ในพุทธศาสนา ได้กล่าวถึงการเรียนรู้ว่า
ท่านทั้งหลายจงมีธรรมเป็นที่พึ่งเถิด อย่ามีอย่างอื่นเป็นที่พึ่งเลย
ตถาคตเป็นเพียงผู้ชี้ทาง ส่วนความเพียรพยายามเพื่อเผาบาป
อกุศล ท่านทั้งหลายต้องทำเอง ทางมีอยู่ เราชี้แล้วบอกแล้ว
ท่านทั้งหลายต้องเดินเอง
ข้อความนี้บ่งบอกว่า การเปลี่ยนแปลงทางการเรียนรู้นั้น แม้ตัวของ
พระพุทธเจ้าเองก็ไม่สามารถที่จะเปลี่ยนแปลงใครให้มีพฤติกรรม
เป็นอย่างไรได้ ผู้เรียนรู้เท่านั้นที่จะต้องเปลี่ยนแปลงตนเองด้วย
ตนเอง นี่เป็นคีย์เวิร์ดของสายตะวันออก พุทธศาสนาได้กล่าวถึง
สัจจะนี้กว่าสองพันกว่าปีผ่านมาแล้ว
นักปราชญ์และกวีร่วมสมัย คาลิล ยิบราน ได้กล่าวถึงการเปลี่ยนแปลง
ที่เกี่ยวข้องกับการเรียนรู้ในประเด็นนี้เช่นกัน
ไม่มีมนุษย์ใดอาจเปิดเผยสิ่งใดแก่เธอได้ นอกจากสิ่งที่นอนซบเซาอยู่ก่อนแล้ว
ครูผู้อยู่ใต้ร่มเงาโบสถ์ในท่ามกลางสานุศิษย์ มิได้ให้ปัญญาของท่าน
แต่ได้ให้ความเชื่อมั่นและความรักแก่ศิษย์ ถ้าท่านเป็นนักปราชญ์อย่างแท้จริงแล้ว
ท่านจะไม่นำเธอก้าวล่วงสู่เคหาสน์แห่งปัญญาของท่าน แต่จะนำเธอไปสู่แทบ
ธรณีแห่งจิตของเธอเอง นักดาราศาสตร์อาจกล่าวให้เธอฟังถึงความเข้าใจต่อท้องฟ้า
แต่ไม่อาจหยิบยกความเข้าใจอันนั้นให้แก่เธอได้ นักดนตรีอาจร้องทำนองเพลงทั้งหลาย
อั้นมีอยู่ในห้วงเวหาให้เธอฟัง แต่เขาไม่อาจให้โสตอันสดับจับทำนอง หรือสำเนียง
อันร้องสะท้อนรับทำนองนั้นแก่เธอได้ ผู้ชำนาญทางคณิตศาสตร์อาจบอกถึง
มาตราการวัดและระบบการชั่งวัดทั้งหมด แก่เธอ แต่เขาก็ไม่อาจก้าวเลยจากนั้้น
เพราะว่าการเห็นของคนหนึ่ง ไม่อาจให้ปีกแก่บุคคลอื่นขอยืมได้
ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงของพระพุทธเจ้า และคาลิล ยิบราน มีประเด็นที่
คล้ายคลึงกันก็คือ การเปลี่ยนแปลงนั้นเกิดจากใจผู้เรียน ไม่ได้เกิดจากภายนอก
ซึ่งแตกต่างจากตะวันตก นักการศึกษาจะบอกว่า การศึกษาคือการเปลี่ยนแปลง
ซึ่งเป็นตามแนวพฤติกรรมศาสตร์ คือเปลี่ยนแปลงทางด้านความรู้ ทัศนคติ และ
ทักษะ ดังนั้นตะวันตกจึงถือการควบคุมโลก เปลี่ยนแปลงโลก ด้วยการยึดครอง
ด้วยอำนาจ และอำนาจครอบงำ ควบคุมทรัพยากรให้เป็นไปความพอใจส่วนตน
และคิดว่า การศึกษาจะทำให้คนเปลี่ยนแปลงไปตามอำนาจ การเปลี่ยนแปลง
เพียงพฤติกรรมที่แสดงออกภายนอก ที่วัดได้ แต่ไม่อาจเปลี่ยนแปลงถึงรากฐาน
คือการเปลี่ยนแปลงจิตสำนึก เปลี่่ยนแปลงจิตใต้สำนึก ซึ่งเป็นการเปลี่่ยนแปลง
ที่ถาวรด้วยการเลือกของตนเอง ตัวอย่างของบุคคลตะวันออกที่ได้ถูกตะวันตก
เปลี่ยนแปลง แต่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงจิตสำนึกได้ ได้แก่มหาตมะ คานธี ซึ่ง
ภายหลังได้กอบกู้ชาติจากพวกตะวันตกได้สำเร็จ ทั้งที่จบมหาวิทยาลัยและถูก
ฟูมฟักจากการศึกษาแบบตะวันตก การเปลี่ยนแปลงจิตสำนึกนั้นมาจากกิจกรรม
ที่ไม่มีระบบ ระเบียบ และคงไม่มีใครอาจหาญไปวัดประเมินผลจิตสำนึกได้
ดังนั้นช่วงนี้มีการพูดกันมากเรื่องการเปลี่ยนแปลงจิตสำนึกใหม่และการเปลี่ยน
แปลงภายในจิตใจอย่างลึกซึ้ง ซึ่งสาระหลัก ๆ ก็คือ การพยายามเรียนรู้ภายใน
ด้วยการเปลี่่ยนแปลงตนเอง เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงตนเองจากข้างในด้วย
ตนเอง ซึ่งผมก็เข้าใจได้ว่านี่คือการศึกษาตลอดชีวิตที่มีคุณค่าอย่างมหาศาล
ซึ่งมันระเบิดจากข้างใน
สวัสดีค่ะ
การเปลี่ยนแปลงจิตสำนึกใหม่ คือการเรียนรู้และเข้าใจตนเอง
เหมือนหลักของศาสนาพุทธไหมคะ เมื่อจิตนิ่งทำให้เกิดปัญญา
ขอบคุณข้อคิดดีๆค่ะ