รุ่งสางของวันที่ ๒๓ ต.ค. ๕๓ วันปิยมหาราช ผมออกจากโรงแรมชุมพร การ์เด้นท์   วิ่งไปทางซ้ายมือ พอถึงสี่แยกไฟแดงหน้า รพ. วิรัชศิลป์ ก็วิ่งไปทางซ้ายจนถึงอีกสี่แยกไฟแดงหนึ่ง ผมเลี้ยวขวาเข้าถนนที่ผมจำได้ว่าสมัยเด็กๆ ที่ปลายถนนเป็นแม่น้ำท่าตะเภาหรือแม่น้ำชุมพร   (สมัยผมเด็กๆ เราเรียกบริเวณตัวเมืองชุมพรว่าท่าตะเภา)   และมีท่าน้ำอยู่ที่ปลายถนนนี้

          ถนนนี้เดิมชื่อถนนศาลาแดง เวลานี้ชื่อถนนภูวนารถดำเนิน เป็นถนนสั้นๆ ยาวเพียง ๒ - ๓ ร้อยเมตร  สมัยก่อนมีโรงหนังเฉลิมพร ยายของผมเคยมาขายบุหรี่ที่หน้าโรงหนัง ในลักษณะจุดตะเกียงน้ำมันก๊าดดวงเล็กๆ มีหลอดแก้วกันลม ขายบุหรี่ทีละมวนแบบขายปลีก

          แต่เวลานี้ท่าน้ำหายไป แทนที่ด้วยสะพานคอนกรีตอย่างดี ที่ราวสะพานเขียนว่า สะพานเทศบาล 3 พ.ศ. 2551   ตอนวิ่งกลับโรงแรมผมพบอาอวยพร คุยกันเรื่องชื่อถนนภูวนาถดำเนินน่าจะหมายความว่าพระเจ้าแผ่นดินเคยผ่านถนนเส้นนี้ ท่านบอกว่า ร. ๕ เสด็จทางเรือมาขึ้นบกที่ปากน้ำ เสด็จพระราชดำเนินมาทางถนนปากน้ำสายเก่า ไปลงเรือที่ปากจั่น จ. ระนอง ถนนเส้นนี้ทั้งสายจากปากน้ำชุมพรถึงปากจั่นจึงได้ชื่อว่าถนนปรมินทร์มรรคา

          กลับมาวิ่งกันต่อ ผมวิ่งไปชมและถ่ายรูปทิวทัศน์แม่น้ำชุมพรที่สะพานเทศบาล ๓  และพบว่าเทศบาลได้สร้างถนนคนเดินเลียบริมแม่น้ำเป็นระยะทางยาวมาก   ผมตัดสินใจวิ่งไปทางขวามือ ซึ่งมีสนามออกกำลังกาย มีคนมาออกกำลังด้วยเครื่องออกกำลังกลางแจ้งไม่ใช้ไฟฟ้า ๓ - ๔ คน

          ถนนเลียบแม่น้ำกลายเป็นถนนส่วนตัว ให้ผมวิ่งและถ่ายรูปอย่างเบิกบานใจ เพราะวิวของอีกฟากหนึ่งของแม่น้ำเป็นป่า ผมชอบวิวป่า   รวมทั้งอากาศก็สดชื่นเย็นสบาย

          วิ่งไป ๓ - ๔ ร้อยเมตรก็สุดทาง ผมวิ่งกลับ และเมื่อผ่านทางแยกเข้าหมู่บ้านคนผมก็วิ่งเข้าไป ด้วยอยากรู้ว่าสภาพเป็นอย่างไร เพราะบริเวณนี้เป็นที่ๆ ยายของผมเคยเช่าห้องแถวอยู่เมื่อ ๗๐ ปีมาแล้ว และเดาว่าแม่ของผมก็เคยอยู่บริเวณนี้ ซึ่งเวลานี้บ้านคนเปลี่ยนไปหมดแล้ว   ระหว่างวิ่งได้ยินเสียงคนพูดภาษาปักษ์ใต้ว่า พ่อหลวงมาหรือยัง ทำให้ระลึกได้ว่าคนแถวบ้านผมเรียกพระว่าพ่อหลวง ไม่ใช่หลวงพ่อ  และใช้คำว่าพ่อหลวงแทนคำว่าพระทีเดียว   ถนนซอยนี้ชื่อซอยราษฎร์วิถีใน

          เช้ามืดวันที่ ๒๔ ผมออกวิ่งไปทางเดิม ไปวิ่งที่ทางเดินเลียบแม่น้ำ แต่วันนี้วิ่งไปทางซ้ายมือหรือมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออก วิ่งไปสัก ๒ - ๓ ร้อยเมตรก็มีถนนสู่สะพานวัดสุบรรณนิมิตร์ตัด   สมัยผมเด็กๆ เป็นสะพานแขวนให้คนเดินข้ามแม่น้ำไปยังวัดสุบรรณนิมิตร์ เรียกว่าสะพานวัดสุบรรณฯ   เมื่อไรก็ตามผู้ใหญ่ชวนผมไปวัดสุบรรณฯ เช่นตอนมีงานวัด ผมจะหวาดกลัวมาก เพราะสะพานมันสูง ผมเป็นโรคกลัวความสูง   นอกจากนั้นสะพานมันยังเด้งขึ้นเด้งลงเวลาคนเดิน รวมทั้งแกว่งด้วย   ผมไปที่ไรต้องใช้วิธีคลานด้วยความกลัว เป็นที่ขบขันของเพื่อนๆ และผู้คนที่พบเห็น  และจะถูกบางคนแกล้งทำให้สะพานยิ่งแกว่ง

          หลังจากสำรวจสถานที่ทบทวนความจำทึ่ทำให้ผมตระหนักในความคลาดเคลื่อนของความจำ และถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึก ผมวิ่งต่อไปจนสุดทาง และออกไปสำรวจสถานที่ตรงสุดทาง พบว่าเป็นศูนย์ราชการของกระทรวงการคลัง

          ผมวิ่งกลับไปเข้าซอยราษฎร์วิถีกลาง เพราะน้องๆ บอกว่ายายของพวกเราเคยเช่าบ้านอยู่ที่ตรอกหมาเน่าจนสิ้นชีวิตเมื่ออายุ ๗๑ ปี และน้องชายคนที่ ๕ อายุประมาณ ๒ ขวบ คือเมื่อ ๕๕ ปีมาแล้ว   ตรอกหมาเน่าได้ชื่อนี้เพราะเหม็นจากการเลี้ยงเป็ดและหมูใต้ถุนบ้าน   แม่บอกว่าบ้านเช่าของยายอยู่ใกล้ๆ ศาลเจ้า ผมวิ่งเข้าซอยไปหน่อยเดียวก็พบศาลเจ้าแม่เนี้ยเก็งอยู่ทางขวามือ น้องชายบอกภายหลังว่า ตรอกหมาเน่าอยู่เยื้องๆ กับศาลเจ้า แต่ผมไม่ได้สังเกต   และเดี๋ยวนี้กลิ่นเหล่านั้นหมดไปนานแล้ว   ซอยราษฎร์วิถีกลางนี้กว้างขวางและสะอาดกว่าซอยราษฎร์วิถีในที่ผมวิ่งเมื่อวาน   ถนนกว้างประมาณ ๘ - ๑๐ เมตร ลาดซีเมนต์อย่างดี วิ่งไปจนมีซอยออกถนนใหญ่ทางขวามือติดกับธนาคาร

          น้องชายบอกว่าหากผมวิ่งตรงไปเรื่อยๆ ก็จะไปชนแม่น้ำหลัง รพ. วิรัชศิลป์

          เช้าวันนี้ผมได้วิ่งประมาณครึ่งชั่วโมง ได้ทั้งออกกำลังกาย ชื่นชมธรรมชาติ และเรียนรู้เชิงประวัติศาสตร์ของตัวเมืองชุมพรและความเป็นอยู่ในอดีตของบรรพบุรุษของตนเอง

          น้องชายบอกว่าตอนก่อสร้างทางเดินออกกำลังกายเลียบแม่น้ำมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์เชิงไม่เห็นด้วย ว่าทำให้ทัศนียภาพธรรมชาติริมแม่น้ำเสียไป ซึ่งก็เป็นความจริง แต่เมื่อสร้างแล้วก็เท่ากับเป็นการเปิดพื้นที่สาธารณะริมแม่น้ำ ให้แก่คนทั่วไป โดยที่เดิมพื้นที่ริมแม่น้ำเป็นของเอกชนที่มีที่ดินติดริมแม่น้ำ

          เทศบาลเขาออกแบบก่อสร้างให้มีกระถางปลูกต้นไม้จำนวนมาก ซึ่งเวลานี้วางเกะกะอยู่บนทางเดินนั้นเอง ไม่มีการปลูกต้นไม้ใดๆ เลย ผมเข้าใจว่าเทศบาลชุมพรยังไม่เก่งในด้านการจัดการปลูกต้นไม้สร้างภูมิทัศน์ที่น่าอยู่เจริญตาเจริญใจอย่างที่ กทม. มีสุดยอดทักษะด้านนี้

 

วิจารณ์ พานิช
๒๔ ต.ค. ๕๓

ปลายถนนภูวนารถดำเนินต่อกับสะพานเทศบาล ๓

 

ลู่วิ่งส่วนตัวริมแม่น้ำชุมพรที่ผมวิ่งเช้ามืดวันที่ ๒๓ และ ๒๔ ต.ค. ๕๓

 

ตรอกราษฎร์วิถีในส่วนที่ต่อกับทางวิ่งริมแม่น้ำ

 

สะพานวัดสุบรรณนิมิตร์ที่เดี๋ยวนี้มีชื่อทางการว่าสะพานวรราษฎร์สามัคคีวิวัฒ

 

พระจันทร์ยามรุ่งอรุณเหนือแม่น้ำชุมพร

 

ตะขบที่นี่ดอกใหญ่งามมาก

 

บ้านหลังสูงนั้นเลี้ยงนกนางแอ่น

 

ศาลเจ้าแม่เนี้ยเก็งในซอยราษฎร์วิถีกลาง

 

ซอยราษฎร์วิถีกลางอันกว้างขวาง