เรียน ศ.นพ.วิจารณ์ <blockquote> การเรียนเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2549 จากการสอนแบบไม่สอนของอาจารย์ ดิฉันได้เรียนรู้ถึงการมองกับการเห็นนั้นแตกต่างกันซึ่งคนทั่วไปรวมทั้งดิฉันก็ยังเคลิ้มแต่ระดับของการเห็น กล่าวคือ เห็นโต๊ะเป็นโต๊ะเห็นการสนทนา เป็นการสนทนา แต่หากยังไม่มองทะลุให้ลึกไปกว่านั้นว่าที่ตาเห็นที่หูได้ยิน ส่งสัญญะ อะไร อย่างไร ด้วยเหตุผลใด เราต้องตั้งท่าอย่างไรต่อสัญญะนั้น </blockquote><blockquote> อาจารย์คงจำได้ว่า อาจารย์ได้ถามนักศึกษาว่าการที่มูลนิธิข้าวขวัญได้เปิดโครงการ “โรงเรียนชาวนา” นั้น มีเป้าหมายอะไรนศ.หลายคนที่มีโอกาสตอบ ก็เป็นคำตอบที่เฉียดเป้า ส่วนคนที่ยังไม่ได้ตอบบางคนคงตอบเข้าเป้า แต่คำตอบของดิฉันก็เป็นเพียงการมองแบบแบน ๆว่าปลายทางของมูลนิธิขวัญข้าวนั้นเพื่อให้นักเรียนชาวนาได้ตระหนักว่าความรู้ที่จะนำมาช่วยแก้วิกฤตนั้นอยู่ใกล้ ๆตัวเขา อาจอยู่ในตัวเขาเองบ้าง เพื่อนบ้านบ้างแต่หากนำมาประยุกต์กับความรู้สมัยใหม่จะมีอานุภาพร้ายแรงเพียงพอที่จะทำลายวิกฤตของเขาได้ แต่ปลายทางที่อาจารย์เฉลยมันเป็นคำตอบที่ต้องเรียกว่าต้องทะลุทะลวงไปกว่านี้มาก เพราะปลายทาง คือการเปลี่ยนกระบวนทัศน์ของคน </blockquote><blockquote> นอกจากนี้การที่อาจารย์ได้เชิญคุณอ้อมมาร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทำให้พวกเราประจักษ์ว่าความสามารถของใครสักคน ใช่เกาะติดอยู่กับที่ตำแหน่งวิชาการวุฒิการศึกษา หรืออายุ แต่อย่างใด แต่ความรู้อยู่ในทุกคนหากคนนั้นมีประสบการณ์ตรงทั้งจากการเรียน จากการปฏิบัติซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนชำนาญถ้าเป็นการปรุงอาหารก็เรียกว่ามีรสมือ แม้ไม่ได้ใส่ส่วนผสมตามตำราซึ่งหากใครประพฤติตนเป็นข้าวรวงลีบ ก็จะอดสัมผัสความรู้ที่ไม่ต้องจ่ายค่าลงทะเบียนหรือมีเงื่อนของเวลามาบังคับ </blockquote><blockquote> สุดท้ายได้เรียนรู้ว่าการไม่ได้พูด ไม่ได้เขียนเป็นการสิ้นอิสรภาพทางความคิดเช่นกัน อาจารย์พยายามให้เราได้หลุดพ้นพันธนาการโดยการให้เราได้แสดงความคิดเห็นทั้งจากการมีปฏิสัมพันธ์ในชั้นเรียน และการเขียนลง blog ให้พวกเราได้บินไปพบปิยมิตรทางปัญญา </blockquote> ขอบพระคุณค่ะกุณฑลีย์ ไวทยะวณิช
วัฒนธรรมการเรียนรู้ 25/07/49
การเรียนเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2549
ความเห็น
ยังไม่มีความเห็น