เท่านั้นเอง หลวงพ่อวางถ้วยน้ำชาตรงหน้าเขา พยักหน้ายกให้

จิตเกษม-4

โสภณ เปียสนิท

...........................    

 

 

                             หลวงพ่อนิ่งคิด รับป้านน้ำชาจากเณรน้อย รินใส่ถ้วย เขาคิดว่า “น้ำชาอะไรนะ หอมน่าดื่มจัง” เท่านั้นเอง หลวงพ่อวางถ้วยน้ำชาตรงหน้าเขา พยักหน้ายกให้ “ระดับแรก เรียกว่า สุขวิปัสสโก จิตท่านผุดผ่อง ไม่ต้องการความสามารถพิเศษใดๆ แต่จิตเกษม บริสุทธิ์ มีสุข ไม่ยึดติดสิ่งใด เหมือนน้ำไม่ติดบนใบบัว”

 

                            เขาสนใจลำดับต่อมา “แล้วระดับที่ 2 เล่าหลวงพ่อ” “เตวิชโช วิชา 3 ประการ ท่านรู้อดีต เรียกว่า ปุพเพนิวาสานุสติญาณ รู้อนาคต เรียกว่า จุตูปปาตญาณ รู้จักทำกิเลสให้หมดไป เรียกว่า อาสวักขยญาณ”

 

                                “ระดับที่ 3 คืออะไรครับ” “อภิญญา 6 ประการ 1. แสดงฤทธิ์ได้ 2. หูทิพย์ 3. รู้วาระจิตผู้อื่น 4. ระลึกชาติ 5. ตาทิพย์ 6. ทำกิเลสให้สิ้น”

 

                                “ระดับที่ 4 เล่าครับ” “เรียกว่า ปฏิสัมภิทาญาณ 4 ประการ อัตถปฏิสัมภิทา แตกฉานในอรรถยกหัวข้ออธิบายเนื้อหาสาระอย่างกว้างขวาง ธัมมปฏิสัมภิทา แตกฉานในธรรม สรุปเนื้อหาธรรมแม่นยำเที่ยงตรง นิรุตติปฏิสัมภิทา แตกฉานทุกภาษาพูดได้ฟังได้ไม่ว่าภาษาคน ภาษาสัตว์ทุกชนิด ปฏิภาณปฏิสัมภิทา ปฏิภาณดีแคล่วคล่องว่องไวในญาณทัศนะทุกประการ”

 

                            เขาคิดสงสัยว่า ระดับที่สี่มีคุณสมบัติน้อยกว่าระดับที่3 “ระดับที่4 นี่ถือว่าคุณพิเศษสูงที่สุดใช่ไหมครับ” “ใช่แล้ว” “เหมือนจะน้อยกว่า ระดับที่ 3” “ท่านยังมีวิชชาอีก 8 ประการ วิปัสสนาญาณ มโนมยิทธิ อิทธิวิธี ทิพยโสต เจโตปริยญาณ ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ ทิพยจักษุ อาสวักขยญาณ ครอบคลุมทั้งหมด”

 

                             เขาคิดหาเหตุผลแห่งความแตกต่าง “เหตุใดจึงมีหลายระดับเล่าครับ” “ขึ้นอยู่กับวาสนาเก่าของท่านเหล่านั้นเอง ฝึกมาไม่เหมือนกัน อุปนิสัยต่างกัน มีวิธีเข้าถึงต่างกัน ความต้องการต่างกัน แต่จิตเกษม หมดกิเลสเหมือนกัน”

 

                                 วันนี้เขาได้รับฟังเรื่องราวของพระศาสนาในส่วนที่เป็นเป้าหมายสูงสุดด้วยความเข้าใจ หลังจากเดินตามแนวทางที่หลวงพ่อสั่งสอนมาหลายปี หลวงพ่อคุยกับหมาตัวโปรดเบาๆ สมชาติมองใบไม้กลิ้งเกลื่อนบนพื้นปลิวไปตามแรงลม เหมือนหมู่สัตว์เวียนว่ายตายเกิดภพน้อยภพใหญ่ไปตามกระแสกรรม เคว้งคว้างมองหาเบื้องต้นเบื้องปลายไม่เห็น ช่างน่าสงสารนัก คนเรามีชีวิตอยู่เพื่อสิ่งใด