.
.
ศัพท์ภาษาอังกฤษที่น่าสนใจจากตอนนี้ได้แก่
  • non-smoker = คนที่ไม่สูบบุหรี่ (non- = ไม่)
  • ex-smoker = คนที่เคยสูบบุหรี่ ตอนนี้ไม่สูบ (ex- = อดีต ออกไปแล้ว)
  • second-hand smoker = คนที่ได้รับควันบุหรี่มือสอง (ไม่สูบบุหรี่ คนอื่นสูบ)
  • second-hand = มือสอง (ของที่คนอื่นใช้แล้ว ไม่ใช่ของใหม่)
.
การศึกษาก่อนหน้านี้พบว่า การสูบบุหรี่เพิ่มเสี่ยงหูตึง, การศึกษาใหม่ (ตีพิมพ์ใน J Tobacco Control) ทำการศึกษาในกลุ่มตัวอย่างผู้ใหญ่สหรัฐฯ 3,307 คน
.
ผลการศึกษาพบว่า ควันบุหรี่มือสอง หรือควันบุหรี่ที่คนอื่นสูบ ทำให้คนที่ไม่ได้สูบเสี่ยงหูตึงเพิ่มขึ้นได้เช่นกัน
.
.
กลไกที่เป็นไปได้ คือ สารพิษในบุหรี่ทำให้ผนังหลอดเลือดขนาดเล็กในหูอักเสบ ทำให้การไหลเวียนเลือดแย่ลง
.
ปรากฏการณ์นี้คล้ายๆ กับถนนที่มีแผงลอยลุกล้ำเข้าไป ทำให้รถเคลื่อนผ่านได้ช้าลง หรือแม่น้ำลำคลองที่ถูกบุกรุกที่ริมน้ำ ทำให้น้ำไหลผ่านได้ช้าลง
.
.
เมื่อเลือดไหลเวียนได้น้อยลง จะทำให้เกิดภาวะขาดออกซิเจน และมีการสะสมของเสีย-สารพิษเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และเพิ่มเสี่ยงหูเสื่อม หูตึง หูดับตามลำดับ
.
ปัจจัยอื่นๆ ที่ทำให้หูคนเราเสื่อม คือ อายุที่มากขึ้น การได้รับเสียงดัง-หรือเสียงที่ไม่ดังมากแต่ได้รับเสียงนั้นนานมากพอ
.
.
ทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยไมอามี และฟลอริดา อินเตอร์เนชั่นแนล (คำ 'international' ออกเสียง "อิน - เทอ - แน็ช - ch - นั่ล") วัดหาระดับสาร "โคทินีน (cotinine = ของเสียที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของนิโคตินในร่างกาย)" ในเลือด
.
ผลการศึกษาพบว่า คนที่หายใจเอาควันบุหรี่มือสอง หรือควันบุหรี่ที่คนอื่นสูบเข้าไป, มีโอกาสหูเสื่อม-หูตึง หรือสูญเสียการได้ยิน เพิ่มขึ้น 1/3
.
.
วิธีป้องกันหูเสื่อม-หูตึง-หูดับที่สำคัญได้แก่ [ medicinenet ]; [ webMD ]; [ AAFP ]; [ cochrane ] ; []
.
(1). ไม่สูบบุหรี่ และไม่หายใจเอาควันบุหรี่ที่คนอื่นสูบเข้าไป
.
(2). หลีกเลี่ยงเสียงดัง ซึ่งอันตรายจะขึ้นกับ 3 ปัจจัยได้แก่ 'How loud, how long, how close' = "ยิ่งดัง-ยิ่งนาน-ยิ่งใกล้" ยิ่งอันตราย, วิธีหลีกเลี่ยง คือ อยู่ให้ไกลและอยู่ในที่เสียงดังไม่นาน
.
ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้... การใช้เครื่องป้องกัน เช่น จุกอุดหู (ear plugs), หูฟังครอบหูที่ครอบได้แน่นสนิท ฯลฯ ช่วยได้ในระดับหนึ่ง
.
ถ้าไม่มีเครื่องป้องกัน, อาจใช้สำลีชุดน้ำหรือกระดาษทิชชูชุบน้ำ บีบให้น้ำซึมออก (แห้งหมาดๆ) แล้วอุดหูให้แน่นลดเสียงได้เล็กน้อย (แต่ก็ดีกว่าไม่ลดเสียงเสียเลย)
.
การศึกษาที่ผ่านมาพบว่า คนงานที่ทำงานท่ามกลางเสียงดังเพิ่มเสี่ยงหูตึง 4 เท่า, ทหารเกณฑ์เพิ่มเสี่ยงหูตึง 3 เท่า (น่าจะเป็นผลจากเสียงปืน หรือเสียงจากการฝึก)
.
(3). ไม่เปิดเสียง TV, วิทยุ, เครื่องเล่น MP3 ดังเกิน... วิธีทดสอบ คือ ให้คนอื่นพูดคุยด้วยตามปกติ ถ้าต้องพูดดังขึ้นแสดงว่า เสียงดังเกินไป
.
(4). ล้างมือด้วยสบู่ หรือถูมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ก่อนกินอาหาร-ดื่มน้ำ, หลังใช้ห้องน้ำ-ห้องส้วม-ใช้ของร่วมกับคนอื่น เพื่อป้องกันหวัด-ไข้หวัด-ไข้หวัดใหญ่
.
หวัด-ไข้หวัด-ไข้หวัดใหญ่ เพิ่มเสี่ยงหูชั้นกลางอักเสบ ซึ่งอาจทำให้หูเสื่อม แก้วหูทะลุได้
.
(5). ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ (ถ้าทำได้) เพื่อลดโอกาสเกิดหูชั้นกลางอักเสบ
.
(6). ไม่ใช้ไม้พันสำลี (cotton buds) ปั่นหู เพื่อลดโอกาสเกิดขี้หูอุดตัน และลดเสี่ยงแก้วหูทะลุ
.
(7). หลีกเลี่ยงการสั่งน้ำมูกแรง เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อโรคด้านหลังโพรงจมูก กระจายไปยังหูชั้นกลาง
.
เมื่อเป็นหวัดหรือภูมิแพ้ ควรใช้ยาแก้แพ้หรือยาลดน้ำมูก ดื่มน้ำให้มาก และถ้าจำเป็น... ให้สั่งน้ำมูกทีละรูจมูก และสั่งน้ำมูกเบาๆ, ถ้าสั่งน้ำมูก 2 รูจมูกพร้อมกันจะทำให้ความดันในช่องจมูกเพิ่มขึ้นมาก
.
ถ้าใช้ยาแก้แพ้หรือยาลดน้ำมูกแล้วอาการไม่ทุเลาลง... อาจปรึกษาหมอใกล้บ้าน (กรณีเป็นภูมิแพ้ คัดจมูกบ่อย) เพื่อพิจารณาใช้ยาพ่นจมูก
.
(8). ก่อนขึ้นเครื่องบิน อาจใช้ยาลดน้ำมูกช่วยป้องกันจมูกบวม (ถ้ามีภูมิแพ้หรือเป็นหวัด)
.
เวลาอยู่บนเครื่องบิน... การอยู่ในท่านั่งจะทำให้ท่อระบายความดันหูชั้นกลางเปิดได้ดีกว่าท่านอน
.
(9). เมาไม่ขับ-ง่วงไม่ขับ, สวมหมวกกันน็อคเมื่อนั่งมอเตอร์ไซค์หรือจักรยาน, คาดเข็มขัดนิรภัยเมื่อนั่งรถยนต์ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุส่วนหัว-ใบหน้า ซึ่งอาจมีอันตรายต่อหูได้
.
.
ระดับเสียงที่ทำให้หูเสื่อม-หูตึง-หูดับชัดเจน เทียบกับหน่วยความดังเสียงเป็นเดซิเบล (decibel / dB) ได้แก่ [ medicinenet ] ; [ AAFP ]
.
(1). 110 dB x 1 นาที > เสียงยิงปืน 140-170 dB (ประทัดดังเกือบเท่าเสียงยิงปืน); คอนเสิร์ทร็อค= 110-120 dB; เสียงดังจากเครื่องเสียงในรถ หรือเสียงดังจนรู้สึกผิวหนังหรือลำตัวสั่น = 120 dB; เลื่อยยนต์ = 110 dB; เครื่องยนต์ในฟาร์ม = 90-110 dB
.
(2). 100 dB x 15 นาที
.
(3). 90 dB ค่อนข้างนาน > เครื่องตัดหญ้า-มอเตอร์ไซค์ 90 dB; เสียงกลางถนนที่มีรถคับคั่ง 80 dB; เสียงพูดคุยปกติ 60 dB (คนที่หูตึง-หูเสื่อมมักจะพูดดังขึ้น, คนหลายๆ คนติดนิสัยพูดดังจะมีระดับเสียงสูงกว่านี้); เสียงหึ่งๆ จากตู้เย็น 40 dB
.
.
ถึงตรงนี้... ขอให้ท่านผู้อ่านมีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ
.
.

ที่ มา                               

  • Thank [ BBC ] '
  • นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ รพ.ห้างฉัตร ลำปาง. 17 พฤศจิกายน 2553.
  • ข้อมูล ทั้งหมดเป็นไปเพื่อ การส่งเสริมสุขภาพ ไม่ใช่วินิจฉัยหรือรักษาโรค ท่านที่มีโรคประจำตัวหรือความเสี่ยงต่อโรคสูงจำเป็นต้องปรึกษาหมอที่ดูแล ท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้.