สิ่งที่…ครูเป็น...ครูทำ...สำคัญกว่าสิ่งที่ครูสอน

 

          ฤดูกาลเก็บเกี่ยวข้าว  ผมได้อิงแอบกับสายลมยะเยือกบางเบา และแสงแดดอันอ่อนละมุน  ความอิงแอบนานาเหล่านั้น  ทำให้ผมคิดถึงใครหลาย ๆ ที่มีส่วนเติมเต็มชีวิตให้สมบูรณ์ ทั้งทางกาย  จิตใจ  สังคม  และจิตวิญาณ

 

          ความคิดถึง ณ ขณะนี้  ช่างเหมือนฤดูกาลของธรรมชาติ ...ที่ดอกไม้บางดอกเลือกบานในฤดูหนาว และบางดอกสะพรั่งในฤดูแล้ง

 

          ความคิดถึงของผมยามนี้ ...เฉกเช่นดอกผักบุ้งสีม่วงชูช่ออ่อนหวานขึ้นมาจากริมน้ำ แข่งกับกิ่งก้านใบยอดของต้นอื่นใกล้เคียง  ความคิดถึงต่อเรื่องราวต่าง ๆ หลายร้อยเรื่องราวในทุก ๆ นาที

 

          แต่ ‘ วินาที  ’ ผมคิดถึง  ‘คุณครู ’  ของผมจังครับ...

 

          พ.ศ 2544  ผมตัดสินใจทิ้ง ‘อนามัย’  ‘เตี่ยและแม่’  เพื่อลาไปศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น ด้วยเหตุผลมากมายของผมที่ประดังประเดตัดสินใจ ต่อความ  ‘ ผิดหวังกับระบบงาน ’ และ ‘ความรักที่ไม่สมหวัง ’ 

 

          ผมไม่อยากอยู่ในที่ที่เราเคยอยู่  แต่แปลกไหมครับ  ถึงเราอยู่ไกลจากสิ่งที่ผูกพันนับร้อยพันกิโลเมตร  แต่หัวใจของเราก็จดจ่อกับสิ่งเหล่านั้น  ‘เราจะหนีอะไรก็ได้  แต่เราไม่สามารถหนีใจตนเอง ’ ได้หรอกครับ

 

          ผมมาเรียน  ‘สาขาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา ’  แทนที่จะเรียนต่อด้านสาธารณสุข หรือทางการแพทย์  ต้องขอบพระคุณผู้ใหญ่ใจดีที่ให้โอกาสไปเรียนนี้  ด้วยเหตุผลของผมที่ว่า ‘ ผมทำงานในชุมชน  ปริญญาตรีก็จบทางสาธารณสุขแล้ว  แต่ทำไมเราไม่เข้าใจถึงวิถีชีวิตของชาวบ้านและหมู่บ้าน ผมจึงอยากเรียนสาขานี้ ’

 

          ผมมีเพื่อนร่วมรุ่น 14 คน  ที่มาจากหลายทิศหลาย เช่น  ทหาร  ครู  พยาบาล  น้องนักศึกษาที่จบปริญญาตรีมาใหม่  และมี ‘หลวงพี่ ’ ด้วยครับ  ทำให้ผมมีมุมมองหลากหลาย  กระบวนการเรียนเหมือนสหวิชาก็ว่าได้

 

          คุณครูทุกคนของผม  เกือบทั้งหมดมีตำแหน่งทางวิชาการ และจบด็อกเตอร์  แต่คุณครูไม่ให้นักศึกษาเรียกว่า ‘อาจารย์ ’  ให้เรียก และแทนตัวเองว่า ‘ ครู ’

 

          พวกผมเรียนสัปดาห์ละ 3 วัน คือ วันจันทร์  พุธ  และศุกร์  แต่ถ้าต้องการปรึกษาครู ทั้งเรื่องวิชาการ หรือเรื่องส่วยตัว  ก็สามารถเข้าไปคุยได้อย่างไม่มีพิธีรีตอง  ครูรักพวกเราเหมือนลูก ๆ หรือ น้อง ๆ  ทั้งที่ผมตอนนั้น อายุก็ปาเข้า 30 ปีไปแล้ว

          ปกติเวลาพักเที่ยง  ครูจะฝากเด็กในภาควิชาซื้อข้างกล่องมาให้  ครูของผมเงินเดือนหรือเงินอื่น ๆ น่าจะมากมาย  แต่ครูของผมกินอยู่ง่าย  มี ‘ วิถีชีวิตที่มีงดงามเรียบง่าย ’  และเกรงใจมากถ้านักศึกษาเสิร์ฟน้า หรือกาแฟ  ระหว่างการเรียนการสอน  สิ่งเหล่านั้น เป็นภาพติดตา และนำมาเป็นแบบอย่างของพวกเรา ถ้าพวกเรามีโอกาสเป็นเจ้าคนนายคนในอนาคต

 

          ถ้าวันไหนพวกเราเชิญครู ไปนั่งทานข้าวที่ข้างคณะ  พวกเราจะเลี้ยงครู เพราะต่างมีเงินเดือนมากมาย เพราะแต่ละคนอายุงานก็น่าจะ 10 กว่าปี  แต่ครูของพวกผมกลับบอกว่า ‘พวกเธอเป็นนักศึกษานะ  ครูต้องเลี้ยงพวกเธอ’

 

          ดังนั้น  ถ้าไม่โอกาสพิเศษ  พวกเราจะไม่เชิญครูมาทานข้าวกับพวกเรา

 

          ความเมตตากรุณาของครูมากมายบรรยายคงไม่ครบถ้วน  เช่น  การตามนักศึกษาด้วยตนเอง  เพราะสมัยนั้นการมีมือถือยังไม่มาก   ส่งข่าวฝากเพื่อน ๆ และรุ่นน้อง ไถ่ถาม วิทยานิพนธ์ไปถึงไหนแล้ว  ครูไปต่างประเทศจะมีขนมนมเนยติดไม้ติดมือมาฝากพวกเราเสมอ   และเมื่อเราต่างเรียนจบ ครูก็ยังถามไถ่พวกเราเสมอ

 

          คิดถึงครู  ยามใด  ผมช่างมีความอบอุ่นกรุ่นในใจทุกครั้ง

 

          และที่ผมยืนหยัดมาถึงวันนี้  ก็เพราะครูทุกท่านครับ  ส่งพวกเราข้ามฝั่ง  แต่ก็ยังคอยดูแลพวกเราบนฝั่งอีก  เมื่อมีปัญหาด้านวิชาการและปัญหาส่วนตัว  ครูก็ให้คำตอบที่คลี่คลายและนำทางสู่จุดหมายปลายทางทุกครั้งครับ

 

          สิ่งที่…ครูเป็น...ครูทำ...สำคัญกว่าสิ่งที่ครูสอน

 

          และผมขอนำข้อความจากประวัติส่วนตัวของผม  ตอกย้ำความรู้สึกเดิม ๆ ของผมอีกครั้ง...

 

 

* ครูทองหย่วน พรมเมตตา ครูภาษาไทย และครูประจำชั้น ม.3 ที่ทำให้ลูกศิษย์คนนี้ เขียนภาษาไทยให้คนอื่นอ่านออกได้บ้าง และประคับประคองเรือลำนี้ ให้เข้าฝั่งได้ โดยไม่หายไปกับลมทะเล 

 

* พี่วินทร์ เลียววาริณ  นักเขียนซีไรต์ 2 สมัย ที่เป็นต้นแบบในการเขียนหนังสือ และความกรุณาเมตตาแนะนำการเขียนของผม ให้เข้าที่เข้าทางได้บ้าง และข้อคิดกับ 'หนอนสนทนา' และ 'คุยกับ วินทร์ เลียววาริณ' ในwww.winbookclub.com

 

 * น.พ.สุวิทย์ วิบูลย์ผลประเสริฐ ผ.อ.วิทยาลัยการสาธารณสุขขอนแก่น ที่จุดประกายความเป็นหมออนามัย ทำงานเพื่อชาวบ้าน และผู้คนที่ต้องการเรา 

 

* ดร.ดุษฎี อายุวัฒน์ และ ดร.สุเกสินี สุภธีระ คณะมนุษยศาสตร์ฯ ม.ขอนแก่น ผู้ไม่เป็นเพียง"ครู" แต่เป็นทุกอย่าง และยังติดต่อสารทุกข์สุกดิบของลูกศิษย์คนนี้ แม้ออกสู่โลกกว้างมานาน 10 ปี ครูผู้บันดาลใจในลูกศิษย์เขียนเรื่องตนเองบ้าง เพราะมัวแต่เขียนเรื่องคนอื่น

 

 * ดร.มานพ คณะโต คณะแพทย์ศาสตร์ ม.ขอนแก่น อาจารย์เท่มากสำหรับผม ผมจะทำงานได้ดีเหมือนอาจารย์ได้ไหมครับ

  

* น.พ.สมพนธ์ ทัศนิยม และ ดร.ภัทระ แสนไชยสุริยา สวรส.อีสาน ที่ให้โอกาสหมออนามัย ไม่รู้ตาม้าตาเรือคนหนึ่ง ที่ได้ให้ทุนและการเรียนรู้ สู่การเป็นนักวิจัยระบบสุขภาพจนถึงปัจุบัน และขอเป็นต่อไป

  

* ลุงป้อม สุทธิสิทธิ์ ไมตรีจิต บก.วารสารหมออนามัย ที่ให้โอกาสหมออนามัยบ้านนอก ไปเหยียบกระทรวงสาธารณสุขครั้งแรก และขอสัญญาว่า จะให้ต้นฉบับลุงป้อมนะครับ ถ้าลุงป้อมต้องการ

 

 * อาจารย์โกมาตร จึงเสถียรทรัพย์  ที่ผมรู้จักผ่านหนังสือ และกว้านซื้อหนังสืออาจารย์ ได้เจอตัวจริง ไม่ผิดหวังเลยครับ ขอบคุณแทนชาวหมออนามัยด้วยครับที่อาจารย์เข้าใจวิถีชีวิตของหมออนามัย

 * ดร.นิภาพร ลครวงศ์ (อาจารย์กะปุม) ที่เป็นแรงบันดาลใจใน R2R และเขียนเรื่องราวลงบล็อก ถ้าโลกยังหมุนอยู่ คงได้เจอกันอีกครั้งครับ

 

* ขอขอบคุณหมออนามัยด้วยกัน เครือข่ายทำงาน พี่น้อง อสม. ที่เป็นแขนขา และอวัยวะของร่างกายให้ผมทำงานได้ราบรื่น

  

* พระพุทธเจ้า ผู้ประสูติ ตรัสรู้ ปรินิพพาน ใต้ต้นสาละ จนเกิดความหมายของชีวิตหนึ่ง ก็คือ ธรรมดา และธรรมชาติ และบทเรียน  "การให้อภัย และการแผ่เมตตา" และ "อิทธิบาท ๔ " อิทธิฤทธิ์อันพิเศษ ถึงแม้เป็นคำสั้น ๆ ดูง่ายมาก แต่ทำยากจังครับ พระพุทธเจ้า 

 

* ขอบคุณทุกคน ในโกทูโน และทุกคนที่เข้าอ่านมาถึงบรรทัดนี้ครับ ...

 

 

 

*******