ฉันสังเกตทุกคนที่ขึ้นมาถึงหลังแปทุกคนมีสีหน้ายิ้มแย้ม ไม่มีสภาพความเหนื่อยล้าให้เห็น
              

              วันนี้จะขอเล่าเรื่องไปเที่ยว ภูกระดึง ในวันหยุด 4-6 ธันวาคม  ที่ผ่าน

มาขอบอกว่านี่คือครั้งแรกในชีวิตจริงๆ เพราะแต่ก่อนไม่กล้าไป กลัวไปไม่ไหว

แต่ปีนี้คิดว่ายังไงก็ต้องไปให้ได้ จึงได้ชักชวนน้องๆ ที่สนิทกันไปด้วยรวมทั้งหมด

11 คน โดยมีน้องนก รู้จักพี่ที่ทำงานที่อุทยานแห่งชาติภูกระดึงให้เขาติดต่อเรื่อง

จองเต็นท์ให้เรียบร้อยก่อนเดินทางไป  ทีมงานพวกเราออกเดินทางเช้าวันเสาร์

ที่ 4 ตั้งแต่ หกโมงเช้า ถึงที่ทำการภูกระดึง  7.30 น. ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมที่พัก

คนละ30 บาท/คืน  ส่วนค่าเข้าภูกระดึงช่วงนี้ งดเก็บเราจึงไม่ต้องจ่ายเพิ่ม 

เราเริ่มเดินทางจากที่ทำการอุทยานเวลา 8.00 น.พอดี น้องที่ไปด้วยกันบางคนก็

จ้างลูกหาบในการนำสัมภาระขึ้นไป ราคา กิโลกรัม ละ 15 บาท แต่ถ้าใครจะจ้าง

ลูกหาบต้องไปตั้งแต่เช้ามากๆ เพราะกว่าที่สัมภาระจะขึ้นไปถึงจะช้ามากกว่าที่

เรานำไปเอง

        ส่วนตัวฉันเดินทางพร้อมเป้ที่สะพายบนหลังหนัก ประมาณ 2-3 กก.ขาดไม่

ได้คือน้ำดื่ม ติดตัวไป 1 ขวด ช่วงแรกในการเดินขึ้นเขาร่างกายยังไม่ได้ปรับตัว

จะเหนื่อยมาก เดินขึ้นยังไม่ถึง 100 เมตร มองไปรอบๆ ซึ่งมีนักท่องเที่ยวไปเป็น

จำนวนมาก เริ่มเหนื่อยบางคนก็หน้าซีด  บางคนก็เริมพักก็มีพวกเราเดินทางไป

เรื่อยๆ ทางเริ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ และเดินลำบากมากขึ้น แต่ความรู้สึกมันเป็นอะไรที่

ท้าทาย เราเดินตามกันไปเรื่อยๆเหนื่อยก็พักไม่รีบร้อนอะไร อากาศที่เคยหนาว

เมื่อตอนเช้า ตอนนี้เริ่มร้อนจนต้องถอดเสื้อแขนยาว

ผูกเอวไว้ กว่าพวกเราจะถึงซำแฮก แต่ละคนก็เหนื่อยล้าไปตามๆกัน

                 

หลังจากที่พักเหนื่อยกันแล้วเราก็เดินทางกันต่อ ทางเดินรู้สึกว่าสบาบขึ้นไม่ชัน

มาก มีที่ราบสลับเป็นช่วงๆ ทำให้เราเดินทางได้สบายขึ้น ในแต่ละซำ ระหว่างทาง

ก็จะมีร้านขาย อาหาร และของทานเล่นให้หายเหนื่อยเยอะมาก  เราไม่ต้อง

เตรียมอะไรไปมาก ยกเว้น เตรียมเงินไปซื้อก็พอ ส่วนราคา ก็เพิ่มขึ้นมาเป็น 2-

2.5 เท่าของราคาพื้นราบแต่เมื่อเราเห็นความยากลำบากในการนำขึ้นไปเราก็

ยินดีในการจ่ายเพราะมันลำบากมากๆ

                               

 เราเดินมาถึงซำสุดท้ายกอ่นที่ระยะทางจะเป็นทางสูงชันที่จะต้องปีน และใช้

ความระมัดระวังเพิ่มมากขึ้น และมีทั้งเดินบนบันไดเหล็ก และจับราวบันได เหล็ก

เป็นช่วงๆ ทางค่อน ข้างลำบาก มากก่อนที่จะถึงหลังแป

                                  

ฉันถึงหลังแป เวลา 12.25 น. เมื่อถึงหลังแปแล้วความเหนื่อยแทบจะหายเป็น

ปลิดทิ้ง อากาศเย็นสบายทีมงานของเราหลายคนที่เดินทางมาถึงก่อน เรานั่งพัก

ผ่อนรออีกหลายคนที่ยังเดินทางยังมาไม่ถึง ฉันสังเกตทุกคนที่ขึ้นมาถึงหลังแป

ทุกคนมีสีหน้ายิ้มแย้ม  ไม่มีสภาพความเหนื่อยล้าให้เห็น

เมื่อน้องมาครบทุกคนเราจึงถ่ายภาพ ร่วมกันเป็นที่ระลึกว่า

            ครั้งหนึ่งเราคือผู้พิชิต..ภูกระดึง