เีครื่องบินร่อนขึ้นสู่ฟากฟ้าอันเวิ้งว้างไพศาล.........

บทสรุปแห่งการเดินทาง-1

โสภณ  เปียสนิท

 

................................


 

                เครื่องบินร่อนขึ้นสู่ฟากฟ้าอันเวิ้งว้างไพศาล จอมอร์นิเตอร์บ่งบอกความสูงเกินกว่าสองหมื่นฟิต และบ่งบอกเส้นทางการบินว่าจะเดินทางผ่านหลายประเทศ ผมสนใจเมืองลาฮอ เดลฮี คันปุระ พาราณสี กัลกัตตา เตือนให้รำลึกถึงประเทศอินเดียเมื่อสิบกว่าปีที่ผ่านมา สมัยที่ผมเองเคยใช้ชีวิตทุ่มเทเพื่อการศึกษาหาความรู้ระดับมหาบัณฑิตที่เมืองพูณ่า สองปีสี่เดือนที่อยู่เมืองนี้นับว่าคุ้มค่า แต่ไม่ว่าจะคิดถึงประเทศแห่งนี้มากเพียงใด ผมก็ยังไม่อยากโดดลงไปเยือนในยามนี้แน่

 

                โชคดีที่ตอนขึ้นเครื่องบิน มีหนังสือพิมพ์สำหรับแจกฟรีเหลืออยู่สองฉบับจึงถือติดมือมา คราวนี้ได้อ่านสมใจ เพราะว่าไม่มีโอกาสคุยกับใคร ด้านขวาหันไปคุยไม่ได้เพราะหัวนิ้วโป้งเท้าอาจทิ่มตาเอาได้ ด้านซ้ายมีทางเดินกั้นกลาง มีฝรั่งชราคนหนึ่งนั่งหลับอยู่ในที่นั่งถัดไป ชวนคุยด้วยคงเป็นการรบกวน

 

                อ่านหนังสือไม่นานบริกรเข็นรถอาหารมาบริการถั่วลิสงอบเรียกน้ำย่อยก่อนเป็นอับดับแรก พร้อมแจกรายการอาหารมื้อเช้าวันรุ่งขึ้นให้เลือกไว้ก่อน รายการหลักมีสองอย่างให้เลือกคือ เนื้อหมู และไก่งวง คุยกับเจ้าหน้าที่บนเครื่องได้ความว่า ผู้โดยสารส่วนมากเลือกไก่งวง ผมขอน้ำแอ็ปเปิ้ลมากลั้วคอ ก่อนอาหารหลักคือเนื้อหมูอบ ต่อด้วยไวน์แดงตามธรรมเนียมฝรั่ง (รับประทานเนื้อ ต้องดื่มไวน์แดง รับประทานปลาต้องดื่มไวน์ขาว) ตามด้วยกาแฟอีกหนึ่งถ้วย เว้นระยะไปได้สักครู่มีเครื่องดื่มอัลกอฮอล์มาบริการอีก ผมเลยขอทดสอบบรั่นดี ชื่อคามุส ได้ผลครับ ทั้งขมทั้งขื่นกว่าจะหมดถ้วยเล็ก ๆ ใช้เวลานานพอดู จนผมไม่กล้าสั่งเครื่องดื่มอัลกอฮอล์อะไรมาดื่มอีก เพราะเริ่มรู้สึกว่าหน้าตึง ๆ

 

                การเดินทางโดยเครื่องบินหลายครั้ง ทำให้มองแอร์โฮสเตสและสจ้วร์ตเดินบริการลูกค้าด้วยความรู้สึกที่แตกต่าง เมื่อก่อนมองว่าอาชีพทำงานบนเครื่องบิน เป็นงานสูงส่งมีเกียรติเป็นที่น่าปรารถนา เมื่อความจริงอยู่ตรงหน้า ความรู้สึกจึงค่อย ๆ เปลี่ยนไป ครั้งหนึ่งระหว่างนั่งเครื่องบินเคยเห็นผู้โดยสารอยู่ในอาการมึนเมาขออาหารบ้าง ขอเครื่องดื่มบ้าง ขอแล้วขออีก พูดรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง แม้อยู่ในภาวะอันน่าอึดอัดเพียงนั้น หันไปดูยังเห็นใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มของแอร์โฮสเตสคนนั้น