เกือบหนึ่งเดือนแล้วที่ดิฉันได้มาใช้ชีวิตเป็นอินเทอร์นอยู่ที่สคส. ได้เต้นรำไปในเพลงเดียวกันกับนักจัดการความรู้มืออาชีพที่มุ่งมั่นในการสร้างกลไกการทำงานให้มีประสิทธิภาพไปบนการลปรร. ให้ทุกคนที่แวดล้อมอยู่ ทั้งที่สคส. และทั้งที่อยู่ในเครือข่ายของ Gotoknow เกิดการเรียนรู้ในสิ่งที่ทุกคนกำลังทำในทุกขณะ (ซึ่งเป็นเป้าหมายเดียวกันกับที่อยากจะสร้างให้เกิดขึ้นในโรงเรียนเพลินพัฒนาเช่นกัน)

 ด้วยความที่ สคส.เป็นองค์กรขนาดเล็กที่มีความคล่องตัวสูง ทำให้สามารถถ่ายทอดเรื่องราวต่างๆถึงกันได้อย่างเข้มข้นและทั่วถึงได้จากการประชุมประจำสัปดาห์ที่ใช้เวลาประมาณ ๓ ชั่วโมง และวาระนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญที่สมาชิกทุกคนจะต้องมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างพลังในการลปรร.ให้แก่กันและกัน ทุกครั้งจะมีการบันทึกเสียง และการบันทึกสาระสำคัญของการประชุม ที่ทุกคนจะเข้าไปอ่านได้ใน diary ที่เก็บไว้ใน drive k เช่นเดียวกันกับบันทึกผลการปฏิบัติงานเป็นวิทยากรกระบวนการให้กับกลุ่ม หรือองค์กรต่างๆ ไดอารี่นี้จึงเป็นบันทึกชีวิตการทำงานในทุกย่างก้าวของสมาชิกสคส.ทุกคนไปในตัว โดยมีแต่ละคนเข้ามาทำหน้าที่เติมเต็มประวัติศาสตร์ทุกบรรทัดที่ช่วยกันสร้างขึ้น เมื่อต้องการทราบงานที่ทำไปในปีไหน เดือนไหน วันไหน ก็สามารถเลือกหาอ่านได้จากไดอารี่นี้ พนักงานใหม่ที่เข้ามาก็ต้องศึกษางานโดยการนั่งอ่านบันทึกการทำงานจากไดอารีนี้ก่อน  โปรแกรมที่สคส.ใช้เป็นเครื่องมือในการ"สานสมอง"ของทุกคน รวมทั้งคนของสกว.ซึ่งเป็นหน่วยงานต้นสังกัดเข้ามาหากันนี้ เป็นโปรแกรมสำเร็จรูปที่ชื่อ Lotus notes 6.5  สิ่งที่ทุกคนทำเมื่อมาถึงที่ทำงานคือการเปิดเครื่องเพื่ออ่านอีเมลภายในว่าวันนี้มีข่าวสารอะไรบ้าง  มีการนัดหมายในเรื่องใดบ้าง  มีข้อมูลการทำงานอะไรส่งมาถึงบ้าง  มีการตอบกลับข้อมูลที่เราส่งไปไหม ฯลฯ  เมื่อเปิดอีเมลภายในแล้ว ลำดับต่อไปก็คือการเข้าไปอ่านสิ่งที่เพื่อนๆบันทึกการเรียนรู้ไว้ใน www. Gotoknow.org  จากนั้นก็เริ่มทำงานในหน้าที่ของตนตามปกติ  

 อาจารย์วิจารณ์ให้ความสำคัญกับการเรียนรู้ผ่าน blog หรือ b2 b มาก อาจารย์จะเข้าไปเขียนบันทึกและอ่านบันทึกทุกวัน ในบันทึกของอาจารย์จะเต็มไปด้วยข้อคิดเห็นนานาที่ผู้ปฏิบัติจะนำไปใช้ดูแลงานของตนต่อได้ และทุกคนก็จะรออ่านว่าอาจารย์จะเขียนถึงงานแต่ละงานว่าอย่างไร  ซึ่งในประเด็นนี้อาจารย์มองว่าคำชมที่ได้จากคุณภาพจริงของงาน จะเป็นคำชมที่มี tacit หรือความรู้ฝังลึกแฝงอยู่ ที่จะช่วยทำให้ผู้ที่ได้รับคำชมเห็นข้อดีของตนและเกิดกำลังใจในการทำดีต่อไปด้วย นอกจากนี้อาจารย์ยังติดตามดูพัฒนาการของสมาชิกแต่ละคนในสคส.เป็นรายบุคคลด้วย

 จำนวนสมาชิกของสคส.ที่มีอยู่ ๑๑ คน ก็เท่าๆกันกับจำนวนของครูในช่วงชั้นเมื่อแรกก่อตั้ง  อาจารย์ก็เปรียบเสมือนหัวหน้าช่วงชั้นที่คอยดูแลพัฒนาการของครูแต่ละคน และคอยกระตุ้นให้รอบของการลปรร.ทำงาน และถือว่าเรื่องนี้เป็นภารกิจที่ต้องให้สำคัญก่อนเรื่องอื่นๆ  งานทุกงานถือเป็นงานที่ก่อให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกันที่มีอาจารย์คอยสร้างความสดใหม่ และความมีชีวิตชีวา คอยจับอารมณ์ขององค์กรและค่อยๆหันไปสู่ทิศทางที่พึงปรารถนาแบบ lead from behind  คืออาจารย์จะคอยสร้างแรงเหนี่ยวนำที่เป็นแรงผลักให้ทุกคนก้าวเดินไปด้วยกันในจังหวะเพลงเดียวกันอยู่เสมอ  ในขณะที่ทุกคนเรียนรู้จากอาจารย์ อาจารย์ก็เรียนรู้จากทุกคนด้วย อาจารย์จะสนุกกับทุกวาระในที่ประชุมโดยเฉพาะ วาระการ review หนังสือ ซึ่งหากมองให้ลึกแล้ววาระนี้นอกจากจะเป็นการสร้างให้ผู้คนรักการเรียนรู้แล้ว ยังสามารถสร้างให้ผู้คนเกิดความรู้ความคิดที่เป็นประโยชน์ต่อองค์กร และยังสามารถนำไปปรับใช้ในงานได้อีกด้วย  อันที่จริงแล้วการอ่านเรื่อง AI ก็ทำให้ทุกคนได้เรียนรู้วิธีการทำ knowledge sharing ด้วยการค่อยๆสร้างความเข้าใจในเรื่องที่เราต่างก็ไม่มีความรู้ไปพร้อมกัน กว่าจะอ่านจบทั้ง ๑๘ บท ทุกคนก็ได้ฝึกนิสัยของการ"ใฝ่รู้สู้สิ่งยาก" กันโดยทั่วหน้า 

 กระบวนการของการสร้างความเข้าใจไปพร้อมกัน หากใครไม่รู้อะไรก็ถาม ใครรู้อะไรก็ช่วยตอบช่วยเสริมนั้น แสดงถึงพลังกลุ่มที่ร่วมใช้ไปในการสร้างการเรียนรู้ร่วมกัน ที่ไม่ได้คำนึงถึงความถูกต้องของเนื้อหาว่าต้อง ๑๐๐ % แต่เน้นไปที่การยกระดับความเข้าใจของกลุ่มมากกว่า ตัวเนื้อหาการนำเสนอของทุกคนก็กลายเป็น knowledge assets ที่เข้าไปเก็บรวบรวมไว้ใน drive k ให้ผู้สนใจได้เข้าไปศึกษาเพิ่มเติมได้ทุกเมื่อ  การสรรหาหนังสือเล่มถัดไปเป็นเรื่องของทุกคนที่จะนำเข้ามาเสนอในที่ประชุมว่าอยากจะให้รุมกันอ่านเล่มไหน เพื่อให้รู้สึกมีส่วนร่วมในงานชิ้นใหม่นี้ตั้งแต่ต้น ความเห็นทุกความเห็นในที่ประชุมเป็นความเห็นที่เท่าเทียม ไม่มีเจ้านาย ไม่มีลูกน้อง  เมื่อออกนอกห้องประชุมอาจารย์ก็มานั่งทำงานอยู่ใน partition ที่มีขนาดและหน้าตาเหมือนกันกับพนักงานคนอื่นๆทุกประการ จาก partition ที่ดิฉันนั่งอยู่ในขณะนี้ก็สามารถมองไปเห็นที่นั่งของอาจารย์ได้  ตอนกลางวันอาจารย์ก็เดินลงไปรับประทานอาหารที่ร้านข้างล่างด้วยตนเอง แม้ว่าที่สคส.นี้จะมีทั้งแม่บ้าน และห้องครัวอยู่อย่างพร้อมมูลก็ตาม  เรื่องความเท่าเทียมนี้อาจารย์ถือเป็นเรื่องที่ต้องปฏิบัติ  ดิฉันจำได้ว่าวันแรกที่มาเป็นอินเทอร์นเป็นวันที่ต้องติดตามอาจารย์ไปที่สถาบันจิตวิทยาความมั่นคง นายทหารที่มาต้อนรับอาสาจะช่วยถือกระเป๋าเอกสารให้ อาจารย์ก็ไม่ให้ช่วย เมื่อเดินมาส่งที่รถ เขาก็ต้องประหลาดใจมากที่เห็นอาจารย์ขึ้นไปนั่งคู่กับคนขับรถ แล้วมีผู้หญิง ๓ คน คืออุ วีร์ และดิฉันขึ้นไปนั่งข้างหลังแทน

 เรื่องการกระตุ้นให้เกิดการสนทนาแลกเปลี่ยนความคิดกัน ที่อาจารย์มักใช้คำว่า dialoque นั้น ก็เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่เสมอ ทุกครั้งที่มีการประชุมกัน ไม่ว่าจะเป็นวงใหญ่วงเล็ก อาจารย์จะสนใจความคิดความเห็นของทุกคนมาก ในการ AAR ก็จะเริ่มให้ผู้ที่มีอาวุโสน้อยที่สุดพูดก่อน และจะไม่ยอมให้สมาชิกแม้แต่คนเดียว"งดออกเสียง"  แม้ว่าจะเป็นเรื่องที่ไม่เคยมีพื้นความรู้มาก่อนเลย อาจารย์ก็ไม่ยอมให้ใครทำตัวเป็นเครื่องรับที่ดีอย่างเดียว หากว่ามีใครยังไม่ได้แสดงความคิดเห็นอะไรออกมา เขา/เธอคนนั้น ต้องได้ยินอาจารย์ตั้งคำถามว่า "ได้ฟังแล้วมีอะไรจะ dialoque ไหม" แล้วอาจารย์ก็จะไล่ถามทุกคนจนครบ ไม่มีเว้นแม้แต่คนเดียว บางครั้งก็จะบันทึกประเด็นที่ได้ฟังลงในคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คของอาจารย์ด้วย สมาชิกของสคส.ทุกคนมีจุดเด่นที่แตกต่าง มีเวทีที่เอื้อให้สามารถแสดงความต่างนั้นออกมาได้อย่างเต็มที่ ได้โอกาสที่จะเติบโตต่อไปได้เท่าที่อยากจะเป็น แต่ทุกคนจะต้องเรียนรู้จากคนอื่น และรับผิดชอบงานในหน้าที่ของตนให้ดีที่สุด ทั้งในเรื่องของคุณภาพและในเรื่องของเวลา  อาจารย์เคยเอ่ยถึงคุณลักษณะของ"ผู้ที่สามารถฝึกได้" ว่า ต้องมีความคงเส้นคงวา สม่ำเสมอ  มีธาตุแท้ที่จะเอาจริง เป็นคนใฝ่รู้  มี motivation และมีเป้าหมายในการทำงาน ซึ่ง ๒ ประการหลังนี้เป็นสิ่งที่สร้างให้เกิดขึ้นได้ การที่เขาจะประสบความสำเร็จเพียงใดผู้ฝึกมีส่วนเพียง ๒๐ % เท่านั้นแต่ปัจจัยหลักขึ้นจะอยู่กับอุปนิสัยของแต่ละคนเป็นสำคัญ 

 ช่วงเวลาหนึ่งเดือนนี้สอนให้รู้ว่า การเรียนรู้มีได้หลายวิธี แต่วิธีการเรียนรู้ที่จะสร้างให้เกิดการเติบโตของคน ของงาน และขององค์กรได้ดีที่สุดคือการเรียนรู้ร่วม ที่มีลักษณะเป็นการบวกพลังด้วยพลังของการคิดเชิงบวก