หา เธอกลั้นใจไว้ เจ้าปลิงมันยังคืบไต่ขึ้นมาสูงเรื่อย ๆ กระทั่งโคนขา และทำท่าว่ามันจะชอนไชเข้าไปในชั้นในของกางเกง เธอกัดฟัน มือกดตัวปลิงไว้แน่น จิกแน่นอยู่เช่นนั้น รอเวลาเมื่อไรนะ พี่ หรือเพื่อนคนอื่น ๆ จะถูกโป้งก่อน
“ โป้ง !ตาโต” เจ้าตาโต คือเด็กชายตัวน้อยนั่นเอง
“แฮ่” เสียงเจ้าตาโต ส่งยิ้มให้เมื่อตัวเองถูกรุ่นพี่โป้งก่อน ทันใดนั้นก็มีเสียง “กรี๊ด ๆ ๆ” ดังขึ้นติดต่อกัน คือเสียงของ เด็กหญิงคนนั้น เด็กหญิงสะบัดตัวแล้วรีบเปลื้องกางเกงขาสั้นออกจากนั้นชุดชั้นในถูกดึงรั้งเขวี้ยงทิ้งไปทันที ทุกสายตามองมา ทันใดก็เห็นปลิงดำมะเมื่อม เกาะที่โคนขาเรียวเล็กของเธอ เสียงเจ้าตาโตร้อง “อุ๊ย!” แล้วมันก็รีบดึงปลิงออกจากตัวของเด็กหญิงทันที
“พี่หญิงคับ มันไปแล้วคับ โตฆ่ามันแล้วคับ” เสียงหนูน้อยปลอบเด็กหญิงรุ่นพี่ของเขา
เด็กหญิงเหลือบมองไม่เห็นปลิงแล้วแต่แรงตกใจทำให้เธอร้องงอแงและโวยวายตามประสา เด็กหญิงคนเดียวของบ้าน
พอทราบเรื่องราว บรรดาป้า ๆ น้า ๆ อา ๆ ก็หัวเราะขำกลิ้ง ทำเอาเด็กหญิงหน้าคว่ำหนักไปกว่าเดิม เด็ก ๆ ต่างแยกย้ายไปอาบน้ำล้างเนื้อตัว เหลือเจ้าเด็กตาโตเข้าไปจูงมือเด็กหญิง
“มาพี่หญิง โตพาพี่หญิงไปอาบน้ำนะ” เด็กหญิงก็ปล่อยให้เจ้าตาโตจูงไปอย่างว่าง่าย
กริ๋ง! กริ๋ง! กริ๋ง! เสียงกระดิ่งดังครั้งแล้วครั้งเล่า มันจะดังไปเรื่อย ๆ ตราบใดที่พ่อค้าไอติมแท่งยังเห็นเงาเด็กวิ่งวุ่นอยู่ในรั้วของบ้าน ๒ หลังนี้ จะไม่ให้พ่อค้าไอติมส่งเสียงดังครั้งแล้วครั้งเล่าได้อย่างไร ในเมื่อทุกครั้งที่เด็ก ๆ ในบ้านนี้ประเดิม นั่นหมายถึงวันนี้ เขาจะขายดีเป็นเทน้ำเทท่าและได้กลับบ้านเร็วกว่าปกติ
ในรั้วนี้มีบ้าน ๒ หลัง หลังหนึ่งเป็นของพี่สาว ซึ่งเป็นคุณครูโรงเรียนประจำจังหวัดของที่นี่ ครูนงกาญจน์ เป็นคุณครูที่เมตตาปรานี และเป็นกุลสตรีทุกกระเบียดนิ้ว เธอมีลูกสาว ๓ คน ซึ่ง ขณะนี้กำลังเรียนมหาวิทยาลัยในกรุงเทพฯ ๒ คน และคนเล็กกำลังเรียนระดับมัธยมปลายของโรงเรียนที่เธอสอน แต่เมื่อ ๕ ปีที่แล้วนักเรียนในห้องประจำชั้นของเธอมีปัญหา ตั้งท้องในวัยเรียนและไม่มีผู้รับผิดชอบ เธอทราบปัญหาจึงขอรับเด็กคนนั้นมาเลี้ยงเอง ซึ่งก็คือ ตาโตนี่เอง ส่วนบ้านอีกหลังหนึ่งเป็นบ้านของน้องสาวนงคราญ เป็นแม่บ้านของนายตำรวจ มีลูกชาย ๕ คนและมีลูกสาว ๑ คน คือน้องหญิงของพี่ ๆ
“พ่อค้า ไอติม ๆ” เสียงเด็ก ๆ เรียก แล้ววิ่งพรูออกไป พี่ ๆ ของหญิงฉวยหยิบคนละแท่ง เด็กหญิงหันไปมองยังบ้านของป้า เจ้าตาโต ยืนมองหน้าหมองอยู่ เด็กหญิงจึงอ้อนแม่
“แม่หนูขอ ๒ แท่งนะคะ” ไม่ทันที่แม่จะพูดอะไร เด็กหญิงหยิบมา ๒ แท่ง เธอทำท่าเหมือนจะแลบลิ้นเลียทั้ง ๒ อัน เพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ ป้องกันไม่ให้พี่ชายมาขอเธอได้ แต่จริงๆ แล้วเธอแตะลิ้นไม่ถึงหรอก ซึ่งพี่ชายก็รู้ว่าเธอจะเอาไปให้ใคร พี่ของเธอก็รัก ตาโตเช่นกัน แต่ปล่อยให้หญิงเป็นผู้ให้เจ้าตาโตดูท่าจะง่ายกว่าที่พวกพี่ ๆจะอ้อนเอาจากผู้เป็นแม่
เมื่อหญิงเดินมา ตาโต ตาเป็นประกาย ยิ้มให้หญิงด้วยหัวใจทั้งดวงที่มันมีอยู่ “วันนี้แม่ใหญ่ไม่อยู่โตไม่มีสตางค์” มันบอกกับหญิง
คุณครูนงกาญจน์ก็เลี้ยงดูตาโตด้วยดี ไม่ได้ให้อดอะไร เพียงแต่ไม่ได้ตามใจมากเหมือนกับครอบครัวของน้องสาว แต่หากเป็นเรื่องการร่ำการเรียนเธอให้เด็ก ๆ เต็มที่ เธอต้องรับผิดชอบทุกอย่างในบ้านและการศึกษาของลูกสาวที่กำลังเรียนระดับมหาวิทยาลัยด้วยเงินเดือนของครูเท่านั้น สามีเธอเสียชีวิตมาหลังจากเธอรับตาโตมาเลี้ยงได้ไม่นาน ดังนั้นหากเปรียบเทียบฐานะกันระหว่าง ๒ บ้าน ก็อาจจะเห็นความแตกต่างเรื่องของการใช้จ่าย และยิ่งเป็นเรื่องการอาหารการกินที่เป็นการกินเล่นด้วยแล้วเธอก็จะเห็นว่าไม่จำเป็น แต่สำหรับเด็กอย่างตาโต มันยังแยกไม่ออกหรอกระหว่างความจำเป็นกับความอร่อยของไอติมที่พี่ ๆ เขามีกินกัน ดังนั้นหากวันไหนที่พี่หญิงไม่ซื้อให้มัน มันก็จะแอบเลียริมฝีปาก แต่ก็มีบ้างที่พี่ ๆ ของหญิงจะแบ่งให้มันบ้าง
“ตาโต พี่จะไปกินก๋วยเตี๋ยวหน้าวัด ไปมั้ยพี่มีสตางค์เลี้ยง” พี่ชาญ พี่ชายคนโตของหญิง เรียกตาโตด้วยความเอ็นดูเมื่อเห็นเด็กชายชะเง้อหา พี่หญิงของมัน
“ไปครับ แต่ผมไม่มีสตางค์นะครับ”
“เออ! น่า เพราะรู้ไง ถึงถาม มาเร็ว” ตาโตไม่ยอมให้ชาญเรียกซ้ำ มันกระโดดขึ้นเบาะหลังของจักรยานไปทันที
“ใหญ่น้ำเยอะ ผักเยอะ หมูเยอะ ๒ ชาม” แม่ค้าหันมายิ้มและค้อนเหมือนหยอกเย้า
“พริกเยอะด้วยมั้ยจ๊ะ? จะได้อิ่มเร็ว ๆ”
“ไม่อาววว” เสียงตาโตตอบมา “ของโตเหมือนเดิมครับ”
“เหมือนเดิมคือพี่ชาญจ่ายใช่มั้ยจ๊ะ” แม่ค้าหยอกต่อ คนแถวนี้ทราบประวัติของตาโตดี เพราะเรื่องราวของแม่ตาโตซึ่งเป็นนักเรียนโรงเรียนชื่อดัง ย่อมเป็นที่กล่าวขาน คุณครูนงกาญจน์ยิ่งปิดก็เหมือนยิ่งยั่วให้เขาเปิด แต่ด้วยความที่หน้าตาของตาโตมันน่ารักและกริยามารยาทของมันดีนัก ประกอบกับคุณงามความดีของคุณครูนงกาญจน์ คนแถวนี้จึงไม่มีใครนำประวัติมาพูดให้มันเสียใจ
“ตาโต อิ่มมั้ย ถ้าไม่อิ่มอีกชามก็ได้นะ” ชาญพูดไปทั้ง ๆที่เขาเองก็ยังไม่อิ่มและเมื่อจ่าย ๒ ชามนี้แล้ว เงินก็เหลือเพียงจ่ายก๋วยเตี๋ยวถ้วยที่ ๓ ได้เท่านั้น แต่หากเขาจะสั่งมาเพื่อตัวเองอีกชาม ตาโตล่ะ ก็เลยลองถามมันก่อน
“เอาครับ” ตาโตตอบไปอย่างใจต้องการ มันไม่ต้องคิดซับซ้อนว่าต้องเกรงใจ หรือปฏิเสธก่อนเพื่อให้เขาคะยั้นคะยอ ก็เขาถามมา คิดอย่างไรก็ตอบไปอย่างนั้น คำตอบของตาโต ทำเอาชาญเด็กชายรุ่นพี่รู้สึกเสียดาย แต่ก็จำใจสั่งให้ตาโตอีก ๑ ชาม แล้วเขาเองนั่งดูมันกินน้ำลายสอ
เมื่อกลับมาถึงบ้าน ตาโตเห็นหญิงกลับจากไปข้างนอกกับแม่ของเธอแล้ว มันดีใจรีบวิ่งไปหาแล้วคุยโอ่ให้ฟัง
“พี่หญิงพี่ชาญพาโตไปเลี้ยงก๋วยเตี๋ยวตั้ง ๒ ชามแน่ะ”
หญิงทำตาโตด้วยความทึ่ง “ ๒ ชามเลยเหรอ โอ้โฮ! ดีจัง” แต่หลังจากนั้นเธอก็ต้องหัวเราะเมื่อชาญพี่ชายของเธอเล่าให้พี่ ๆ ของเธอและพี่สาวของตาโตฟังว่า เขามีเงินเพียงค่าก๋วยเตี๋ยว ๓ ชามและอยากจะกินเองสัก ๒ ชามแต่ลองถามตาโตมันก่อน พอตาโตมันเอาตัวเองก็ต้องนั่งดูตาโตกินชามที่ ๒ ด้วยความระทมใจ
“มาเร็วใครจะเล่นหมากเก็บ หญิงได้ลูกหินเก็บสวย ๆ มาเล่น” เมื่อหญิงบอกไป เพื่อนข้าง ๆ บ้านก็มา เชนพี่ชายถัดจากเธอ และที่ขาดไม่ได้ก็คือตาโต เมื่อไรก็ตามที่พี่หญิงอยู่มันจะไม่ไปเล่นที่ไหนในวงนี้มีเด็กหญิงที่กำลังจะเริ่มรุ่นสาว ๓ คน แต่คนที่ดูดีโดดเด่นที่สุดก็คือหญิงนั่นล่ะ เธอสวมกางเกงขาสั้น เผยช่วงขาที่เรียวงาม ผู้ใหญ่ที่เห็นก็จะรู้ว่า หญิงจะเป็นหญิงสาวที่งดงามในไม่กี่ปีข้างหน้า ในการเล่นหมากเก็บแม้ว่าตาโตจะเป็นเด็กที่สุด แต่มันก็แสดงให้เห็นชั้นเชิงในการเล่น ตาโตจะชนะมากที่สุด มีบ้างบางครั้งยอมแกล้งแพ้เพื่อให้หญิงได้ชนะบ้าง เพราะไม่เช่นนั้นเกมจะถูกหยุดโดยหญิงในทันที
เผียะ! เผียะ! เผียะ! เสียงซัดฝ่ามือบนน่องเรียวสวยของหญิง หญิงถูมือบริเวณผิวไปมา เตรียมจะเอาคืนจากตาโตบ้าง มันยิ้มอย่างมีความสุขเมื่อได้ตีไปบนน่องของหญิง เจ้าตัวก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าทำไมชอบที่จะตีพี่หญิงของมัน ชอบที่จะตอแย แต่ว่าในบรรดาพี่ ๆ ในบ้านนี้ทุกคน พี่หญิงนี่ล่ะที่จะเอ็นดูคอยแบ่งปันขนมของเล่นต่าง ๆ ให้มันมากที่สุด พี่คนอื่น ๆ เขาอาจจะมีอายุห่างกว่ามันมากไปก็ได้ มันจึงไม่อยากจะไปตอแยเขามากนัก
“พี่หญิง รอโตด้วย” เด็กชายวิ่งกระหืดกระหอบ” จะเดินไปโรงเรียนพร้อมหญิงสาว ตอนนี้หญิงเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายของโรงเรียนประจำจังหวัดที่ป้าสอน ขณะที่ตาโตเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ ของโรงเรียนนี้เช่นเดียวกัน
หญิงมองตาโตแล้วยิ้มขำ ผมตัดเกรียน ติดกระดุมถึงคอ กางเกงเอวสูงคาดเข็มขัดพอดีเอว ปลายกางเกงยาวพอดีเข่า ตามระเบียบของโรงเรียนอย่างเคร่งครัด มองแล้วตลกปนเอ็นดู เมื่อเดินเคียงคู่กันคนหนึ่งคือหญิงสาวสูงโปร่งผมยาวสลวยถูกรวบไว้ด้วยโบว์สีดำวงหน้าเรียวยาวตาโตจมูกโด่งปากเรียวบาง ผิวหน้าเกลี้ยงใสเห็นนวลฝาดของเด็กสาวหากไม่ได้ขาวผ่อง ผิวเธอออกคล้ำเล็กน้อยสวมเสื้อไว้ในกระโปรงรัดเข็มขัดเผยให้เห็นเอวคอดกิ่วและสะโพกที่ผายกลมงดงาม น่องเธอเรียวงดงามยิ่งนัก อีกคนหนึ่งคือเด็กชายที่แต่งกายชุดนักเรียน ม.ต้น ที่โดดเด่นด้วยดวงตากลมโตจมูกโด่งเหมือนแขกขาว และนั่นคือที่มาของชื่อเขา
“เมื่อคืนการบ้านมากจังเลย นอนดึกมาก กว่าผมจะหลับเห็นไฟห้องพี่หญิงปิดนานแล้ว” ตาโตคุย หญิงได้แต่ตอบฮึ่มไป เธอก็มีการบ้านแต่เธอขี้เกียจเธอทำพอให้การบ้านเสร็จ ส่วนจะผิดหรือถูกค่อยไปดูที่โรงเรียน เธอรู้ว่าถ้าเรื่องการเรียนกับการเล่นเกมไม่มีใครเอาชนะตาโตได้ ในท่ามกลางการขาดของตาโต แต่พระเจ้าก็ทดแทนสิ่งดีๆ มาให้ตาโตเช่นกัน นั่นคือ ความฉลาดด้านการเรียน ชั้นเชิงในการเล่นและรักดีใฝ่ดีของตาโต
“สมุดหมดรึยังล่ะ ถ้าหมดก็เอาของพี่ไปใช้ ปากกาก็เหมือนกัน หมดก็มาเอาไป หรือจะเอาไปก่อนก็ได้” หญิงบอกแบ่งปันของให้เช่นทุกครั้ง พี่ ๆ ของเธอและลูกของแม่ใหญ่ของตาโตตอนนี้ไปเรียนต่อในกรุงเทพฯหมดแล้ว เหลือแต่ ๒ คนนี้ ที่ยังพอทำให้ ๒ บ้านนี้ไม่เงียบเหงา แต่ปีหน้าหญิงก็จะไปเรียนต่อที่กรุงเทพฯ เช่นกัน ตอนนั้นก็จะเหลือแต่ตาโตที่คอยวิ่งรับใช้บ้านโน้นบ้านนี้
ตอนนี้พี่หญิงของมันเริ่มเป็นสาว แม่ใหญ่ไม่ได้อนุญาตให้มันคลุกคลีกับพี่หญิงได้เหมือนเมื่อก่อน พี่หญิงก็มีกลุ่มเพื่อนของพี่หญิง ส่วนมันเองก็มีเพื่อนบ้าง แต่ยามที่อยู่ใกล้พี่หญิงตาโตมีความสุขมากกว่า ด้วยเหตุนี้เมื่อยามที่พี่หญิงหยิบยื่นของให้ครั้งละมาก ๆ มันจึงไม่รับไว้ทั้งหมด จะรับไว้ทีละน้อย ๆ เพื่อจะได้ถือโอกาสมาหาพี่หญิงเมื่อของหมด

“น้าคราญ พี่หญิงยังไม่กลับหรือครับ” วันนี้ ตาโตเห็นพี่หญิงออกจากบ้านตั้งแต่เช้า เย็นป่านนี้ยังไม่มา เพื่อนมาชวนไปเล่นฟุตบอล มันก็ไม่ไป ไม่ทราบว่าพี่หญิงไปไหนไม่ทันได้ถาม
“ยังหรอก เห็นว่าจะกลับค่ำ เขาเลี้ยงอำลากันน่ะสิ เขาจะจบแล้วนี่ เราไม่ไปไหนเหรอวันนี้”
“ไม่ครับ วันนี้ไม่อยากไปไหน พี่หญิงไปไม่ชวนกันบ้างเลย”
“บ๊ะ ! ตาโต พี่เขาโตเป็นสาวแล้ว เขาก็ไปส่วนเขาสิ เราเป็นเด็กก็ไปเล่นกับเพื่อนสิปีหน้าเขาก็ไปอยู่กรุงเทพฯแล้ว” น้าคราญแม่ของหญิงพูดโดยไม่สังเกตหน้าของตาโตว่าหน้ามันหมองเห็นวี่แววใจหาย
“วันนี้แม่ใหญ่ไม่อยู่หรือ”
“แม่ใหญ่ไปประชุมครับ”
“ไม่ต้องรอพี่เขาหรอก ไปช่วยทำงานบ้านอะไรก่อนไป หญิงกลับมาจะบอกให้”
เด็กชายไม่กล้าอิดออด เดินขึ้นบ้านไป
“หญิง ตาโตมันคอยหนูแน่ะ มารอมาถาม คงน้อยใจที่หนูไม่ชวนมันไปด้วยนะ”
“ตาโตมันยังเด็ก ชวนไปมันก็ไม่สนุก อีกอย่างเพื่อนก็เป็นรุ่นพี่มันชวนไปก็คุยกันคนละเรื่อง ช่างเถอะแม่ เดี๋ยวมันก็มาเอง”
ตาโตนั่งคอย คอยว่าพี่หญิงจะต้องเดินมาเรียกมัน เพราะทราบจากปากนางนงคราญแล้วว่ามันถามหาและรออยู่ แต่คอยแล้วคอยเล่าก็เปล่า พี่หญิงไม่มา มันน้อยใจยิ่งนัก มันตั้งใจว่าจะไม่ไปหาพี่หญิงก่อนจนกว่าพี่หญิงจะมาเรียกมัน ขณะที่รอหูก็แว่วว่าพี่หญิงมาเรียก มันเกือบจะขานหลายครั้งแต่เมื่อออกไปดูก็ไม่เห็นพี่หญิงของมันแต่อย่างใด มันงอนและน้อยใจมากยิ่งขึ้น
“โยมกาญจน์ อาตมาจะไปหาญาติที่ต่างจังหวัด เห็นตาโตสอบเสร็จแล้ว ขอให้มันติดตามอาตมาไปต่างจังหวัดสัก ๒ วันได้มั้ย! มันคล่องดี” รองเจ้าอาวาสวัดที่อยู่ติดกับบ้านของคุณครูนงกาญจน์มาหาเพื่อขอตาโตติดตามท่าน
“ได้เลยค่ะท่าน เดี๋ยวดิฉันจะบอกมันให้นะ จะไปวันไหนค่ะท่าน”
“มะรืนนี้นะโยม ไปรถไฟสะดวกดี ไม่ต้องห่วงนะ”
เมื่อตาโตทราบมันก็ตกลงเพราะเพียง ๒ วันเอง รองเจ้าอาวาสท่านนี้ก็เอ็นดูมันมาตลอดตั้งแต่เล็ก หลังจากตาโตตอบตกลงคุณครูนงกาญจน์ก็ไปบอกรองเจ้าอาวาสด้วยตนเองแล้วกลับมาบอกน้องสาวคือนางนงคราญแม่ของหญิง หญิงทราบก็ใจหายเล็กน้อยเพราะวันที่เธอจะไปกรุงเทพคือวันหลังจากที่ตาโตเดินทางไปกับรองเจ้าอาวาส
ก่อนวันเดินทาง หญิงสาวหยิบกระดาษสมุดมาเขียนจดหมายถึงตาโตฝากแม่ของเธอไว้
วันที่....
ตาโตน้องรัก
เสียดายจัง วันที่พี่เดินทางตาโตไม่ได้ไปส่งพี่ เป็นเด็กดีนะ
ตั้งใจเรียนหนังสือจะได้ตามพี่ ๆ ไปเรียนที่กรุงเทพฯ ฝากดูแลพ่อ แม่
และป้าของพี่ด้วย พี่จะหมั่นเขียนจดหมายมาหา
อุปกรณ์การเรียนพี่เก็บรวบรวมไว้ให้แล้ว เก็บดูแลให้ดี และนี่เงิน
เล็ก ๆ น้อย ๆ พี่ฝากไว้ให้ตาโตนะจ๊ะ
ห่วงและระลึกถึง
พี่หญิง
เธอมองภาพบริเวณบ้าน แล้วนึกถึงในวัยเด็กที่มีพี่ ๆ เธอ และตาโต เด็กชายที่เล็กที่สุดในกลุ่มที่เดินตามเธอต้อย ๆ และภาพที่เธออดยิ้มไม่ได้คือภาพที่เด็กหญิงตัวเล็กคนหนึ่งเดินเปลือยมาเพราะปลิงตัวนั้นและเด็กชายตัวน้อยคนนั้นที่เข้ามาแกะปลิง...เจ้าตาโต

มีอีกหลายตอนหรือเปล่าคะ
สวัสดีค่ะ มี ๒ ตอนค่ะ ขอบคุณที่แวะมาค่ะ
เพิ่งแก้คำผิดไป ขอโทษด้วยค่ะ
หากพบคำผิดช่วยแนะนำด้วยนะคะ
อยากอ่านๆๆๆตอนสอง....
ถึงจะเป็นเรื่องของเด็กๆแต่ก็ทำให้อมยิ้มและรำลึกถึงสมัยตอนเป็นเด็ก ที่ตามเพื่อไปหาหน่อไม้แล้วจะต้องลงห้วยหนองคลองบึง ก็ถูกปลิงเกาะติดเต็มขาเหมือนกัน ได้แต่หลับหูหลับตาแหกปาก จนเพื่อนๆช่วยดึงออกให้จนหมด hahahahaha
เขียนได้ดีจริงๆ เห็นภาพ... เรื่องจริงหรือเปล่าหนอ ? เขียนให้อ่านเรื่อยๆนะครับ จะติดตามอ่าน....อยากเป็นนักเขียนเหมือนป้า
แต่...จินตนาการไม่ค่อยมี ใกล้ปีใหม่งานเยอะมากๆๆๆ ยังไงก็จะคอยติดตามเรื่องของป้านะครับ
จะมาอ่านตอนต่อไปครับ...
-ปณิธฺ ภูศรีเทศ
สวัสดีค่ะ ท่าน ศน.
สวัสดีค่ะป้าพธู
อ่านแล้วนึกถึงวัยเด็กจังค่ะ แถวบ้านก็ยังมีปลิงอยู่บ้างนะคะ เท่าที่ได้ฟังพ่อเล่า บอกว่าปลิงจะอยู่ในน้ำนิ่ง ๆ ค่ะ น้ำที่ไม่มีทีระบายน่ะค่ะ เคยถูกทากกัดสมัยเดินภูกระดึง ก็หนาว ๆ แล้วค่ะ
สวัสดีค่ะป้าพธู
อ่านแล้วนึกถึงวัยเด็กจังค่ะ แถวบ้านก็ยังมีปลิงอยู่บ้างนะคะ เท่าที่ได้ฟังพ่อเล่า บอกว่าปลิงจะอยู่ในน้ำนิ่ง ๆ ค่ะ น้ำที่ไม่มีทีระบายน่ะค่ะ เคยถูกทากกัดสมัยเดินภูกระดึง ก็หนาว ๆ แล้วค่ะ