แม้วันนี้โลกได้เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว แต่แนวคิดแบบสังคมนิยมที่เกาหลีเหนือ ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลาเหมือนที่อื่น ที่ซึ่งหากมาร์กซิสม์ และเลนิน สามารถกลับมาได้อาจจะจำแนวคิดมาร์กซิสม์ ของตนเองไม่ได้ท่าน อจ.ดร.เสรี พงษ์พิศเคยเขียนไว้ว่า เพราะเกิดการข้ามค่ายไปแต่งงานกันเกิดเป็นเศรษฐกิจตลาดแบบสังคมนิยม Socialist Market Economy เป็นสองวิธีคิดที่อยู่กันคนละขั้วแต่วันนี้มันกลับไปกันได้อย่างที่เมืองจีน เวียตนาม คิวบาก็กำลังเปลี่ยนแปลงตาม

เคารพศพอดีตประธานาธิบดี...คิม อิล ซุง

       

             วันนี้(12 ต.ค.53)เรามีภาระกิจที่สำคัญต้องไปเคารพศพอดีตประธานาธิบดี คิม อิล ซุง ที่พระราชวังคุมซูซัน เนื่องในวาระครบรอบ 65 ปีพรรคแรงงานเกาหลี  เมื่อไปถึงได้เห็นนักท่องเที่ยวจำนวนมาก รวมทั้งชาวเกาหลีที่มาจากทุกทั่วสาระทิศของประเทศ ต่างมาเคารพศพเนื่องในวาระสำคัญดังกล่าว  ทุกคนต้องเข้าแถวยาวเหยียดเพื่อที่จะทำการตรวจจากเจ้าหน้าที่ ค่อนข้างเข้มงวดเช่นเคย ทุกอย่างต้องฝากไว้ทั้งหมดแม้กระทั่งผ้าพันคอ และจะต้องเดินไปไกลมากแต่มีบันไดเลื่อนที่ยาวมากๆไว้บริการ

    

                           อาคารหลังนี้เป็นหินอ่อนทั้งหลัง ก่อนถึงห้องที่ตั้งศพทุกคนได้รับแจกหูฟังที่เล่าถึงความเศร้าโศกเสียใจของคนชาวเกาหลีเหนือที่ต้องสูญเสียท่านประธานาธิบดีคิม อิล ซุงในปี 1994 ด้วยวัย 82 ปี ขณะที่ฟังนั้นเราก็ได้เดินชมรูปปั้นผู้คนร้องไห้ เศร้าโศกเสียใจ ในห้องจัดแสดงไปด้วย ทำให้สัมผัสได้ถึงความรู้สึกสูญเสียของชาวเกาหลีเหนือ เมื่อเดินชมวนรอบๆห้องเสร็จ หูฟังที่เราฟังนั้นก็จะจบลงด้วยพอดี  และเราได้เดินไปยังห้องที่ตั้งศพอดีตประธานาธิบดีคิม อิล ซุง โดยเดินผ่านเครื่องเอ็กซ์เรย์(X-RAY) อย่างไม่รู้ตัว และมีการติด WIFI ROUTER ด้วย  หลังจากนั้นต้องเดินผ่านเครื่องเป่าลมขนาดใหญ่ก่อนจะผ่านไปยังห้องที่ตั้งศพ

             

         ห้องดังกล่าวมีแสงไฟสลัวๆออกสีแดง ศพท่านอดีตประธานาธิบดีตั้งอยู่กลางห้องภายในโลงแก้วที่สามารถมองเห็นท่านได้ทั้งสี่ด้าน เราถูกจัดเรียงแถวหน้ากระดานแถวละ 5 คนเพื่อที่จะเข้าไปโค้งเคารพศพท่านคิมอิลซุงทั้ง 4 ด้านแล้วออกไปนอกห้องนี้เพราะคิวยาวเหยียดมาก  เมื่อลงลิฟท์ไปยังชั้นล่างก็ต้องไปเขียนบันทึกคารวะศพท่านคิม อิล ซุงและเดินออกไปตามบันไดเลื่อนที่ยาวเหยียด และออกไปเก็บภาพ ณ.ลานหน้าอาคารที่เราเข้าไปเคารพศพ  

           ออกจากที่นี่วันนี้เราไปชมพิพิธภัณฑ์รูปภาพที่ยิ่งใหญ่มากแต่ดิฉันไม่ได้หยิบกล้องไปบันทึกภาพ และได้ไปนั่งรถไฟใต้ดิน Pyongyang Metro เป็นสถานีรถไฟที่ออกแบบตาม สถานีรถไฟใต้ดินของรัสเซีย ประตูกั้นทางเข้าสูงแค่เอว ป้ายข้างหลังอ่านว่า " คิม จอง อิล บุตรแห่งศตวรรศที่ 21"เมื่อลงบันไดเลื่อนรู้สึกได้เลยว่าทั้งชันและน่ากลัว เพราะสูงตั้ง 110 เมตรประมาณตึก 4 ชั้น แล้วเป็นบันไดเลื่อนยาว ดิฉันเกาะราวบันไดเลื่อนจนมือชุ่มเหงื่อ

ทางลงไปด้วยบันไดเลื่อนที่ชันและยาวมาก 110 เมตร

แต่พอลงไปถึงก็ได้พบกับความสวยงามของภาพผนังที่ปูด้วยกระเบื้องโมเสคชิ้นเล็กๆ เป็นรูปธรรมชาติ รูปท่านคิมอิลซุงและวีระชน รูปตึกรามบ้านช่องในเปียงยาง  มีโคมระย้าประดับตลอดทาง มีเสาหินอ่อนขนาดใหญ่และบันไดหินอ่อนทอดตัวยาวอย่างสวยงาม  

             รถไฟใต้ดินแห่งนี้มี 2 สายวิ่งเหนือ ใต้ ออก ตก เปิดบริการตั้งแต่ 06.00-21.30 น.ทุกวัน คณะเราก็ได้นั่งรถไฟใต้ดินไป 1 สถานี แล้วไปโผล่ที่หลังโรงแรมที่พักพอดี

            คณะชาวไปก็ยกโขยงไปอนุสาวรีย์ผู้นำ หรืออนุสาวรีย์มันซูแด (Mansudae Grand Monument)

 

เพื่อไปวางช่อดอกไม้เคารพท่านอดีตประธานาธิบดีคิม อิล ซุง

และวันนี้มีคู่บ่าวสาวมาวางช่อดอกไม้ คารวะท่านคิมอิลซุงด้วย ทำให้บรรยากาศวันนี้มีสีสันสวยงาม

 

           อนุสาวรีย์มันซูแด (Mansudae Grand Monument)เป็นรูปปั้นบรอนซ์ของท่านคิมอิลซุงขนาดใหญ่ ความสูง 20 เมตร อยู่ในท่ายืนผายมือขวาไปด้านหน้า ตั้งอยู่ที่เนินมันซูแด Mansudae Hill สร้างขึ้นเมื่อปีค.ศ.1972 หรือปีจูเช่ที่ 61 เพื่อฉลองวันเกิดครบรอบปีที่  60 ของท่านคิมอิลซุง

          ออกจากอนุสาวรีย์มันซูแด (Mansudae Grand Monument) คุณผักได้พาไปยังจัตุรัสคิมอิลซุง Kim Il Sung Square ที่ได้กล่าวถึงแล้วที่

 -บันทึกเกาหลีเหนือ6..ครบรอบ65ปีพรรคแรงงานเกาหลี

              http://gotoknow.org/blog/0815444794/406303

     

-บันทึกเกาหลีเหนือ8.เฉลิมฉลองวาระ65ปีพรรคแรงงาน    เกาหลี      http://gotoknow.org/blog/0815444794/408447

             

          หลังจากรับประทานอาหารกลางวันเสร็จแล้ว วันนี้คณะเราก็ได้เข้าฟังแลคเชอร์จากโปรเฟรสเซอร์มูน ถึงหลักปรัชญาจูเช่ไอเดีย  และได้หลักคิดหลายๆอย่างจากการรับฟังและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในวันนี้

ท่านอ.ทรงจิต พูลลาภ ผู้นำคณะศึกษาปรัชญาจูเช่ประเทศไทยมอบของที่ระลึกให้โปรเฟรสเซอร์มูน

              และฉันก็ได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ของเกาหลีเหนือที่พอจะเป็นแนวทางให้ได้ค้นหาคำตอบของตนเองต่อแนวคิดจูเช่ไอเดียได้ดีขึ้น  ไม่ใช่ค้นหาคำตอบสำเร็จรูปที่ใครๆหลายๆคนค้นพบ  การเรียนรู้ไม่ใช่การเรียนแบบ เป็นการค้นหาคำตอบสำหรับตัวเราเอง

            แม้วันนี้โลกได้เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว แต่แนวคิดแบบสังคมนิยมที่เกาหลีเหนือ ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลาเหมือนที่อื่น ที่ซึ่งหากมาร์กซิสม์ และเลนิน สามารถกลับมาได้อาจจะจำแนวคิดมาร์ซิสม์ ของตนเองไม่ได้ท่าน อจ.ดร.เสรี พงษ์พิศเคยเขียนไว้ว่า เพราะเกิดการข้ามค่ายไปแต่งงานกันเกิดเป็นเศรษฐกิจตลาดแบบสังคมนิยม Socialist Market Economy เป็นสองวิธีคิดที่อยู่กันคนละขั้วแต่วันนี้มันกลับไปกันได้อย่างที่เมืองจีน เวียตนาม คิวบาก็กำลังเปลี่ยนแปลงตาม

              วันนี้ดิฉันได้รับฟังการถ่ายทอดเรื่องราวต่างๆ ของชนชาติเกาหลีเหนือ  เท่ากับเป็นกระบวนการกลั่นกรองออกมาสู่เรา โดยเราเป็นกระบวนการซึมซับและ “ย่อย”กระบวนการเหล่านั้นให้กลายเป็นแนวคิดของเราเองไปพร้อมๆกัน นี่คือกระบวนการเรียนรู้ที่ดิฉันได้เรียนรู้จากการมาเยือนเกาหลีเหนือคราวนี้เหนือสิ่งอื่นใด ไม่ใช่เพราะเรามีความคิด มีเหตุผลเท่านั้น..แต่เรามี...หัวใจ หัวใจมีเหตุผลที่เหตุผลไม่รู้จัก.

                                        ด้วยจิตคารวะ

                                          มาตายี

 บันทึกไว้เมื่อ 12 ต.ค.53 ที่กรุงเปียงยาง