เสียงเพรียกแห่งชีวิต บทที่ 1 ว่าด้วยการฟังเสียงแห่งชีวิต ผมขอหยิบยกตอนที่สำคัญมาดังนี้ครับ ในการฟังเสียงแห่งชีวิต ไม่เพียงแต่ผมต้องฟังสิ่งที่ผมชอบ และสามารถบอกกล่าวคนอื่นๆ ได้ด้วยความภูมิใจเท่านั้น หากยังต้องฟังสิ่งที่ผมไม่ชอบ และ ไม่อยากเล่าให้ใครฟังอีกด้วย ชีวิตของผมมิได้มีแต่ศักยภาพด้านบวกหรือด้านสูงส่ง แต่ยังเกี่ยวข้องกับจุดด้อยและข้อจำกัด รวมถึงความผิดพลาดและด้านมืดของตัวเอง เรามักละเลยสิ่งจำเป็นต่อการเรียนรู้เหล่านี้ แต่เพื่อที่จะเข้าถึงชีวิตอันอุดม เราต้องโอบรับทั้งสิ่งที่เราไม่ชอบ หรือเรื่องน่าละอายของตัวเองอย่างเท่าเทียมกับสิ่งที่เรามั่นใจและภาคภูมิใจ นี่คือเหตุผลที่บทกวีเขียนว่า "ถามผมถึงความผิดพลาดในอดีต" ครับ ผมไม่ขอสรุป และ ไม่ขอแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม เพราะผู้เขียนเขียนได้ชัดเจนอยู่แล้ว แต่จะมาขอเชิญท่านผู้อ่านมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากประเด็นดังกล่าวครับ ว่านำไปใช้อย่างไรได้บ้าง
ครับ การเรียนรู้ที่ดีที่สุด ต้อวเริ่มเรียนรู้ที่ใจตัวเองก่อนครับ ทั้งด้านบวกและด้านลบ และที่สำคัญ ตรวจสอบว่า "ใจเราเป็นกลางหรือไม่"
ขอบคุณมากครับ
แสดงความคิดเห็นมาได้ถูกใจครับ นั่นคือ เราต้องยอมรับชีวิตของเรา ทั้งด้านบวกและด้านลบ
หลายคน มักจะหลงแต่ด้านบวกของตัวเอง ประกอบกับมีแนวคิดว่าด้วยการมองโลกในแง่บวก คือ ให้มองแต่เรื่องดีๆ ซึ่งก็เป็นเรื่องดีครับ ถ้าไม่ลืมที่จะมองด้านลบของตัวเองมาประกอบกันด้วย
ขอบคุณมากครับ
มาติดตามบทแรกค่ะท่านรองฯ ชอบจังค่ะ เหมือนกับว่า การเรียนรู้ทั้งสองด้าน เหมือนที่เค้าบอกว่า ต้องเข้าใจทั้งสองด้านของอีกฝ่าย หากยอมรับได้ก็ใช่เลย ขอบคุณค่ะ :)
หากเรารู้จักดึงและรู้จักยอมก็คงมีความสุขไม่น้อย
เอาแต่ชื่อก็น่าจะรับฟังความคิดเห็น เพราะชื่อดี เหมือนว่ามาจากส่วนลึกของจิตใจ
ครับ ต้องรับรู้ทั้งสองด้านครับ ต้องยิมรับทั้งด้านบวกและด้านลบ ทั้งของเราและของเขา เพื่อความสมดุลย์ในการตัดสินใจ ตามความเป็นจริงครับ
ขอบคุณครับ
ครับ ต้องรู้จักดึงและรู้จักยอม จะมีความสุขครับ
ขอบคุณครับ
ครับ เรื่องนี้มาจากส่วนลึกของจิตใจครับ
ขอบคุณครับ
ในมุมมองชีวิตของปุถุชนคนธรรมดาอย่างเรา ความผิดพลาดต่างๆมักตามมาด้วยความสำเร็จที่ดีเสมอ หากมีการแก้ไขข้อบกพร่อง ยกเว้นเสียแต่ว่า เราไม่พยายามที่จะแก้ไขมันให้ดีขึ้นต่างหาก
สองด้านใหญ่ๆ คือ บวกและลบ แต่ในแต่ละด้านยังมีมุมมีเหลี่ยมที่แตกต่างกันไปอีก
ขึ้นอยู่กับปัจจัย และที่มาค่ะ
ความสำเร็จเป็นเรื่องที่ทุกคนต้องการด้วยกันทั้งนั้น แต่อย่ามองข้ามข้อบกพร่องครับ
ขอบคุณครับ
ครับ เรื่องใหญ่ คือ การยอมรับทั้งด้านบวกด้านลบให้ได้ก่อนครับ แล้วยังมีเรื่องรองๆ ตามมาอีกเพียบ
ขอบคุณครับ
จริงๆ หยุดฟังก็จะเห็นเลยครับ
ยิ่งมีลูก...ลูกแสดงออกมาอย่างไร โดยเฉพาะนิสัยที่ดูแล้วไม่น่ารัก...
ก็นึกได้เลย..นี่มันตัวเรานี่นา..เพราะลูกจะเลียนแบบจากใครหรือครับ ถ้าไม่ใช่จากเรา...
เราเองสร้างโลก (ภพ) เราเอง จากแรงผลักของความเชื่อ อคติ ดีก็ดีไป ไม่ดีก็จมดิื่่งไป
ขอบพระคุณท่านอจารย์ที่ให้ได้ข้อคิดครับ...
* จริงๆ หยุดฟังก็จะเห็นเลยครับ
(ครับ หยุดฟัง โดยเฉพาะ ฟังเสียงภายในของตัวเอง)
* ยิ่งมีลูก...ลูกแสดงออกมาอย่างไร โดยเฉพาะนิสัยที่ดูแล้วไม่น่ารัก...ก็นึกได้เลย..นี่มันตัวเรานี่นา..เพราะลูกจะเลียนแบบจากใครหรือครับ ถ้าไม่ใช่จากเรา...
(ครับ ลูกมีนิสัยที่ขวางหู ขวางตา ไม่ถูกใจ ดูมาดูไป ไปจากเราทั้งนั้น 555...)
* เราเองสร้างโลก (ภพ) เราเอง จากแรงผลักของความเชื่อ อคติ ดีก็ดีไป ไม่ดีก็จมดิื่่งไป
(ครับ ต้องมองหาด้านลบของตัวเองควบคู่ไปด้วยครับ ก่อนจะจมดิ่ง)
ขอบคุณอาจารย์มากครับ