ผมติดใจเรื่องเล่าอธิการบดี ใน สาร มอ. ประจำเดือนสิงหาคม – กันยายน ๒๕๕๓ จึงขอไฟล์ เรื่องเล่านี้จากท่านอธิการบดี รศ. ดร. บุญสม ศิริบำรุงสุข เอามาเผยแพร่ต่อ ดังต่อไปนี้
เล่าความคิด-ให้ข้อมูล 198(34/2553):
นักศึกษานิติศาสตร์ออกพบโลกกว้าง - study abroad ที่ University of Malaya
20-26 กันยายน 2553
เรียนประชาคมชาว ม.อ.
ม.อ.เรานี้เป็นมหาวิทยาลัยต่างจังหวัด (แต่คุณภาพระดับชาติและนานาชาติ) คำว่าต่างจังหวัดทำให้รู้สึกว่ามีความศิวิไลน้อย ล้าสมัยกว่าเมืองหลวง
จึงใช้คำพูดใหม่ว่า ม.อ.คือมหาวิทยาลัยแห่งชาติของรัฐ (National State University) ที่มีคุณภาพระดับชาติและนานาชาติ ที่มีที่ตั้งอยู่ต่างจังหวัด
นักศึกษาของเราส่วนใหญ่ไม่เคยเห็นกรุงเทพมหานคร เขายังมีความรู้สึกว่าเขาเป็นเด็กบ้านนอกต่างจังหวัด ทำให้เขาพลอยคิดสรุปเหมารวมไปว่า ม.อ.คือมหาวิทยาลัยต่างจังหวัด เราจึงต้องตัดสินใจขึ้นป้าย cut out ในทุกวิทยาเขต เพื่อบอกนักศึกษาของเราว่าเราคือมหาวิทยาลัย Top Five ของประเทศ และอยู่อันดับที่ 101 ของทวีปเอเซีย
แต่นักศึกษาของ ม.อ.เรามีโอกาสค้นพบโลกที่กว้าง
เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2553 ได้มีโอกาสพบท่านคณบดีคณะนิติศาสตร์ พร้อมทีมงานและนักศึกษานิติศาสตร์จำนวนเกือบ 20 คน กรุณามาเล่าให้ฟังถึงการไป study abroad ที่ University of Malaya (UM) กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย
นักศึกษาเล่าด้วยใบหน้ายิ้มแย้มเบิกบานพูดถึงความประทับใจจากไมตรีจิตของผู้บริหารคณะนิติศาสตร์ และเพื่อนๆนักศึกษาของ UM ประกอบด้วยการต้อนรับอย่างอบอุ่น การดูแลอย่างดี การจัดโปรแกรมการศึกษาด้วยความปราณีต การได้มีกิจกรรมร่วมกับเพื่อนๆนิติศาสตร์มาเลเซีย ตลอดระยะเวลา 1 เดือนของเดือนเมษายน 2553
การไปครั้งนี้เกิดจากความปรารถนาและความเต็มใจสนับสนุนจากท่านอธิการบดีของ University of Malaya (UM) ที่มาเยี่ยม ม.อ. และตกลงกันว่าเรา ทั้ง UM และ PSU จะพยายามแลกเปลี่ยนนักศึกษากันให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อเตรียมบัณฑิตเข้าสู่ ASEAN Community และความเป็น Global Citizens
เราจึงสนับสนุนซึ่งกันและกันในเรื่องของที่พักที่เจ้าภาพจะจัดให้ผู้มาเยือนฟรี และไม่มีการคิดค่าสอน
การไปของนักศึกษานิติศาสตร์ (ม.อ.) ครั้งนี้ ทาง UM จัดค่ากินอยู่ (living allowance) ให้วันละ 15 ริงกิตต่อคน จัดให้อยู่ใน international house อย่างดีมีระดับ
นักศึกษาสรุปว่าการไปครั้งนี้เขาคิดว่าเขาได้ :-
เรียนรู้วัฒนธรรมประเพณีของสังคมมาเลเซีย
ได้ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับศาสตร์นิติศาสตร์และระบบการนำใช้กฎหมายในมาเลเซียด้วย
เอาชนะความไม่มั่นใจในภาษาอังกฤษ เพราะต้องทั้งพูด ทั้งฟัง ทั้งเขียน ทั้งนำเสนอ ก่อนเดินทาง ทางคณะนิติศาสตร์ก็เตรียมความพร้อมให้หนึ่งเดือน ก่อนไปภาษาอังกฤษก็ยังงูๆปลาๆ ท่านรองคณบดีอัจฉราเล่าว่า ก่อนไปงูๆปลาๆ ก่อนกลับนักศึกษา present งานที่ UM เห็นความแตกต่างอย่างชัดเจน ภาษาเก่งขึ้นมาก น่าชื่นใจเหลือเกิน (คนเป็นอาจารย์ เห็นศิษย์เก่งขึ้น ก็ชื่นใจหายเหนื่อยแล้ว)
ได้เพื่อน แถมเมื่อกลับมาหาดใหญ่แล้วก็เข้าไปอยู่ในวง Facebook กับเพื่อนนิติศาสตร์มาเลเซีย และมีเพื่อนหลายคนตามมาเที่ยวที่หาดใหญ่ด้วย
เปิดทัศนคติด้านกฎหมาย ระบบกฎหมายที่ต่างกัน
ประสบการณ์ของชีวิต ซึ่งประสบการณ์เช่นนี้อาทิเช่นการเข้าเยี่ยม Law Firm และ Parliament ของประเทศมาเลเซีย จะหาไม่ได้หลังจากทำงานแล้ว เพราะวันนี้เขาเห็นเราเป็นนักศึกษา การให้ความรู้ ให้โอกาส เป็นวิทยาทาน เขาจึงให้นักศึกษาของเราเต็มกำลัง
กล่าวคือนักศึกษาของเราได้ค้นพบแล้วว่าโลกนี้กว้างใหญ่ไพศาล และโอกาสในชีวิตของเขาก็ไร้ขอบเขตจำกัด

การไปครั้งนี้ ถ้าเด็กๆเกิดแรงบันดาลใจ สร้างความฝันให้กับตัวเองว่าจะเป็น International-class lawyer คือเป็นนักกฎหมายระดับนานาชาติ ก็น่าภูมิใจมากแล้ว
การที่นักศึกษาเอาชนะความไม่มั่นใจในการใช้ภาษาอังกฤษมีคุณค่ามาก ต่อไปเขาจะขวนขวายในเรื่องภาษาต่อไป เห็นเล่าว่าจะตั้งชมรม English for Lawyer ที่คณะนิติศาสตร์เพื่อสร้างความเข้มแข็งต่อไป
แค่ได้ไปเยี่ยม International Firm Law - SHEARN DELAMORE และได้แลกเปลี่ยนความความรู้กับผู้บริหารบริษัท ก็รู้สึกตื่นเต้นประทับใจมากแล้ว และผู้บริหารบริษัทยังชักชวนให้เด็กๆของเราสมัครไปทำงานกับเขาเมื่อเรียนจบแล้ว

เด็กนิติศาสตร์ของ ม.อ.รุ่นที่ไปมาเลเซียนี้ เป็นรุ่นปี 3 ยังไม่ได้ไปดูงานที่รัฐสภาไทยที่กรุงเทพ แต่เด็กกลุ่มนี้ได้ไปดูงานที่รัฐสภามาเลเซียแล้ว
การที่เด็กของเราได้เข้าร่วมเรียนบางชั่วโมงพร้อมกับเด็กนิติศาสตร์ของ UM ก็ทำให้เกิดบรรยากาศ นานาชาติอย่างแท้จริง โดยเฉพาะตอนนำเสนอให้กับเพื่อนชาวต่างชาติฟัง ยิ่งได้ประสบการณ์มากมาย ทั้งต้องสู้กับความรู้สึกตื่นเต้น ต้องสู้กับภาษาที่เราไม่ถนัด จึงต้องเตรียมตัวกันหนักหน่อย นับว่าเป็นการฝึก leadership ในส่วนของการนำเสนอที่ดีทีเดียว เด็กๆกลุ่มนี้เวลานำเสนอจะแบ่งเป็นส่วนๆช่วยกัน ทุกคนจึงมีโอกาสนำเสนอนะครับ
การเตรียมของอาจารย์ก่อนเริ่มโครงการก็ดีจัง มีการกำหนดหัวข้อที่จะไป study ร่วมกันกับนักศึกษาของ UM เช่นหัวข้อ sexual revolution, refugees, silencing political believes, street vendor เป็นต้น และให้นักศึกษาฝ่ายละ 5 คนเป็นกลุ่มศึกษา การร่วมกันเตรียมการเช่นนี้ เป็นโอกาสสร้างความสนิทสนมระหว่างอาจารย์ทั้งสองฝ่ายด้วย
ที่ UM นี้เขามีโครงการ CLE - Clinical legal education โดยให้นักศึกษานิติศาสตร์ออกไปให้ความรู้ทางกฎหมายแก่ชุมชน โดยต้องหาวิธีสอนแบบง่ายๆ เข้าใจง่าย เด็กจึงต้องพัฒนา pedagogy และหาคำพูดง่ายๆด้วย นักศึกษาของ ม.อ.ก็ได้เข้าร่วมโครงการนี้ด้วย
เด็ก ม.อ.ที่ไปกลุ่มนี้ ไม่เคยรำละคร ก็ต้องหัดรำ เพราะโปรแกรมกำหนดให้มี Cultural Night เด็กของเราเตรียมตัว 3 วันเพราะทราบกระชั้น แต่ระหว่างอยู่ที่ UM เห็นว่าซ้อมเกือบทุกวัน นับว่าเด็กได้เรียนรู้วิธีการทำงานเตรียมตัวในระยะกระชั้นชิด

การไปครั้งนี้ นับเป็น event ที่ใหม่ของ UM เช่นกัน เห็นเล่าว่า PSU Study Abroad ที่ UM นี้เป็นครั้งแรกของมหาวิทยาลัยมาลายา มีการลงหนังสือพิมพ์ New Sunday Time สามหน้าเต็มทีเดียว
นักศึกษาของนิติศาตร์ UM จะมา ม.อ. เดือนพฤศจิกายน 2553 นี้ ม.อ.คงจะได้มีโอกาสต้อนรับอาคันตุกะในไม่ช้านี้
พัฒนาการต่อไป คงจะได้มีการส่งนักศึกษาไปเรียนบางรายวิชาแล้วโอนเครดิต มีการพูดถึงวิชา Islamic Laws / กฎหมายแรงงาน......

การไป study abroad ที่ประเทศเพื่อนบ้าน ราคาไม่แพงนัก เป็นสีสรรของระบบการศึกษาที่มาหวิทยาลัยของเรา เปิดโลกกว้างให้เด็ก เด็กๆได้ภาษา ได้วัฒนธรรม ได้เพื่อน ได้ความรู้ที่กว้างมากขึ้น ได้คุณภาพทางการศึกษา ได้ความมั่นใจและความกล้าหาญ ข้อสำคัญคือเราได้ให้สิ่งที่ดีที่สุดแก่ศิษย์
Study abroad นี้ ที่วิทยาเขตภูเก็ต ส่งนักศึกษาไปเรียนที่จีนปีละประมาณ 400 คน โดยใช้วิธีกำหนดไว้ในหลักสูตร
....ทุกคณะทุกวิทยาเขตพยายามช่วยกันให้มีมากขึ้นนะครับ ถึงแม้จะไม่ได้กำหนดไว้ในหลักสูตร และพยายามให้เป็นการเรียนเพื่อเทียบโอนเครดิตด้วยนะครับ
ด้วยความขอบคุณชาวมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ทุกท่าน

รศ.ดร.บุญสม ศิริบำรุงสุข อธิการบดี
40 ปี ม.อ. บ่มเพาะคนดี ชี้นำสังคม สั่งสมปัญญา พัฒนางานวิจัย
ความหมายแห่งความเป็นมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ : “บ่มเพาะคนดีให้เป็นปัญญาชนที่มีวุฒิภาวะที่พร้อมที่จะรับใช้สังคม สร้างสมปัญญาด้วยการเสาะหาวิชชาให้มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์อุดมด้วยนักปราชญ์ และนำความรู้ของปราชญ์สอนและถ่ายทอดให้กับศิษย์ด้วยจิตวิญญานของความเป็นครู”
เรียน อาจารย์หมอวิจารณ์ ที่เคารพ
ท่านอธิการฯ ได้ให้ทางทีมงาน UsableLabs ทำหนังสือ E-book เพื่อรวบรวมเรื่องเล่าของท่านจากบล็อกเรื่องเล่าจากอธิการฯ ไว้ค่ะ ตอนนี้หนังสือเสร็จเรียบร้อยแล้วนะค่ะ สามารถดาวน์โหลดได้ที่ http://portal.in.th/blogtobook/pages/13297/
ชื่อหนังสือคือ "เล่าความคิด-ให้ข้อมูล" หรือลิงก์ตรงที่ ดาวน์โหลดไฟล์ PDF | เข้าสู่เว็บไซต์
ขอบคุณค่ะ
จันทวรรณ
"เรียนรู้โลกกว้าง สร้างทางชีวิต มีมิตรต่างแดน" เป็นหน้าที่ของมหาวิทยาลัยไทยที่จะเตรียมเยาวชนเข้าสู่สภาพเปิดกว้างไร้พรมแดนของโลก ชื่นชมกับความพยายามของ มอ. คณาจารย์ และ ดีใจที่นศ.ตระหนักในคุณค่านี้ค่ะ พวกเราทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ช่วยสานต่อให้มากขึ้น(ทำอยู่แล้ว)กับ สปป.ลาว ที่ปัจจุบัน มีมหาวิทยาลัยจากเหนือจรดใต้ คือ ม.สุภานุวงศ์ ที่หลวงพระบาง ม.แห่งชาติ และ ม.วิทยาศาสตร์สุขภาพ ที่เวียงจันท์ ม.ไกรสอนพรมวิหาน ที่สะหวันนะเขต และ ม.จำปาสัก ที่เมืองปากเซ รวมถึง เวียดนามด้วยซึ่งมีมหาวิทยาลัยที่มีประวัติยาวนานและมีการพัฒนาอย่างมาก อย่างเช่น ม.เว้ ม.ดานัง ด้วยนะคะ ต้นทุนของกลุ่มภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ใช้น้อยกว่า มาจากส่วนอื่นๆของประเทศไทยอยู่แล้ว