ศิลปะเป็นแค่เครื่องมือเก็บเด็กเท่านั้นหรือ
-
-
ในฐานะครูศิลปะ ใคร่ขออนุญาตแสดงทัศนะต่อการสอนศิลปะเพิ่มเติมต่อจากบล๊อคแรก ถึงความเหลื่อมล้ำ ในการจัดการเรียนรู้ทั้ง 8 กลุ่มสาระ
-
ความรู้สึกของครูสายผู้สอน หรือผู้บริหารมีจำนวนไม่น้อยที่มองว่า สาระวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ภาษาไทย ภาษาต่างประเทศ สำคัญกว่าสาระอื่นๆ
-
แต่ที่ถูกเมินแทบจะมองไม่เห็นคุณค่าเลย ดูเหมือนจะเป็นสาระศิลปะ หลายท่านมองศิลปะหรือใช้ศิลปะเป็นเพียง การแก้ปัญหาการสอน เช่น
-
บ่อยครั้งจะได้ยินครูผู้สอน หรือสอนแทน สั่งงานเด็กอย่างชินหูว่า ให้นักเรียนวาดภาพตามใจชอบ ทั้งๆที่ชั่วโมงนั้นไม่ใช่สาระศิลปะ
-
วาดแล้ว ก็แล้วไป ไม่มีการติดตามผล หรือประเมินผลงาน ซึ่งเป็นการวาดภาพที่ไร้ค่า ไร้ความหมาย ไม่มีคำติชมใดใด จากครู
-
สำหรับครู เป็นเพียง ใช้ศิลปะเป็นเครื่องมือในการเก็บเด็ก หรือเพียงเพื่อการทำงานอื่นของครู
-
แต่ในความรู้สึกเด็กแล้ว ความคาดหวังอยากให้ครูชื่นชมความสำเร็จของงาน ดังนั้นเด็กๆบางคน รู้สึกเศร้าใจและผิดหวัง
-
ซึ่งถ้ากระทำบ่อยๆครั้ง ก็จะไม่เป็นการดี เด็กจะชาชินและเบื่อ ในที่สุดก็จะเป็นการทำร้ายความรู้สึกที่ดีต่อการเรียนรูศิลปะของเด็กได้
-
ดังนั้นการจัดการเรียนรู้ เพื่อหวังให้หลักสูตรศิลปะเป็นเครื่องมือในการพัฒนา คุณลักษณะนิสัยเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของหลักสูตรศิลปะนั้น ครูศิลปะจึงควรคำนึงถึง การจัดการเรียนรู้อย่างมีความหมาย รวมถึงผู้บริหารเอง ควรให้ความสำคัญกับการจัดครูเข้าสอนและสนับสนุนการจัดการเรียนรู้สาระศิลปะอย่างจริงจัง
ศิลปะบูรณาการได้มากมาย
ศิลปะสอดแทรกได้ทุกสาระ
ศิลปะคือการถ่ายทอดอารมณ์ ความคิดและประสบการณ์
ครูศิลปะจึงเป็นคนถ่ายทอดอุดมการณ์สู่เด็ก
เป็นต้นแบบของเด็ก คงหมดยุคครูอารมณ์ศิลป์ ผมยาว เสื้อยืด กางเกงยีนส์ สะพายย่าม รองเท้าแตะ