วันที่ 4-6 ธ.ค. ช่วงวันพ่อปีนี้ ผมและครอบครัวรวม 5 คน พากันไปพักผ่อนสัมผัสอากาศเย็นกันที่เขาใหญ่  คืนแรกเราไปนอนที่ก้อนทองรีสอร์ท ซึ่งอยู่ทางฝั่งปากช่อง ติดกับถนนมิตรภาพ  เนื้อที่ 25 ไร่ เจ้าของบอกว่า เดิมตนเองมีร้านขายหนังสืออยู่ในตลาดปากช่อง มาซื้อที่นี้ไว้เมื่อ พ.ศ. 2531 ราคาทั้งหมดล้านกว่าบาท(ตกตารางวาละ 100 กว่าบาทเท่านั้น)เจ้าของดูแลเอง ชอบปลูกต้นไม้ ปลูกไม้ดอกไม้ประดับมากมาย แม้ทางเข้ารีสอร์ทจะดูคับแคบ ไม่น่าสนใจ  แต่พอเข้าไปข้างใน บรรยากาศน่าพักมากทีเดียว บ้านพักหลังละ 2,500 บาท
   
     คืนที่สองเรามาพักในตัวเขาใหญ่ที่สักภูเดือนรีสอร์ทอีก 1 คืน อากาศในช่วงนี้ค่อนข้างเย็น แต่ก็สบาย  มีนักท่องเที่ยวหลั่งไหลกันไปอย่างเนืองแน่น รถติดยาวเป็นกิโล  โดยเฉพาะเส้นทางที่ไปปาลิโอ แต่ก็ไม่เห็นร่องรอยว่าเพิ่งถูกน้ำท่วมแต่อย่างใด  แม้แต่ที่ตัวเมืองปากช่อง 
   ที่ปาลิโอ(Palio)เป็นศูนย์การค้าสไตล์อิตาเลี่ยนที่จัดได้หลากหลาย สมจริง  คนจึงนิยมไปเดินที่นั่นกันมากมาย ซึ่งเหมือนกับไปเดินในยุโรป  เท่าที่สังเกตคนที่ไปเที่ยวไม่ค่อยจะซื้อของอะไรกันนัก  แต่จะถ่ายรูปกันเป็นว่าเล่น ดูแล้วก็ตลกดี  
  ที่โบนันซ่า(Bonanza)อีกที่หนึ่งที่คนไปเที่ยวกันมาก พื้นที่กว้างขวางมากๆ มีทั้ง Cluster House  สนามกอล์ฟ  และกิจกรรมให้ผจญภัยหลายอย่าง เล่นอย่างละ 150 บาทต่อคน ผมถูกลูกๆหลานๆลุ้นให้ยิงธนู ยิงปืน ขี่รถมอเตอร์ไซด์ ร่วมกับพวกเขา ก็เป็นกิจกรรมร่วมกับครอบครัวที่สนุกดี และในช่วงเวลานี้เขากำลังเตรียมการจัด Concert สี่หัวใจแห่งขุนเขา ณ ที่นี้ด้วย 
    
       เขาใหญ่ ณ เวลานี้เต็มไปด้วยรีสอร์ททั้งสร้างเสร็จแล้ว และกำลังก่อสร้างผุดขึ้นมามากมาย  เฉพาะที่สักภูเดือนรีสอร์ท ที่ผมไปพัก เขาลงทุนก่อสร้างทั้งส่วนที่เป็นโรงแรม และบ้านพัก รวมทั้งสร้างบ้านขาย และจัดสรรที่ดินขาย กินเนื้อที่ตลอดเนินเขาทั้งลูก  ผมเดินแกว่งแขนออกกำลังกายตอนเช้า ขึ้นเนิน-ลงเนิน ทุกส่วนของรีสอร์ท ใช้เวลาร่วมชั่วโมง แม้อากาศจะค่อนข้างหนาวแต่ก็เล่นเอาเหงื่อซึมทีเดียว ถือเป็นที่พักผ่อนที่มีบรรยากาศดีมากอีกที่หนึ่ง
    
     เราขับรถไปเที่ยวรอบเขาใหญ่ตามถนนธนะรัชต์จากปากช่อง แล้วขากลับไปออกทางไปมวกเหล็ก แวะชมไร่องุ่นพีบีวัลเลย์ ที่ผลิตองุ่นจำหน่ายอันลือชื่อ  มาทะลุทางออกถนนมิตรภาพด้านมวกเหล็กตรงแดรีโฮม(Dailyhome) แวะทานไอสครีมให้ชื่นใจก่อนเดินทางกลับ
     เที่ยงวันที่ 6 เรามาถึงร้านครูต้อที่มวกเหล็ก  ร้านครูต้อวันนี้ไม่มีครูต้อเพื่อนผมอีกแล้ว  ครูต้อเรียนหนังสือกับผมมาตั้งแต่ตอนเด็ก ผมเคยเขียนประวัติการสู้ชีวิตของครูต้อลงในวารสารสารพัฒนาหลักสูตร ประมาณ พ.ศ.2533  เวลามีงานสังสรรค์เพื่อนร่วมรุ่นที่สระบุรีเธอจะเป็นแม่งานใหญ่ให้กับเรามาตลอด  แต่เมื่อไม่กี่ปีมานี้เธอก็จากพวกเราไป ตามหลักอนิจจัง ความไม่เที่ยง ทิ้งกิจการต่างๆให้สามีและลูกๆสืบสานต่อ  เดี๋ยวนี้คนก็ยังแน่นร้านทั้ง 2 ฝั่งเหมือนเดิม
     เราเพิ่งกลับถึงบ้านเมื่อเย็นวันนี้เอง...