"กระถางผัก"  กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันทุกเช้าและเย็น  หรือแม้กลางวันของบางวัน  อย่างเช่นวันนี้ได้จัดวางกระถางผักใหม่ เพื่อให้ดูเป็นระเบียบและงามตา  รวมทั้งจัดธรรมชาติให้ผักได้รับแสงแดดอีกด้วย

        ความสำเร็จของการปลูกผักตั้งแต่เริ่มต้นมาถึงวันนี้  ไม่พบความสำเร็จของผลผลิตที่คุ้มกับการลงทุน และเวลา แต่ได้ความสำคัญที่สุดคือการเรียนรู้  จึงหมายความว่าผลของการปลูกผักมีคุณค่าต่อการได้ลงมือทำ

มะเขือม่วง 

เพาะเมื่อ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๓

          ตั้งแต่เริ่มเพาะเมล็ดพันธุ์ ได้รดน้ำอย่างชุ่มชื้นทุกวันเช้าและเย็น  เฝ้าสังเกตก็ไม่พบว่ามันจะงอกต้นใหม่สักที  ปลอบใจตัวเองว่า  ต้องอดทนรอดูต่อไป  อาจจะเป็นเหมือนชาวสวนเขาพูดว่าพันธุ์หนักคืองอกช้า  หากพันธุ์เบาจะงอกเร็ว

๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๓   มะเขือม่วงงอก

              วันนี้ดีใจมาก  ที่ได้พบว่าเมล็ดพันธุ์มะเขือม่วงเริ่มงอกแล้ว  เป็นรากสีขาว ๆ เล็ก ๆ จากเมล็ด  นับเป็นเวลาถึง ๑๘ วัน

มะเขือขาว

เพาะเมื่อ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๓  ยังไม่งอก

ผักกาดฮ่องเต้

เพาะเมื่อ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๓

            ฮ่องเต้  เริ่มงอกตั้งแต่วันที่ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๓  ถึงวันนี้เป็นเวลา ๑๘ วันเช่นกัน  แต่ละต้นมีใบถึง ๓ ใบ  สูงประมาณ  ๕ เซนติเมตร  ลำต้นทุกต้นแข็งแรง  สังเกตเวลารดน้ำ  จะไม่เอนลู่ไปตามความแรงของน้ำเหมือนผักกาดขาว

รากผักกาดขาวน้อย (ศรชี้)

         "ผักกาดขาวน้อย"  ถูกแยกจากกระถางที่แออัดกัน  กระจายไปปลูกในกระถางอื่น ๆ กระถางละ ๑ ต้นถึง ๕ ต้น  ตามขนาดของกระถาง  รดน้ำเบาอย่างเบา ๆ ทุกครั้ง เพราะก้านและใบของมันกรอบมาก  ธรรมชาติของผักกาดขาวน้อยจะมีรากขาวเล็กและยาว  กรอบ  หากจับแรงก็จะหัก  เวลาถูกรดน้ำก็จะเอนนอน หรือเอนราบทุกครั้ง

         เมื่อลำต้นโตขึ้น  รากก็โตขึ้นตามวัย  แต่แข็งแรงสามารถพยุงต้นและใบให้เป็นกอได้โดยไม่ล้มเหมือนตอนที่เป็นต้นเล็ก  แต่ใบยังกรอบอยู่เหมือนเดิม  ดังภาพข้างบน

รากผักกาดขาวน้อยอยู่ใจใต้ดิน

          ผักกาดขาวน้อยในภาพข้างบนนี้  เป็นผักกาดต้นที่ถูกแยกมาใส่ในกระถางใหม่  กลัวว่ามันจะล้มเอนตอนรดน้ำ  จึงปลูกให้รากมันลงลึกจมดิน  และกลบดินให้แน่น  ปรากฏว่ามันค่อย ๆ เหี่ยวและเน่าตายไปทีละกระถาง  

๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๓  เพาะผักกาดกวางตุ้ง

        "ผักกวางตุ้ง"  ได้เพาะอีกเป็นครั้งที่ ๒  เพราะครั้งแรกใช้เมล็ดพันธุ์ที่หมดอายุมาเพาะ  พบว่ามันมีต้นใหม่ขึ้นมาบ้างแต่ไม่มาก  ถูกหอยทากกัดกินจึงไม่เหลือให้โต  ครั้งนี้เพาะในกระถางจำนวน ๖ กระถาง

สระแหน่ในกระถาง

        สระแหน่ที่เพาะจากยอด  จะมีใบโตและงอกงามกว่าที่เพาะมาจากก้านแก่หรือที่มีราก สระแหน่ไม่ชอบแดดจัด ชอบอยู่ในที่ชุมชื้นมากกว่าที่แห้งหรือที่มีแดดเผา  จะทำให้เหลืองและเหี่ยวเฉา

ไก่ฟ้าพญาลอ  และอัญชันข้างรั้ว

ผักกาดขาวปลี

ถูกแยกมาปลูกกระถางละ ๑ ต้น

ไม้ประดับที่หลงเหลือ

รอวันแจกจ่ายให้คนใจดีมารับไปเลี้ยงและดูแล

        ผักเป็นธรรมชาติ  จึงเติบโตขึ้นอย่างธรรมชาติ  แม้เราจะปรุงแต่งให้ดูดี ตามใจที่เราอยากจะทำ  หากแต่ไม่เหมาะกับความต้องการทางธรรมชาติ  ก็จะเป็นเหมือนผักกาดขาวน้อย  หากลงมือปลูกอีกครั้งน่าจะทำได้ดีกว่านี้