การโกหกผู้อื่นนั้น ย่อมทำให้เกิดทั้งผลดีและผลเสียเปรียบเสมือนมีดที่ขึ้นอยู่กับว่าผู้ใช้จะนำไปใช้ในทางใด ปัจจุบันนี้กลายเป็นว่าการโกหกกลายเป็นเรื่องปกติสามัญที่คนไม่ค่อยได้ใส่ใจ เท่าไรนัก ทั้งๆที่เป็น1ในศีล5สำคัญสำหรับเหล่าพุทธศาสนิกชนแท้ๆ (ตอบได้ไหมเอ่ยว่า "งดเว้นการพูดเท็จ" อยู่ในศีลข้อไหน??)
ดังนั้นเลยขอหยิบยกมาพูดเป็นหัวข้อของวันนี้เลยดีกว่า การโกหกนั้นสามารถแบ่งได้เป็น2จำพวกใหญ่ๆ คือ
1.) มีเหตุถึงโกหก
2.) ถึงไม่มีเหตุก็โกหก
ถึงไม่มีเหตุก็โกหก
บุคคลประเภทนี้นับว่าเป็นพวกสายพันธุ์เดียวกับพวก ขี้โม้และยังเป็นญาติห่างๆกับพวก ดีแต่ปาก อีกต่างหาก หากผู้ใดพบเจอนับว่าเป็นบุญของพวกท่านที่ได้พบสัตว์หายากประจำเมืองแล้ว สมควรแก่การอนุรักษ์ไว้ให้ลูกหลานได้ยำตรีนและสรรเสริญจริงๆสำหรับผู้ที่ไม่เคยพบเจอก็สามารถนำผ้าสีรุ้งมาพันรอบตัวบุคคลนั้นได้ เผื่อบางรายอาจเสี้ยนขูดขอหวย ไม่เป็นที่ระบุแน่ชัดว่าบุคคลจำพวกนี้มีปมด้อยหรือขาดความอบอุ่นกันแน่เลยต้องสร้างเรื่องโกหกขึ้นมาเพื่อเรียกร้องความสนใจว่าตัวเองมีดีอย่างโน้น มีดีอย่างนี้ แม้ว่าเราจะพยายามถามว่าสิ่งที่พูดมันจริงหรือไม่บุคคลพวกนี้ก็สามารถเปลี่ยนประเด็นหรือเปลี่ยนเรื่องได้อย่างแนบเนียน บุคคลจำพวกนี้อาจไม่ส่งผลร้ายแรงมากเท่าไรในด้านศีลธรรม แต่อาจสร้างปัญหากับสุขภาพจิตของบุคคลใกล้เคียงได้ ดังนั้นผู้ใดมีเพื่อนหรือคนรู้จักเป็นคนประเภทนี้คาดว่าคงต้องทำใจเล็กน้อย และจำเป็นต้องยึดมั่นในศีลข้อ1อย่างมากมิฉะนั้นท่านอาจได้ลงข่าวหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์ในหัวข้อฆาตกรรมเป็นแน่ แท้
มีเหตุถึงโกหก
ในหมวดนี้ก็สามารถแยกย่อยไปได้หลายแขนง จึงขอหยิบยกมาแค่ประเด็นหลักๆที่พบเจอได้บ่อยๆ
เหตุถึงชีวิตและทรัพย์สิน : ประเภทนี้มีการอนุโลมให้โกหกได้เพื่อความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สิน เช่นถูกโจรขึ้นบ้านแล้วโกหกว่าสมบัติอยู่ตรงป้อมยามแถวปากซอยบ้าน แต่ในกรณีที่โกหกแฟนว่าไม่ได้ไปเที่ยวกับกิ๊กนี่ไม่นับว่าเป็นการโกหกเพื่อ ชีวิตและทรัพย์สินน่ะขอรับ
โกหกเพื่อเหตุผลส่วนตัว : เป็นการโกหกที่เห็นแก่ตัวสุดๆ ไม่ว่าจะเป็นการโกหกเพื่อไม่รับความผิดหรือเอาตัวรอดจากเรื่องไม่เป็นเรื่อง หรือแม้กระทั่งหลอกผู้อื่นเพื่อสร้างภาพ บลาๆๆๆๆ 1081900ประการสุดแล้วแต่จะบรรยาย หมวดนี้ถือว่าพบได้มากในสังคมปัจจุบัน กลุ่มพวกนี้ ถ้าโกหกบ่อยๆหรือมากๆเข้าก็ควรจะออกห่างเสีย หรือทางที่ดีก็ไม่ควรจะใกล้ชิดมากอย่าได้ไปหวงแหนมากมิฉะนั้นท่านอาจจะเป็นผู้เดือดร้อนซะเอง ส่วนวิธีการแก้นิสัยของคนพวกนี้ไม่ยากเลย แค่รอให้กรรมตามทันเท่านั้น โดนคืนแรงๆซักทีแล้วจะเริ่มคิดได้
โกหกตัวเอง : เป็นการโกหกที่เริ่มพบเห็นได้มาก ไม่แน่ใจว่าเกิดจากการที่ดูละครหรือนิยายน้ำเน่าที่มีนางเอกกัดกับพระเอก บ่อยๆแล้วสุดท้ายก็มารักกับพระเอก (หรืออาจจะกลับกันระหว่างพระเอกและนางเอก)พบเห็นคนส่วนใหญ่เป็นกันเยอะมากโดยเฉพาะเรื่องความรัก โดยมากแล้วมักจะเกิดขึ้นกับพวกที่สับสนในตัวเองไม่สามารถระบุได้แน่นอนว่าYes/No หรือถ้าเรียกให้เข้าใจเป็นภาษารักวัยรุ่นก็คือ "กลัวเจ็บ" จึงจำเป็นต้องโกหกตัวเองเพื่อปกป้องตัวเอง การโกหกแบบนี้มีทั้งดีและไม่ดี เปรียบเสมือบดาบ2คมอีกเช่นกัน เพราะอาจเป็นการทำลายโอกาสของตัวเอง หรือทำให้คนอื่นทุกข์ใจไปเปล่าๆ ในทางกลับกัน ก็เป็นการปกป้องตัวเองจากผู้ประสงค์ร้ายได้หากท่านรู้ลึกถึงบุคคลผู้นั้น
มาเยี่ยมชมผลงาน นำบล็อกเข้าแพลนเน็ตแล้วครับ
เป็นกำลังให้กันและกัน นะครับ ครูแหม่ม