การประสานงานและการเตรียมชุมชน 

การวิจัยเชิงปฏิบัติการอย่างมีส่วนร่วม เป็นวิธีดำเนินการวิจัยที่สามารถออกแบบให้เหมาะสมไปตามวัตถุประสงค์การวิจัยของกลุ่มคน ตลอดจนหน่วยงานและองค์กรต่างๆได้อย่างไม่จำกัด การประสานงานและการเตรียมชุมชน จะเป็นขั้นตอนแรกๆที่จะต้องทำ ซึ่งโดยทั่วไปก็จะประกอบด้วยกิจกรรมและการดำเนินการต่างๆดังนี้

  • ทำหนังสือแจ้งหน่วยงานและผู้นำชุมชนให้ทราบอย่างเป็นทางการ
  • ทำหนังสือบอกวัตถุประสงค์และชี้แจงโครงการให้หน่วยงาน องค์กร ผู้นำชุมชน และกลุ่มผู้เกี่ยวข้องได้ทราบในเบื้องต้น
  • ระบุกลุ่มผู้เกี่ยวข้องและกลุ่มผู้สนใจ ที่ทีมวิจัยต้องการประสานงาน
  • เตรียมการพบปะและจัดประชุมเพื่อชี้แจงโครงการ พัฒนาความร่วมมือ และเตรียมดำเนินการต่างๆให้สอดคล้องกับความต้องการของทุกฝ่าย
  • สรุปและทำบันทึกช่วยสื่อสารและช่วยการจำ

การประสานงานและเตรียมชุมชนดังกล่าว เป็นการดำเนินการโดยทั่วๆไป ซึ่งแนวคิดและหลักดำเนินการที่สำคัญก็คือ การได้รับความร่วมมือและการมีส่วนร่วมระดับต่างๆในกระบวนการวิจัยที่จะดำเนินการขึ้นในชุมชน

  การประสานงานและการเตรียมชุมชนเพื่อขับเคลื่อนการวิจัยแบบ PAR  

ในการวิจัยแบบ PAR ที่มุ่งดำเนินการโดยบูรณาการมิติความเป็นชุมชนและถือเอาการแก้ปัญหาเชิงพื้นที่ชุมชนเป็นตัวตั้งนั้นก็เช่นกัน ก็มีความจำเป็นที่จะต้องเข้าสู่ชุมชนและเตรียมการเพื่อทำกิจกรรมต่างๆให้เข้าสู่กระบวนการวิจัยและปฏิบัติการเชิงสังคมทีละเล็กละน้อย โดยจุดหมายและวัตถุประสงค์ที่สำคัญก็คือ เพื่อเข้าถึงคนและได้ข้อมูลที่ถูกต้องสำหรับระดมการมีส่วนร่วมให้การพัฒนาประเด็นการวิจัย การออกแบบกระบวนการ และการพัฒนากลุ่มปฏิบัติการวิจัยต่างๆในลำดับต่อไป ให้สะท้อนปรัชญาและระเบียบวิธีการวิจัยแบบ PAR อย่างเหมาะสมที่สุด

  เครื่องมือและสิ่งที่จะต้องเตรียม 

  • เอกสารแนะนำโครงการ เพื่อแสดงตนในการเข้าไปทำงานในพื้นที่ให้ผู้นำชุมชนและหน่วยงานต่างๆได้รับทราบ เกิดความสบายใจ อีกทั้งสามารถเป็นแหล่งอ้างอิงทางข้อมูลและข่าวสารของโครงการได้
  • สื่อแนะนำแนวคิดสำคัญของกระบวนการทำงานในแนวทางที่ทีมวิจัยมุ่งให้ความสำคัญ เช่น แนวคิดและวิธีทำงานเป็นกลุ่ม วิธีเรียนรู้ด้วยการปฏิบัติกิจกรรมเพื่อส่วนรวมของชุมชน ความสำคัญของการทำวิจัยโดยประชาชนและกลุ่มประชาคมอันเกิดจากการรวมตัวของภาคประชาชน เหล่านี้เป็นต้น
  • สื่อและเอกสารที่ให้การเรียนรู้ทางสังคม ซึ่งจะทำให้การพบปะและโอกาสได้สนทนากัน เป็นโอกาสสร้างการเรียนรู้โลกรอบข้างให้แก่ประชาชนไปด้วย ตลอดกระบวนการล้วนเกิดการปฏิสัมพันธ์ที่นำไปสู่การเพิ่มพูนประสบการณ์ของชุมชนอยู่เสมอ ไม่ต้องรอให้ผลการวิจัยออกมาเพียงขั้นตอนเดียว หรือต้องอบรมเฉพาะความรู้ของคนภายนอกอย่างเดียว
  • เครื่องมือสำหรับเก็บและบันทึกข้อมูล กล้องถ่ายภาพ สมุดจดบันทึก กระดาษฟลิปชาร์ต ปากกา เครื่องเขียน

แนวคิดที่สำคัญในการคัดสรรและจัดเตรียมเครื่องมือ สื่อ และวิธีประสานงานในเบื้องต้นก็คือ เป็นสื่อที่เสริมพลังของการได้พบปะกัน ในอันที่จะนำไปสู่การทำงานและต่างก็ได้การเรียนรู้เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงใหม่ๆด้วยกันให้ดีที่สุด ทั้งนี้ ต้องเน้นให้การสื่อสารแบบ ๒ ทางและการปฏิสัมพันธ์กันอย่างมีคุณภาพเป็นตัวนำ และให้สื่อกับเครื่องมืออื่นๆเป็นตัวเสริม

อย่างไรก็ตาม การวิจัยแบบ PAR สำหรับดำเนินการกับภาคประชาชน กลุ่มประชาสังคมท้องถิ่น รวมทั้งปัจเจกและการรวมกลุ่มของผู้มีจิตสาธารณะต่อประเด็นความสนใจต่างๆนั้น ต้องให้ความสำคัญต่อการติดต่อประสานงานด้วยตนเองของตัวบุคคล มากกว่าการประสานงานด้วยเอกสาร ซึ่งหลักคิดและความเข้าใจก็มีความเป็นเหตุเป็นผลอยู่ในตนเอง เนื่องจากกลุ่มคนดังที่กล่าวถึงเหล่านี้ โดยมากแล้วก็จะเป็นกลุ่มคนที่มีภาวะผู้นำดี เป็นนายตนเอง เรียนรู้และมีส่วนร่วมทางการปฏิบัติต่อเรื่องต่างๆด้วยการใช้ความรู้ความเข้าใจและการตัดสินใจบนความเป็นเหตุผลของตนเอง ไม่ใช่วิธีชักจูง โน้มน้าว หรือใช้โครงสร้างเชิงอำนาจมากดดันให้ปฏิบัติ

ดังนั้น จึงต้องการการพูดคุยและการสร้างความเข้าใจร่วมกัน มากกว่าการได้เห็นหนังสือสั่งการและการประสานงานที่สื่อถึงความเป็นเจ้าเป็นนาย ยิ่งไปกว่านั้น การประสานงานโดยหนังสือและไม่ให้ความสำคัญกับการเดินพบปะถ้อยทีถ้อยคุยเยี่ยงคนทำงานและมีความสำนึกต่อสังคมเช่นกันกับกลุ่มคนทำงานซึ่งมีคุณลักษณะดังที่กล่าวถึงนี้ ก็อาจจะถูกปฏิเสธและไม่ให้ความสนใจที่จะเดินมาปรึกษาหรือและทำสิ่งต่างๆด้วยกันนับแต่เบื้องแรกเลยทีเดียว

  กิจกรรมและการดำเนินการที่สำคัญ 

  • ทำหนังสือประสานงานและแจ้งแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นเบื้องต้นอย่างเป็นทางการและไม่เป็นทางการ
  • เข้าไปค้นหาเพื่อวิเคราะห์และระบุกลุ่มคนที่เป็นกลุ่มที่มีพลังต่อการนำการเปลี่ยนแปลงหลากหลายประเด็นในชุมชน เช่น กลุ่มประชาคม กลุ่มปัจเจก กลุ่มผู้มีจิตสาธารณะ กลุ่มผู้เป็นที่เคารพนับถือ กลุ่มสนทนาตามศาลาวัดและที่สาธารณะ กลุ่มทำกิจกรรมในองค์กรประชาสังคมแบบต่างๆ เช่น สมาคม กลุ่มหอการค้า กลุ่มสภาวัฒนธรรมท้องถิ่น กลุ่มและชมรมวิชาชีพ กลุ่มการวมตัวเพื่อเคลื่อนไหวกิจกรรมเพื่อส่วนรวม กลุ่มผู้สื่อข่าวท้องถิ่น กลุ่มศิลปะ กลุ่มเยาวชน กลุ่ม อสม. เหล่านี้เป็นต้น
  • การวิเคราะห์และร่วมกันระบุกลุ่มดังกล่าว ควรทำกับกลุ่มคนในพื้นที่ซึ่งเป็นกลุ่มประชาสังคมในท้องถิ่น เช่น กลุ่มครู กลุ่มผู้นำทางจิตใจ กลุ่มปัจเจกผู้มีจิตสาธารณะในท้องถิ่น ทั้งนี้ โดยเน้การมองผ่านประสบการณ์และความรอบรู้ของคนในพื้นที่ จากนั้น จึงนำมาเป็นกรอบสำรวจหาข้อมูลร่วมกับแหล่งอื่นๆ เพื่อเตรียมคน เตรียมพื้นที่ และเตรียมจัดประชุมการวิจัยร่วมกับชุมชนในลักษณะต่างๆต่อไป การให้ข้อมูลจากประสบการณ์ของคนในพื้นที่เป็นเครื่องชี้นำการปฏิบัตินั้น ในบางครั้งข้อมูลอาจจะไม่ลึกอย่างที่นักวิจัยและคนภายนอกรู้ แต่ก็เป็นความรู้ความเข้าใจที่อยู่ในตัวคน อีกทั้งเป็นความรู้ที่ชาวบ้นใช้ในชีวิตประจำวัน ซึ่งจะทำให้ชุมชนยืนขึ้นบนฐานชีวิตตนเองและมีความยั่งยืนทางการปฏิบัติได้ดีกว่าเริ่มต้นจากความรู้ของคนภายนอก
  • นอกจากใช้วิธีติดต่อประสานงานโดยหนังสือที่เป็นทางการแล้ว หลังจากได้ข้อมูลและรู้จักภูมิศาสตร์ทุนศักยภาพและทุนทางสังคมในชุมชนได้มากขึ้นแล้ว ก็ควรใช้วิธีสื่อสารบอกกล่าวผ่านการสนทนากับกลุ่มต่างๆเป็นรายกลุ่ม
  • สาระสำคัญที่ผู้ประสานงานและผู้เตรียมชุมชนควรนำเสนอและแจกแจงผ่านการพูดคุยกันก็คือ จุดหมายและวัตถุประสงค์ของการมายังชุมชนของตนเอง การแนะนำโครงการ การเรียนรู้ความสนใจและประเด็นของพื้นที่ รวมทั้งสิ่งที่กลุ่มต่างๆดำเนินการอยู่เพื่อหาแนวทางเชื่อมต่องานกัน หรือพัฒนาความร่วมมือกันต่อไป
  • บันทึกความรู้เกี่ยวกับชุมชนและสรุปบทเรียนเบื้องต้นของกลุ่มคนในพื้นที่ เพื่อเป็นข้อมูลออกแบบการลงสู่ชุมชนของทีมวิจัยและเพื่อประสานงานอื่นๆในลำดับต่อไป

  การเตรียมตนเอง 

  • ควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับชุมชน รวมทั้งศึกษาเรียนรู้ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ที่จะสามารถสื่อสะท้อนตนเองได้มากพอสมควรว่าเป็นผู้มีความตั้งใจ จริงจัง และไม่ได้มุ่งวิธีการที่ตนเองจะสะดวกสบายเพียงเพื่อให้ได้งานที่ต้องการ
  • เตรียมเอกสาร สื่อ เกี่ยวกับโครงการ ทั้งเนื้อหา ความคิด กิจกรรมและวิธีดำเนินการต่างๆ
  • การติดต่อประสานงานด้วยโทรศัพท์กับคนในพื้นที่ล่วงหน้า เท่าที่จำเป็น

  ทักษะและวิธีการที่จะช่วยการทำงาน 

  • การวิเคราะห์และการถอดบทเรียนศักยภาพและทุนทางสังคมมิติต่างๆให้มากที่สุด โดยเฉพาะองค์ประกอบด้านการกระตุ้นและขับเคลื่อนกิจกรรมชีวิตเศรษฐกิจชุมชน วิถีวัฒนธรรมและกิจกรรมเพื่อบรรลุคุณค่าทางจิตใจและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ในสถานะต่างๆของคนในชุมชน
  • การวิเคราะห์สังคมมิติ Sociogram เพื่อเห็นศักยภาพและทุนมนุษย์ของกลุ่มคนในชุมชนกลุ่มต่างๆ รวมทั้งเห็นเครือข่ายความเชื่อมโยงกันอันซับซ้อนมิติต่างๆของชุมชน ทั้งทางด้านความรู้ท้องถิ่น เศรษฐกิจชุมชน วัฒนธรรม สุขภาพ ความเป็นผู้นำทางความคิดเห็น การเป็นแหล่งข้อมูลและข่าวสาร เป็นต้น วิธีวิเคราะห์สังคมมิติจะช่วยให็เห็นภาพสิ่งที่ชุมชนมีอยู่เป็นทุนทางสังคมของชุมชน และเป็นข้อมูลชี้นำการวางแผนสำหรับประสานงานและจัดเวทีการพบปะกับให้เหมาะสมกับกาละเทศะต่างๆ
  • การทำแผนที่ชุมชนในมิติต่างๆ เพื่อวิเคราะห์เชิงซ้อน ให้เห็นศักยภาพและทุนทางสังคมและทุนศักยภาพทางด้านต่างๆ ทั้งทางด้านสุขภาพ สิ่งแวดล้อม ภูมิปัญญาท้องถิ่น แหล่งการเรียนรู้ กิจกรรมสาธารณะ ซึ่งจะทำให้เห็นการกระจุกและการกระจายตัวของปัจจัยพื้นฐานชีวิตชุมชน รวมทั้งเป็นพลังที่เป็นนามธรรม ที่ขับเคลื่อนชีวิตและความเคลื่อนไหวทางด้านต่างๆของชุมชน

  ภารกิจเบื้องตนที่ควรจัดเตรียม 

  • สามารถระบุได้เบื้องต้นว่ากลุ่มผู้เกี่ยวข้องต่างๆที่จะมีความสำคัญต่อการทำงานวิจัยแบบ PAR มีอยู่อย่่างไร เป็นใครบ้าง อยู่ที่ไหน และกำลังทำสิ่งใดอยู่ ที่สำคัญคือ กลุ่มผู้มีศักยภาพในการเป็นนักวิจัยท้องถิ่นโดยการวิจัยแบบ PAR  กลุ่มที่ปรึกษา กลุ่มที่จะเป็นผู้นำเข้าสู่ชุมชนและให้การแนะนำเมื่อจำเป็น กลุ่มผู้ที่ชุมชนเคารพนับถือและถือเป็นสถาบันในชุมชน
  • สามารถระบุวันเวลาและกำหนดการเบื้องต้นในการนัดหมายจัดเวทีชุมชนเพื่อเป็นจุดเริ่มต้นเข้าสู่พื้นที่ของกลุ่มนักวิจัยที่จะลงไปทำงานกับชุมชนและเพื่อการปรึกษาหารือกันของทุกฝ่าย
  • สามารถมีข้อมูลและเห็นความเป็นเหตุผล ตลอดจนเห็นบริบททุกด้านของชุมชน ในการที่จะออกแบบกิจกรรมและดำเนินการต่างๆโดยถือความเป็นชุมชนเป็นตัวตั้ง
  • สามารถรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับชุมชนเกี่ยวกับสถานที่และแหล่งสำหรับการทำงานที่เหมาะสมด้วยกัน
  • จัดประชุมและนำเสนอบทสรุปการลงพื้นที่และการเตรียมชุมชนให้กับกลุ่มผู้เกี่ยวข้องที่จะพัฒนาเป็นทีมและเครือข่ายการวิจัยแบบ PAR ร่วมกันต่อไป

  ข้อห้ามและสิ่งที่ไม่ควรทำ 

  • ไม่ทำอวดรู้และสอดรู้สอดเห็นในสิ่งที่เกินบทบาทความเป็นนักวิจัยและคนทำงานความรู้ ซึ่งจะทำให้ทั้งทีมสูญเสียความไว้วางใจจากชุมชน แม้จะช่วยให้งานสำเร็จก็ไม่ควรทำ เพราะในระยะยาวจะเป็นบทเรียนให้สังคมขาดความมั่นใจกับงานทางวิชาการ
  • หากพบกับปัญหาที่น่าสนใจหรือได้รับการขอร้องจากชุมชนให้ช่วยประสานหรือช่วยดำเนินการเพื่อนำไปสู่การแก้ไขด้วยวิธีอื่นที่มิใช่วิธีการทางความรู้และการปรับเปลี่ยนโครงสร้างปฏิบัติการสังคมด้วยโครงสร้างทางปัญญา ก็ไม่ควรทำ แม้จะมีศักยภาพเข้าถึงอำนาจและเข้าถึงกลไกอื่นที่แก้ปัญหาได้ ก็ไม่ควรทำ เพราะในระยะยาวแล้วจะไม่เป็นผลดี ผู้คนจะไม่ศรัทธาวิธีการทางความรู้และมุ่งสนใจความสำเร็จง่ายๆเฉพาะหน้า ไม่เป็นพลังปฏิรูปสังคมที่ดี
  • วางตนเป็นฝักฝ่ายกับผู้อื่น ไม่ซื่อตรงต่อกลุ่มคนในพื้นที่ซึ่งอาจเป็นกลุ่มทางความคิดและกลุ่มผู้มีอำนาจที่ต่างกลุ่มกัน
  • ไม่สามารถเปิดเผยตนเองและสื่อแสดงตนเอง ตลอดจนกลุ่มผู้เกี่ยวข้องให้แก่ชุมชนและกลุ่มที่ตนเองได้พบปะ
  • ติดต่อขอความร่วมมือผ่านหน่วยงานที่มีอำนาจในท้องถิ่น หรือใช้วิธีการที่อิงกับระบบ ทำให้ชุมชนและคนในท้องถิ่นซึ่งจะต้องอยู่ร่วมกันต่อไปในระยะยาว จำเป็นต้องให้ความร่วมมือและเล่นการเมืองกับคนภายนอกเพียงให้สถานการณ์ผ่านไปอย่างไม่มีความจริงใจต่อกัน

  ธรรมหรือสิ่งที่ควรทำ ควรปฏิบัติ 

  • แสดงตนความเป็นนักวิจัยชุมชน เป็นคนทำงานความรู้กับชาวบ้าน เป็นลูกหลานชาวบ้าน
  • อดทน รับฟัง และร่มผุดประเด็นที่มีเหตุผลแลกเปลี่ยนทรรศนะกันได้ มิใช่เพียงฟังพอเป็นพิธี ฟังแบบผ่านๆ หรือฟังเพื่อรวบรวมข้อมูลหาจุดอ่อนและช่องว่างของผู้อื่นเพื่ออาศัยเป็นจังหวะผลักดันงานที่ตนเองต้องการฝ่ายเดียว
  • สื่อสารกับทุกฝ่ายอย่างเปิดเผย จริงใจ จริงจัง อดทนต่อการแสดงตน และให้ความสำคัญต่อการบอกกล่าวแก่ทุกฝ่าย แม้จะมีคนบางกลุ่มไม่ให้ความสนใจหรือไม่ให้ความร่วมมือ เพราะชุมชนต้องอยู่ด้วยกัน จะให้ความสำคัญแต่จำเพาะกลุ่มคนที่ทีมวิจัยจะทำงานด้วยอย่างเดียวไม่ได้
  • ติดต่อประสานงานให้ชาวบ้านและกลุ่มคนในพื้นที่เกิดความสามารถในการนำกิจกรรมของตนเองก่อน เตรียมศักยภาพคนที่เสียเปรียบและชาวบ้านให้มีความสามารถในการคิดและแสดงออกในนามของตนเองได้บ้างก่อน ก่อนที่จะออกแบบให้ไปร่วมเวทีกับผู้อื่นที่มีความสามารถทำงานในรูปแบบสมัยใหม่ได้ดีกว่า เพื่อทำให้ความหลากหลายในพื้นที่มีความเป็นตัวของตัวเองและสามารถร่วมมือกันเป็นพลังสาธารณะของชุมชนได้ดีมากยิ่งๆขึ้น

อย่างไรก็ตาม จากประสบการณ์ของผู้เขียนนั้น พบว่า ความจริงใจ ความซื่อตรง ไม่มีฟอร์ม ความมีจุดยืน กล้าคิด กล้าแสดงออก ใส่ใจต่อการเดินเข้าหาคน แต่นอบน้อมมีสัมมาคารวะต่อชาวบ้านและผู้คนที่เกี่ยวข้อง พร้อมทำงานที่ยืดหยุ่นให้แก่ผู้อื่นก่อน และความเป็นธรรมชาติของตัวเราเองนั่นเอง ที่จะเป็นเครื่องมือและวิธีทำงานกับคนในพื้นที่ต่างๆได้ดีที่สุด โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่มีความขัดแย้ง และในสถานการณ์ที่ชุมชนในพื้นที่มีกลุ่มทำงานหลากหลาย

อีกทั้งในกรณีที่เกิดอุปสรรคปัญหาที่คนในพื้นที่ไม่สามารถจะเดินเข้าหากันได้นั้น ผู้ประสานงานและเตรียมชุมชนเพื่อการวิจัยแบบ PAR ก็อาจจะเป็นกลไกสร้างความสมานฉันท์ เป็นสื่อกลาง และเป็นกลไกภาคีที่สาม ที่ทำให้ชุมชนในพื้นที่มีหลักอ้างอิงตรงกัน ในอันที่จะลดความแตกต่างลงไปและเกิดจุดเริ่มต้นในการพูดคุยกันได้อีกด้วย งานวิจัยจึงมีบทบาทต่อสังคมมากกว่าการเสร็จสิ้นที่การเขียนรายงานวิจัยหนึ่งเล่มหรือการตีพิมพ์บทความ และการทำงานสนามของการวิจัยแบบ PAR ก็มีบทบาทสำคัญมากกว่าการติดต่อหน่วยงานและเก็บข้อมูลเพื่อส่งต่อแก่การวิเคราะห์ข้อมูลบนโต๊ะนักวิจัย.