คนธรรมดาอย่างเราจำเป็นต้องคิดเรื่องนิพพานด้วยหรือ

ทำนิพพานให้แจ้ง-3

โสภณ เปียสนิท

...........................    

 

                      ลุงสมเหมือนมีความสงสัยมานานรำพึงเบาๆ “คนธรรมดาอย่างเราจำเป็นต้องคิดเรื่องนิพพานด้วยหรือ” ลุงเชียรละสายตาจากธรรมชาติอันสวยงามตรงหน้า “แล้วคนธรรมดาอย่างเรามันทุกข์หรือเปล่า” “ทุกข์ซิ” “คนฉลาดควรทำอย่างไรดี ปล่อยไปตามบุญตามกรรม หรือว่าต้องหาทางแก้ไข” “ถ้าฉลาดจริงต้องหาทางแก้ไข” “นั่นแหละ คนฉลาดต้องทำนิพพานให้แจ้ง” “เพื่อหนีทุกข์อย่างนั้นหรือ” “ใช่ เพื่อหนีทุกข์ ต้องพ้นจากกฎไตรลักษณ์ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา” “เชื่อว่านิพพานคือความสุข” “ไม่ใช่ความเชื่อ แต่พระสอนว่า นิพพานเป็นสุขอย่างยิ่ง” “แสดงว่านิพพานเป็นที่ปลอดภัย” “ใช่แล้ว ทหารเมื่ออยู่ในหลุมหลบภัยย่อมปลอดภัยจากศัตรู ผู้ถึงนิพพานย่อมปลอดภัยจากทุกข์ เช่นกัน” “หรือว่า บุญที่คนเราสั่งสมนั่นเพื่อพระนิพพาน” “ใช่อีก หยดน้ำฝนย่อมไหลลงสู่มหาสมุทร บุญที่ทำทั้งหมดย่อมไหลลงสู่นิพพาน”

 

                         “คนต้องตายก่อนจึงถึงนิพพานใช่หรือไม่” ลุงสมยังสนใจเรื่องนิพพานเป็นพิเศษ “มี 2 ชนิด คือ นิพพานเป็น จิตถึงนิพพานแต่ยังดำรงชีวิต และ นิพพานตาย จิตถึงนิพพานและสิ้นชีวิตแล้ว” “ฆราวาสเห็นนิพพานได้หรือไม่” “ได้ซิ พระสอนว่า ผู้เห็นนิพพานคือ โคตรภูบุคคล พระโสดาบัน พระสกิทาคามี พระอนาคามี พระอรหันต์” “ฆราวาส หรือชาวบ้านทั่วไปเป็น โคตรภูบุคคล อริยะบุคคลได้เหมือนเป็นพระหรือ” “ใช่ พระสอนอย่างนั้น” “โคตรภูบุคคลหมายถึง...” “หมายถึงคนที่ปฏิบัติสมาธิทรงฌาน ยกจิตขึ้นสู่ไตรลักษณ์ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ได้รับดับหนึ่ง ขาข้างหนึ่งก้าวข้ามไปอยู่ฝั่งอริยะบุคคล อีกข้างหนึ่งยังอยู่ฝั่งคนธรรมดา”

 

                        ลุงสมสนใจเรื่องนิพพานเป็นพิเศษ จึงถามต่อ “คนที่ไปนิพพานไม่ได้มีหรือไม่” “มีบ้าง เช่น ผู้ทำอนันตริยกรรม คือ ฆ่าพ่อ ฆ่าแม่ ฆ่าพระอรหันต์ ทำร้ายพระพุทธเจ้า ทำสงฆ์ให้แตกจากกัน” “ทำไมหรือ” “เพราะเป็นกรรมหนัก จึงขวางทางพระนิพพาน”