อินเดียมีขุนเขาเป็นกำแพงกั้นการรุกรานจากภายนอก และมีทะเลล้อมรอบในแผ่นดินรูปสามเหลี่ยมเหมือนหัวใจมนุษย์

การแบ่งอนุทวีปอินเดียมีผลต่อการสร้างสรรค์อารยธรรม

     เมื่อเรามองแผ่นที่ของโลกในปัจจุบันนี้ก็มีหลายประเทศทั่วโลก  ถ้าโลกนี้มีใบหน้ามนุษย์แล้ว  ผู้เขียนอาจเปรียบเทียบได้ดังนี้

ดวงตาสองข้างนั้นคือภูมิปัญญาทางอารยธรรมอินเดียกับอารยธรรมจีน  ส่วนไทยแลนด์นั้นเปรียบเทียบได้กับจมูกเอาไว้หายใจเข้า ๆ  ออก ๆ ตามเกาะแก่งในทะเลต่าง ๆ คือหยดน้ำตาที่ได้รับอิทธิพลมาจากอารยธรรมอินเดียและอารยธรรมจีน

        อินเดียมีลักษณะที่สุดของที่สุดอยู่หลายประการ  เช่น มีเทือกเขาสูงจนขุนเขากลายเป็นหิมะน้ำแข็งละลายได้ตามเทือกเขาหิมาลัย  ในขณะพื้นที่ราบยังมีทะเลทรายที่ร้อนระอุ  แม้อินเดียเป็นอู่อารยธรรมที่เก่าแก่มานานนมถึงห้าพันปีได้ก็จริงแต่อินเดียก็พึ่งได้รับเอกราชเมื่อปี พ.ศ. 2490  โดยแผ่นดินอินเดียเองบางส่วนถูกแบ่งออกเป็นประเทศปากีสถาน  ภูฏาน  เนปาล  และบังคลาเทศ เป็นต้น

        อินเดียเป็นภาษาที่ชาวยุโรปเรียกเมื่อเดินทางเข้ามายังประเทศแถบตะวันออก  โดยเรียกตามกลุ่มคนที่สร้างอารยธรรมอยู่ในลุ่มแม่น้ำสินธุคือเรียกแม่น้ำอินดุส ( Indus ) ตามชนชาวกรีกที่เคยเข้ามาแถบนี้เมื่อครั้งโบราณโน้น

และได้แบ่งเขตแดนนี้เป็นที่ตกลงว่าใช้ชื่ออินเดียในคริสต์ศตวรรษที่ 19  ( 1947 )   อันเป็นดินแดนอันเป็นดินแดนทางภูมิศาสตร์เป็นอนุทวีป ( subcontinent ) คือเป็นดินแดนอยู่ทางตอนใต้ของทวีปเอเชีย เรียกอีกอย่างว่า เอเชียใต้

        อินเดียกลายมาเป็นชื่อประเทศ  แต่ชาวอินเดียเองมักเรียกถิ่นของเขาว่า...ภารตะ...ในปัจจุบันนี้อินเดียมีประชากรหนาแน่นมาก  ประมาณหนึ่งพันล้านคนเศษ ปกครองด้วยระบบประชาธิปไตย  เป็นมิตรกับทุกประเทศ ให้ความช่วยเหลือวิชาการ  ภูมิปัญญา  ปฏิเสธให้ความช่วยเหลือด้านวัตถุทหารและอาวุธต่าง ๆ

        อินเดียมีขุนเขาเป็นกำแพงกั้นการรุกรานจากภายนอก และมีทะเลล้อมรอบในแผ่นดินรูปสามเหลี่ยมเหมือนหัวใจมนุษย์จึงเหมาะสมในการสร้างสรรค์อารยธรรมที่โดดเด่นสืบมาจนถึงทุกวันนี้.