มีโอกาสไปเยือนเมืองน่านเมื่อช่วงวันหยุด ( 4 - 6 )  ที่ผ่านมา       เป็นช่วงเวลาที่ขอบอกว่าดีและประทับใจมากๆ  ไม่ว่าจะช่วงเดินทาง  เมื่อเดินทางไปถึงและก่อนอำลาจากมา    น่านเป็นเมืองปิดที่อยู่ติดกับชายแดนลาว     ยังคงเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ของบรรยากาศเก่าๆ     รวมทั้งน้ำใจจากผู้คนที่เป็นมิตรและอบอุ่น.....แก่ผู้มาเยือนเสมอ   

ตลอดการเดินทางจากเชียงใหม่ถึงน่าน  รู้สึกได้ถึงธรรมชาติที่ยังคงอบอวลอยู่สองข้างทาง  ด้วยบทสนทนาที่สบายๆและเพลงที่ถูกใจทำให้การเดินทางไม่น่าเบื่อจนถึงที่พัก 

บรรยากาศริมน้ำยามค่ำๆ

กับร้านอาหารรสอร่อยแต่.....ช้ามากกกกก    

     

ตื่นเช้ามาครอบครัว krugui  มีกิจกรรมทำร่วมกันคือปั่นจักรยานไปใส่บาตร  แล้วปั่นเที่ยวรอบๆเมืองที่ร้างรารถเพราะยังเช้าและเป็นวันหยุด   จึงชวนกันปั่นไปจนถึงพระธาตุแช่แห้งที่อยู่ห่างออกไป 3  กม.


เตรียม...ลุย 

  ระหว่างทางเจอเขาซ้อมพายเรือ


  หมอกลงหนามากจนมองไม่เห็นภูเขา....

เย้ๆๆๆๆถึงแล้ว....ช่วงนั้นพระกำลังสวดเนื่องในวโรกาสวันพ่อพอดี  ที่ปั่นมาเหนื่อยๆก็หายหม๊ด!!  ซ้ำยังอิ่มบุญอิ่มตาอิ่มใจอีกมากมาย...


          

      

  ผู้คนตื่นเต้นกับจักรยานพับได้ของครอบครัวเราทั้งสามคันมาก  แม้กระทั่งขบวนรถจักรยานเสือภูเขาก็ยังมอง......แถมตอนไปแวะทานอาหารเช้าเจอคุณจราจร  พี่ท่านก็ควักมือถือมาถ่ายภาพจักรยาน  สงสัยคงจะจำไว้ไปซื้อให้ลูกขี่แน่ๆ  คุณป้าคนหนึ่งถึงกับเข้ามาถามว่าซื้อมาคันละเท่าไหร่..พอ krugui  ตอบว่า......บาท  แกทำตาโตพยักหน้าหงึกหงักๆ 

 

จากนั้นก็ชวนกันไปนั่งรถรางชมเมืองและไหว้พระ ( เราจะเลือกนั่งสามล้อ  นั่งเกวียน  หรือเดินก็ไม่ว่ากัน ค่ารถรางคนละ 30 บาท  ใช้เวลาประมาณ  1 ชั่วโมง คุ้มแสนคุ้มแถมระหว่างทางก็เจอผู้คนที่ยิ้มแย้มแจ่มใสต้อนรับนักท่องเที่ยวด้วยการโบกไม้โบกมือ  บางคนก็เอิ้นมาว่า....สวัสดีเจ้า..

กลางวันพากันไปกินขนมจีนน้ำเงี้ยว ส้มตำไก่ทอดมะแคว่น ( เครื่องเทศชนิดหนึ่งของทางเหนือ)  มีเรื่องขำเล็กๆ  คือพระเอกของเราสั่งอาหารเสร็จก็เดินไปเดินมาสำรวจโน่นนี่นั่น...ลูกค้าที่นั่งอยู่ก็นึกว่าเป็นเจ้าของร้าน ( หรือคนเสริฟก็ไม่รู้นะ) เอิ้นมาว่า....ลุงๆขอมะนาวด้วยนะ......พระเอกต้องรีบบอกว่า....ผมเป็นลูกค้าเหมือนกันครับ.....ฮา  แล้วรีบกลับมานั่งที่โต๊ะ  หัวเราะกันคิกคักๆ


  

ตอนกลางคืนไปเดินถนนคนเดิน....ที่เขาจัดให้มีช่วงนี้พอดี  เลยนับว่าเป็นโชคหลายชั้น    เพราะมีสินค้าทั้งพื้นบ้านพื้นเมืองพื้นกรุงเต็มไปหมด     ที่ขาดไม่ได้คือของกินขึ้นชื่อที่นี่...ข้าวหลาม  krugui  เดินกินไปด้วยต่อราคาสินค้าไปด้วย  ไม่อยากเอาภาพมาลงเพราะเสียภาพลักษณ์ อิๆๆๆ  รู้แต่ว่ากระเป๋าเบาไปเยอะ

   

เสียดายที่มีเวลาน้อย  เพราะที่เที่ยวยังมีอีกเยอะส่วนมากจะเป็นอำเภอที่อยู่ห่างออกไป  แต่คิดว่าคงได้กลับมาเยือนอีก   ผู้นำและชุมชนที่เมืองน่านยังคงเข้มแข็งอยู่มาก  สังเกตได้จากการที่ยังคงบรรยากาศเดิมๆและวิถีชีวิตก็ยังคงเดิมๆ   ห่างไกลจากแสงสีเสียงอีกมากมาย   น่าเสียดายหากว่าจะปล่อยให้สิ่งเหล่านี้ถูกกลืนหายไปเหมือนเมืองท่องเที่ยวอื่นๆ.....   

     หากได้กลับมากระซิบรักอีกครั้ง......

หวังว่าเธอจะยังคงเหมือนเดิมนะ

 ปล.แถมท้ายด้วยคำถามที่ว่า......ใครรู้บ้างว่าอาหารจานนี้ชื่อว่าอะไร???  ติ๊กต่อกๆๆๆๆๆ  ใครตอบได้ยกให้ไปเลย.....ฮา



  ขอขอบคุณภาพประกอบบางภาพจาก  อินเทอร์เน็ต