การส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุนตามกฎหมายภายในนอกเหนือจากมาตรการทางภาษี
นอกจากการให้สิทธิประโยชน์ในการลงทุนของคนต่างชาติในทางภาษีแล้ว การส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุนตามกฎหมายภายใน ยังมีข้อพิจารณาในด้านสิทธิประโยชน์ที่ไม่เกี่ยวกับภาษี ดังนี้
สิทธิประโยชน์ที่ไม่เกี่ยวกับภาษี
ได้แก่ วิธีการที่รัฐใช้กฎหมายภายในที่เกี่ยวกับการลงทุนเป็นเครื่องมือในการอำนวยความสะดวก หรือผ่อนคลายความเข้มงวด ตามกฎหมายภายในอื่นๆ
1. สิทธิประโยชน์ที่เกี่ยวกับที่ดิน
ที่ดินเป็นปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งในการลงทุนไม่ว่าจะเป็นการลงทุนทางอุตสาหกรรม หรือเกษตรกรรม ตามกฎหมายบางประเทศกำหนดให้สิทธิความเป็นเจ้าของ และการทำประโยชน์จากที่ดินมีได้เฉพาะพลเมืองของประเทศเท่านั้น คนต่างชาติมักจะถูกจำกัดสิทธิในการเป็นเจ้าของที่ดิน ซึ่งถือเป็นอุปสรรคในการเข้าไปลงทุนยังต่างประเทศของนักลงทุนต่างชาติ รัฐผู้รับการลงทุนทั้งหลายจึงเริ่มอาศัยกฎหมายการลงทุนเป็นเครื่องมือในการยกเว้น หรือผ่อนคลายการจำกัดสิทธิของคนต่างชาติในการเป็นเจ้าของที่ดินดังกล่าว
ในส่วนของกฎหมายในประเทศไทยก็มีการจำกัดสิทธิในการถือครองทรัพย์สินที่เป็นอสังหาริมทรัพย์ในประเทศแก่ผู้มีสัญชาติไทยเท่านั้น แต่การจำกัดสิทธิดังกล่าวได้รับการผ่อนคลายโดยที่ผู้ลงทุนต่างชาติสามารถเข้าร่วมลงทุนร่วมกับผู้ลงทุนที่มีสัญชาติไทย หรืออาจเลือกเช่าที่ดินในระยะยาวก็ได้ ( มาตรา 85 , 86 ประมวลกฎหมายที่ดิน , มาตรา 20 พ.ร.บ. ส่งเสริมการลงทุน พ.ศ. 2520 และ มาตรา 44 พ.ร.บ. นิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย 2522 )
2. สิทธิประโยชน์ที่เกี่ยวกับการทำงาน และการเข้าเมืองของคนต่างชาติ
ทุกประเทศมีกฎหมายที่เกี่ยวกับการเข้าเมืองของคนต่างชาติ และในบางประเทศอาจมีกฎหมายเกี่ยวกับการประกอบอาชีพของคนต่างชาติอีกด้วย ซึ่งมีความเข้มงวดกวดขันมากน้อยต่างกัน โดยในสายตาของผู้ลงทุนต่างประเทศเห็นว่าเป็นอุปสรรค และความไม่สะดวกในการดำเนินกิจการที่เกี่ยวกับการลงทุน ดังนั้นบางประเทศจึงบัญญัติเป็นพิเศษในกฎหมายที่เกี่ยวกับการลงทุนโดยจะยอมให้คนต่างชาติเข้ามาในประเทศ และทำงานในสาขาต่างๆได้เป็นพิเศษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เกี่ยวกับการเข้ามาลงทุนในประเทศเจ้าของเงินทุน ผู้ชำนาญทางเทคนิค และเจ้าหน้าที่บริหารชั้นสูง เป็นต้น
ในกรณีของประเทศไทย คนต่างชาติที่จะเข้ามาในราชอาณาจักรไทยได้ต้องเป็นไปตามกฎเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 และคนต่างชาติที่จะเข้ามาในราชอาณาจักรไทยได้ก็ไม่มีสิทธิเสรีภาพที่จะประกอบธุรกิจได้กว้างขวางเท่ากับคนไทยด้วย กฎหมายส่งเสริมการลงทุนของไทยได้กำหนดสิทธิประโยชน์เกี่ยวกับการเข้าเมือง และการทำงานของคนต่างชาติไว้ 3 กรณีคือ
(ก) กรณีเข้ามาศึกษาลู่ทางการลงทุน พ.ร.บ. ส่งเสริมการลงทุนให้อำนาจแก่คณะกรรมการส่งเสริมลงทุน ในการพิจารณาเรื่องระยะเวลาในการขอเข้ามาศึกษาลู่ทางการลงทุน ซึ่งในแต่ละประเภทของกิจการก็จะมีความแตกต่างกันออกไป
(ข) กรณีการนำผู้ชำนาญการเข้ามา พ.ร.บ. ส่งเสริมการลงทุนได้กำหนดไว้ว่าคนต่างชาติผู้ได้รับการส่งเสริมการลงทุนอาจจะขอนำช่างผู้ชำนาญเข้ามาด้วยก็ได้
(ค) กรณีเกี่ยวกับการทำงานของคนต่างชาติ มีกฎหมายที่เกี่ยวกับการเข้ามาทำงานของคนต่างชาติ คือ พ.ร.บ. คนเข้าเมืองซึ่งได้กำหนดห้ามไม่ให้คนต่างชาติซึ่งได้รับอนุญาตให้อยู่ในประเทศเป็นการชั่วคราวประกอบอาชีพ หรือรับจ้าง เว้นแต่จะได้รับอนุญาตเป็นกรณีพิเศษ
3. สิทธิประโยชน์ด้านการอำนวยความสะดวกอื่นๆจากรัฐ
ที่มีความสำคัญและเป็นปัจจัยในการส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศ เช่น การอำนวยความสะดวกในด้านการคมนาคม การขนส่ง การพลังงาน เพื่อส่งเสริมและสร้างบรรยากาศในการลงทุนให้น่าสนใจมากขึ้น โดยจะมีความแตกต่างกันไปตามความเหมาะสมของแต่ละประเทศ โดยส่วนใหญ่จะประกอบด้วยความช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกทางการเงิน และการบริการ การซื้อผลิตภัณฑ์โดยรัฐ การจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรม และเขตปลอดภาษี เป็นต้น
อาจกล่าวได้ว่า การลงทุนระหว่างประเทศมีบทบาทอย่างมากต่อเศรษฐกิจระหว่างประเทศ ซึ่งก็ได้มีการพยายามทุกวิถีทางในการชักชวนผู้ลงทุนต่างประเทศเข้ามาลงทุนในกิจการค้า และอุตสาหกรรมแขนงต่างๆ เพื่อช่วยพัฒนาเศรษฐกิจของชาติ และในความพยายามที่จะหาลู่ทางขยายตัวทางการลงทุนระหว่างประเทศมีปัจจัยหลายประการที่จะเอื้ออำนวยต่อความพยายามดังกล่าวอย่างเช่น มีมาตรการชักชวนโดยการออกกฎหมายพิเศษ เช่น พ.ร.บ. ส่งเสริมการลงทุนที่ให้สิทธิพิเศษบางประการแก่ผู้ลงทุนต่างชาติแล้ว ปัจจัยทางด้านภาษีอากรก็เป็นปัจจัยที่สำคัญที่สามารถนำมาใช้ส่งเสริม และสนับสนุนการลงทุนระหว่างประเทศ หากรัฐบาลไม่มีนโยบายที่ชัดเจนในเรื่องภาษีอากรก็อาจกลายเป็นอุปสรรคของการลงทุนระหว่างประเทศได้เช่นกัน
สิทธิประโยชน์ทั้งที่เกี่ยวกับภาษี และที่ไม่เกี่ยวกับภาษีจึงเป็นมาตรการจูงใจที่สำคัญให้กับคนต่างชาติที่จะเข้ามาลงทุนในอาณาเขตประเทศของตน อีกทั้งยังเป็นหลักประกันที่มั่นคงเนื่องจากมีการกำหนดไว้ในกฎหมายของประเทศผู้รับการลงทุนอีกด้วย
ข้อพิจารณาในลักษณะเดียวกันกับการให้สิทธิประโยชน์แก่นักลงทุนต่างชาติได้แก่ การให้หลักประกันในการคุ้มครองการลงทุนของผู้ลงทุนต่างชาติ อันได้แก่
1. หลักประกันต่อกิจการและทรัพย์สิน
รัฐธรรมนูญ แผนนโยบายของรัฐ แต่มักจะเกิดปัญหาในการที่คนต่างชาติไม่อาจได้รับควาสริมคุ้มครองที่เป็นหลักประกันที่ให้ไว้แก่คนชาติ จึงมักจะมีการกำหนดไว้ในกฎหมายสำหรับการลงทุนของคนต่างชาติเฉพาะ แยกต่างหากจากกฎหมายลงทุนทั่วไป โดยมักจะวางหลักการที่เกี่ยวกับการโอน หรือเวนคืนกิจการไปเป็นของรัฐต่อเมื่อเป็นไปเพื่อสาธารณประโยชน์ ตามที่กฎหมายกำหนด และมีการจ่ายค่าชดเชยความเสียหายเกิดขึ้นอย่างเป็นธรรม หลักประกันที่รัฐจะไม่เข้ไปผูกขาดการจำหน่ายสินค้า หรือ ไม่ทำการแข่งขันกับผู้ส่งเสริม
2. หลักประกันการโอนเงินออกนอกประเทศ
เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ลงทุนต่างชาติที่จะส่งรายได้ของตนกลัยไปยังทางบ้านตามเงื่อนไขที่กำหนดในกฎหมายภายในแต่ละประเทศ
3. หลักประกันในการคุ้มครองการผลิต
ผู้ลงทุนต่างชาติต้องคำนึงถึงมาตรการคุ้มครองอุตสาหกรรมในประเทศที่ตนจะเข้าไปลงทุน โดยอาจได้รับประโยชน์จากการคุ้มครองนั้นตามไปด้วย
(โกศล ฉันธิกุล , กระบวนวิชากฎหมายที่เกี่ยวกับการลงทุน , กรุงเทพ : แสงจันทร์การพิมพ์ 2531 )
(สมจิตร จินดาวงศ์ , ความตกลงเพื่อการส่งเสริมและการคุ้มครองการลงทุนระหว่างประเทศระหว่างไทยกับลาว ค.ศ. 1990 วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 2543 )
อ่านแล้วค่ะ