เอเชียใต้สมัยจักรวรรดินิยม...

เอเชียใต้สมัยจักรวรรดินิยม

        เรื่องเล่านี้เป็นมุมมองในขอบเขตอย่างกว้าง ๆ ของเอเชียใต้ที่ผ่านอิทธิพลการปะทะสังสรรค์จากวัฒนธรรมทางยุโรปที่เข้ามาเชื่อมสัมพันธ์ทั้งทางการค้าและการล่าอาณานิคมที่อาจจะผิดก็ได้นะที่ว่า...

การตื่นตัวในอาณาจักรแถบเอเชียใต้  ที่ได้รับผลกระทบโดยตรง  อย่างแรกคือการทำการค้าโดยทำสัญญาแบบไม่เป็นธรรมคือเอาเปรียบและเหมือนเป็นการตกอยู่ภายใต้การปกครองของประเทศทางตะวันตก

        จากสภาพการดังกล่าวรัฐทางเอเชียใต้ทั้งหลายต่างตื่นตัวรักชาติก่อเกิดรัฐอิสระในหลายที่ท่ามกลางอาณานิคมของประเทศทางตะวันตก

        จากการพัฒนาที่รวดเร็วทางวัตถุก่อเกิดการขยายอำนาจแผ่ไปทั่วเอเชียใต้รวมถึงเอเชียตะวันออกด้วย  ดังมีการจดจำกันในยุคจักรวรรดินิยม 

 สะท้อนภาพให้เห็นการเข้าไปมีอำนาจปกครองชนชาติอื่น ๆ ของชนชาติหนึ่ง ๆ ด้วยวิธีการอย่างใดอย่างหนึ่ง  โดยเฉพาะในแถบเอเชียใต้มักจะได้รับอิทธิพลในการปกครองแบบบีบบังคับด้วยวิธีการรุนแรงได้รับการมีชัยในเวลาที่รวดเร็ว

        ในช่วง 200 ปีที่ผ่านมานี้  เราจะเห็นร่องรอยของยุคจักรวรรดินิยมอย่างในหมู่เกาะฟิลิปปินส์และอินโดนีเซีย หรือในแถบเอเชียใต้ที่ชาวพื้นเมืองยังมีการปกครองตนเองเป็นรัฐของชนเผ่าของตนเองนั้น  ได้ถูกมหาอำนาจเข้ามามีสนธิสัญญามีอิทธิพลทั่วทั้งทวีปเอเชียก็ว่าได้

        อย่างเราเห็นอังกฤษเข้ามาครอบครองพม่า  ฝรั่งเศสครอบครองเอาแหลมอินโดจีน  สยามถูกอังกฤษควบคลุมมีอำนาจทางการค้า  ญี่ปุ่นบุกยึดเกาะไต้หวันจากจีน  สหรัฐบุกยึดหมู่เกาะฟิลิปปินส์จากสเปน  ฮอลันดาบุกยึดหมู่เกาะอินโดนีเซีย  เยอรมันบุกยึดดินแดนส่วนหนึ่งของจีนและแมนจูเรีย  และญี่ปุ่นบุกยึดเกาหลี

        หลังสงครามโลกครั้งที่ 2  แล้วเรากลับเห็นประเทศทั้งหลายเหล่านั้นต่างได้รับเอกราชปกครองตนเองอย่างเป็นอิสระและมีรับบาลในรัฐเหล่านั้นเข้าไปมีอำนาจแทนระบบการปกครองแบบเดิมเกือบหมดสิ้น

        แง่คิดคือ...ช่วยให้เกิดรักชาติ...ทำประเทศชาติให้ทันสมัย  ทำให้บางประเทศอย่างญี่ปุ่นมีอำนาจก่อนถูกปราบจนสิ้นลาย

        ทำไมชาติตะวันตกมีอำนาจปกครองเอเชียใต้

ตอบ...อาจเป็นเพราะความเจริญทางวัตถุ  ด้านอุตสาหกรรม  เช่น ถ่านหิน  เครื่องจักรกล  ทำทางรถไฟ  เรือกลไฟ  เครื่องยนต์กังหันไอน้ำ  การค้าขาย  มีตลาดใหญ่ ๆ   มีบริษัทเดินเรือในมหาสมุทร  มีระบบโทรเลข  มีโรงงานคลังสินค้า  เรือดำน้ำ  เรือคุ้มกัน

        การใช้กำลังทางวัตถุเข้ามาควบคุมมามีอำนาจโดยทำอย่างเก่าก่อนที่ชนชาติยุโรปเดิมตลุยป่าดงดิบเข้าไปแสวงหาที่อยู่อาศัยและสู้กับภัยธรรมชาติ  พอชาวยุโรปบุกยึดเอเชียใต้จึงต้องปะทะกับคลื่นมหาชน  และพลังทางความเชื่อที่กลมกลืนกับธรรมชาติ

        จนชนท้องถิ่นต่างลุกขึ้นมาทวงเอาสิทธิ์คืนและยังต่อต้านการเข้ามาปกครองของชาวตะวันตกลุกลามไปทั่วเอเชียเลยก็ว่าได้และผลก็อย่างที่เราเห็นกันอยู่ในสภาพปัจจุบันนี้แล.