cognitive หรือความรู้ทั้งหลายตั้งแต่
รู้จำ เข้าใจ นำไปใช้ วิเคราะห์ สังเคราะห์
ประเมินค่า จะไม่มีความหมายเลยถ้า...
ขาดสิ่งที่เรียกว่า ความสนใจ
เอลัน ครัท นักจำซึ่งจัดเป็นอัจริยะของโลก
ได้เข้ามาบรรยายในเมืองไทย ได้ให้ความรู้
ที่เป็นหัวใจของความจำ ทั้งสามอย่าง
ไม่มีอะไรมาก ประกอบด้วย
1.การสร้างความสนใจ
2.ต้องเป็นสิ่งน่าสนใจ
3.หาความสนใจในเรื่องที่อยากจะจำ
ทั้งสามข้อประกอบด้วยสิ่งที่เหมือน ๆ กัน
ก็คือ ความสนใจ แต่ว่าไอ้ความสนใจนี่มีสอนกันใน
มหาวิทยาลัยหรือไม่ ผมก็ไม่ทราบเหมือน เอาเป็นว่า
ถ้าความสนใจล้มเหลว ตัว cognitive ทั้งหลายก็ล้มเหลว
ผมตั้งคำถาม ตัวความสนใจนี่ มาจากข้างในหรือถูกกระตุ้น
จากภายนอกกันแน่ ผมคิดว่า มันมาจากข้างใน 80 เปอร์เซ็นต์
และถูกกระตุ้นจากภายนอก 20 เปอร์เซ็นต์
ความเข้าใจของผมที่มาจากภายในมนุษย์ก็ได้แก่สติปัญญา
ของเราที่หลากหลายไปทางไหน (พาหุปัญญา) ความสนใจ
ก็อยู่ที่นั่น เช่นเราถนัดทางด้านตรรกกะคณิตศาสตร์ เราก็สามารถ
มีใจให้กับวิชาคณิตศาสตร์ ถ้าเราถนัดทางด้านศิลปะเราก็มีใจให้
กับงานศิลปะล้วน ๆ ก่อให้เกิดความพากเพียรจากภายใน
ความสนใจจากภายในมากจากสิ่งนี้แหละ
ส่วนอีกยี่สิบเปอร์เซ็นต์ ถูกกระตุ้นมาจากภายนอก ได้แก่สื่อต่าง ๆ
ที่กระตุ้นความสนใจ สื่อที่สำคัญที่สุดคือ โฆษณา โฆษณาหลาย ๆ
อย่างที่กระตุ้นความสนใจ ราคาแพงถึงระดับสิบล้าน เพราะมิติเวลา
ของความสนใจเรื่องรวม ๆ ของมนุษย์ ไม่ถึง 30 วินาที ดังนั้นโฆษณา
ต่าง ๆ จึงนำเสนอเพียง 30 วินาที เมื่อน่าสนใจก็ก่อพฤติกรรมการเรียนรู้
ที่จะต้องซื้อผลิตภัณฑ์เขา แต่ก็ใช่ว่าจะกระตุ้นได้ทั้งหมด ผลิตภัณฑ์
ที่เกี่ยวกับผู้ชาย ผู้หญิงอาจไม่สนใจ แต่ถ้าเป็นผลิตภัณฑ์ของผู้หญิง
ทั้งผู้หญิงและผู้ชายอาจมีความสนใจได้ ที่่แน่ ๆ นักทฤษฎีที่คิดว่า
การกระตุ้นความสนใจจากภายนอกสามารถสร้างได้ แต่ก็คงจะต้อง
ลงทุนที่แพงมาก หรือมากที่สุด โดยเทียบจากโฆษณาซึ่งต้องใช้
creative นอกกรอบที่มีราคาค่าตัวสูงมาก ๆ แต่ผลที่ได้คือความคุ้มค่า
ดังนั้นการกระตุ้นให้เกิดความสนใจภายใน มาจากความถนัดทางปัญญา
ที่หลากหลาย และในบรรดามนุษย์ทั้งหลายน่าจะกล่าวได้ว่า ดาวินชี่
เท่านั้นที่มีพาหุปัญญาหลากหลายมาก แต่ในมนุษย์ธรรมดาความถนัด
ทางปัญญาหลัก ๆ น่าจะไม่เกิน 3 อย่าง ดังนั้นความคิดที่จะทำให้ผู้เรียน
มีพฤติกรรมทางปัญญาที่เกิด cognitive domain นั้น จะต้องแยกแยะ
ความถนัดของผู้เรียน และต้องปรับเนื้อหาให้สัมพันธ์กับความถนัดก่อน
เป็นสิ่งแรก และสิ่งสำคัญที่สุดคือบรรยากาศ หากบรรยากาศรอบข้าง
ยังเป็นแบบตึงเครียด การจ้องจะยัดสิ่งต่าง ๆ เข้าไปอย่างเดียวก็เป็น
ความสูญเปล่า บางอย่างต้องอาศัยบรรยากาศสนุกสนานผ่อนคลาย
เป็นกันเอง และเป็นไปอย่างช้า ๆ cognitive จึงมั่นคงขึ้น เพราะสมองของ
มนุษย์นั้นมีความสลับซับซ้อนและมีความเร็วกว่าแสง ดังนั้นเครื่องมือวัด
ต่าง ๆ ที่วัดแค่การยัดได้เท่าไร น่าจะมีค่าเพียงไม้บรรทัดที่บังอาจไปวัด
ความเร็วของแสง
1.การสร้างความสนใจ
2.ต้องเป็นสิ่งน่าสนใจ
3.หาความสนใจในเรื่องที่อยากจะจำ
ทางพุทธ เรียก "ฉันทะ"
ทางการศึกษาตะวันตก เรียก Child centered
ทั้งหลายก็อยู่ที่ใจ...ใช่ไหมคะท่าน
สวัสดีค่ะ
อ่านแล้วนึกถึงที่คุณหนุดีเธอเขียนในหนังสือของเธอค่ะ
ที่ว่าสมองมักจำในสิ่งที่ชอบ
ขอบคุณค่ะที่แวะไปเยี่ยมกัน
ศรัทธาตั้งมั่นยังประโยชน์ให้สูงสุด
ความสนใจ ความตั้งใจจริง ทำให้บุคคลแสวงหาคำตอบ เพราะมีความชอบเป็นต้นทุน
อ่านบทความท่านทีไรก็มีประโยชน์ทุกครั้งครับ
ขอบคุณท่านรองฯ
ขอบคุณคุณครูป.1
ขอบคุณคุณณัฐรดา
ขอบคุณท่านพรชัย