โดย รศ.ดร.พันธุ์ทิพย์ กาญจนะจิตรา สายสุนทร เมื่อวันที่ ๑๕ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๕๓

        เพื่อที่จะรับรองสัมพันธภาพระหว่างรัฐและเอกชน กฎหมายของรัฐสมัยใหม่ให้ความสำคัญในการทำ “ทะเบียนคนเกิดและทะเบียนคนตาย” ทั้งนี้ เพื่อที่จะได้ทราบจำนวนของ “ทะเบียนคนอยู่” ของตนได้อย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับประเทศไทยก็เช่นกัน มาตรา ๒๖ แห่ง พ.ร.บ.การทะเบียนราษฎร พ.ศ.๒๕๓๔ บัญญัติว่า  “ให้นายทะเบียนอำเภอ นายทะเบียนท้องถิ่น แล้วแต่กรณีจัดทำทะเบียนคนเกิดทะเบียนคนตาย จากสูติบัตรและมรณบัตรตามแบบพิมพ์และวิธีการที่ผู้อำนวยการทะเบียนกลางกำหนด”

        นานารัฐสมัยใหม่ให้ความสำคัญกับ “สูติบัตร” ซึ่งออกโดยนายทะเบียนราษฎรมาก เพราะเป็นพยานหลักฐานที่มีน้ำหนักมากที่สุดระหว่างรัฐและบุคคลธรรมดา

        สำหรับประเทศไทยในยุคหลังๆ การให้ความสำคัญกับปัญหาการออกสูติบัตรนี้เป็นการผลักดันของ UNICEF และ Plan International แต่ก็ไม่หมายความว่า เมื่อกฎหมายไทย "กำหนดการปฏิบัติหน้าที่" ของนายทะเบียนราษฎรของรัฐในการทำสูติบัตร อย่างชัดเจนแล้ว ทะเบียนคนเกิดของรัฐไทยจะสมบูรณ์ ปัญหาก็ยังมี แต่ปัญหามักเกิดในชั้นการบังคับใช้กฎหมายมากกว่า

           วันนี้ ดีใจที่เห็นข่าวเผยแพร่ของ UNICEF และ SWIT ในเรื่องนี้

            แต่ก็อยากให้ใช้คำให้ถูกค่ะ ทะเบียนคนเกิดมิใช่ทะเบียนเกิด .. อย่าใช้คำผิด

-------------------------------------------------------------

เผยแพร่อีกด้วยใน

http://www.facebook.com/note.php?saved&&note_id=498629463833