แนวทางการใช้ยาระงับปวดในคนไข้ที่ให้ความสำคัญกับการครองสติ
สนใจ
ควรสนใจพฤติกรรมการใช้ยาระงับปวดของคนไข้ ซึ่งดูได้จากปริมาณการใช้ยาที่มีอยู่เดิม จากแบบบันทึกปริมาณการใช้ยา หรือ พฤติกรรมการขอยาระงับปวดเมื่อมีอาการปวดเป็นครั้งคราว คนไข้บางคนยอมทนปวดและไม่บอกความจริงเรื่องนี้กับทั้งผู้ดูแลหลักหรือบุคลากรสุขภาพด้วยเหตุผลแตกต่างกันไป ความกลัวกังวลในผลอันไม่พึงประสงค์ของยาระงับปวด เป็นเหตุผลหนึ่งที่คนไข้ปฏิเสธหรือใช้ยาน้อยกว่าที่ควรจะเป็น ผู้ดูแลหลักและบุคลากรสุขภาพจึงต้องไวต่อพฤติกรรมลักษณะดังกล่าว อย่าละเลยมองข้ามเมื่อคนไข้ไม่พูดถึง
ความสนใจ ยังรวมถึงการให้ความสำคัญกับภูมิหลังของคนไข้ เช่น อายุ ลักษณะนิสัย ความเชื่อหรือการนับถือศาสนา การเข้าร่วมกิจกรรมตามความเชื่อหรือศาสนา และผลกระทบต่อความเจ็บป่วยต่อกิจกรรมเหล่านั้น เป็นต้น นอกจากนั้น ยังควรให้ความสนใจกับปัจจัยอื่นๆที่อาจมีผลต่อความสามารถในการรู้-คิดของคนไข้ เช่น ความผิดปกติในสมอง ภาวะเกลือแร่ผิดปกติ สภาพจิตใจและอารมณ์ อาการทางกายอื่นๆ และการใช้ยาที่มีผลต่อจิตประสาท เป็นต้น
เปิดใจ
ควรเปิดใจรับฟังความคิด ความรู้สึกของคนไข้ต่อความปวด การใช้ยาระงับปวด ผลข้างเคียงของยาระงับปวด และการครองสติของตนเอง ว่าคนไข้ให้ความหมายกับเรื่องเหล่านี้อย่างไร ให้ความสำคัญกับเรื่องใดมากที่สุด โดยไม่ด่วนตัดสินเสียก่อน จึงจะได้ข้อมูลที่สามารถนำมาปรับความช่วยเหลือคนไข้ได้อย่างเหมาะสม โดยไม่ขัดแย้งกับความเชื่อเดิมของแต่ละฝ่าย เพราะความเชื่อและวิธีคิดของคนไข้และครอบครัว อาจแตกต่างตรงกันข้ามกับชุดความคิดของบุคลากรสุขภาพอย่างสิ้นเชิง
เข้าใจ
ควรแสดงการยอมรับ เข้าใจและให้ความสำคัญกับความรู้สึกและความคิดของคนไข้ สำหรับคนไข้บางคน การ ใช้ยาระงับปวดอาจกระทบต่อคุณค่าของตนเองที่ถือปฏิบัติมาตลอดชีวิต ความทุกข์ทรมานทางใจที่เกิดจากการไม่สามารถปฏิบัติในสิ่งที่ตนเองเชื่อหรือสั่งสอนผู้อื่น มีผลกระทบต่อความปวดไม่น้อยไปกว่าพยาธิสภาพทางกาย นอกจากนั้น ยังมีคนไข้ส่วนหนึ่งที่ต้องการและสามารถใช้ความปวด ความทุกข์ทรมานที่เกิดขึ้นกับตนเอง พิจารณาความไม่เที่ยง ความทุกข์ การไม่มีตัวตน จนเกิดปัญญาเข้าถึงเป้าหมายสูงสุดของชีวิตได้อีกด้วย
อย่างไรก็ตาม ไม่ง่ายนักที่คนไข้ซึ่งไม่มีพื้นฐานการปฏิบัติ หรือไม่ได้ศึกษาคุ้นเคยกับความจริงแห่งธรรมชาติข้อนี้มาก่อน จะสามารถยอมรับความเจ็บไข้ของตนเองได้ โดยเฉพาะเมื่อต้องเผชิญกับความปวดอย่างรุนแรง
นอกจากการแสดงความเข้าใจคนไข้แล้ว ควรช่วยให้คนไข้เข้าใจตนเองมากขึ้น ให้ได้เปรียบเทียบข้อดีข้อเสียของการใช้หรือไม่ใช้ยาด้วยตนเอง รวมไปถึงการอธิบายให้คนไข้เข้าใจมุมมองทางการแพทย์การพยาบาลในเรื่องนี้ด้วย เช่นกัน ประเด็นที่ควรสื่อสารให้คนไข้รับทราบ คือ ความปวดเองก็มีผลต่อความสามารถในการรู้-คิด ผลกระทบจากยาระงับปวดไม่ได้เกิดกับคนไข้ทุกคน ส่วนใหญ่จะเกิดกับคนไข้ที่ใช้ยาฉีด คนไข้เพิ่งเริ่มใช้ยา การเพิ่มปริมาณยาต่อวัน หรือการใช้ยาเสริมเพิ่มจากปริมาณสม่ำเสมอประจำวัน สำหรับการใช้ยาในปริมาณคงที่ระยะเวลาหนึ่ง คนไข้อาจเกิดความเคยชินหรือทนทาน (tolerance) ทำให้มีผลต่อเรื่องนี้น้อยลงได้
ร่วมใจ
ควรใช้วิธีการดูแลรักษาความปวดหลายๆด้านร่วมกัน ทั้งการใช้ยาและไม่ใช้ยา ครอบคลุมทุกมิติทั้งร่างกาย จิตสังคมและปัญญา จึงเป็นเรื่องที่บุคลากรสุขภาพ คนไข้และผู้ดูแลหลัก จำเป็นต้องร่วมมือร่วมใจวางแผนการดูแลรักษาร่วมกัน โดยคำนึงถึงภูมิหลัง มุมมองของแต่ละคน
ใส่ใจ
ควรใส่ใจติดตามการเปลี่ยนแปลงต่างๆของคนไข้อย่างสม่ำเสมอและใกล้ชิด เพราะความปวด อาการทุกข์ทรมานต่างๆ รวมถึงความคิดความรู้สึกของคนไข้จะเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ทั้งจากการดำเนินโรค ผลการรักษา ผลข้างเคียงจากการรักษา และสาเหตุอื่นๆที่ไม่เกี่ยวข้องกับโรคก็ได้ ควรสำรองยาระงับปวดให้ไว้กับคนไข้และผู้ดูแลหลักเสมอ ถึงแม้คนไข้จะปฏิเสธการใช้ยาดังกล่าว และควรแนะนำให้คนไข้นำยานี้ติดตัวไปด้วยขณะต้องเดินทาง เพื่อจะได้มียาพร้อมใช้เมื่อคราวจำเป็น รวมทั้งหากคนไข้ยินยอมใช้ยาระงับปวด ก็ควรค่อยๆปรับปริมาณของยาที่ใช้ทีละน้อย และให้การดูแลรักษา เมื่อมีผลกระทบต่อความสามารถในการรู้-คิดของคนไข้จากการใช้ยา ด้วยการปรับเปลี่ยนประเภทของยา การลดปริมาณของยา หรือเปลี่ยนวิธีการใช้ยา เป็นต้น
อ่านรายละเอียดเอกสารฉบับเต็มและเอกสารอ้างอิง ที่นี่
ปวดหลังครับ ประชุมทั้งวันครับ
สวัสดีค่ะ
เรียนท่านอาจารย์
กรรมใดใครก่อ กรรมนั้นย่อมส่งผลในวาระสุดท้ายของเขา
ได้สิ่งดีๆจากอาจารย์มากๆเลยค่ะ
คนเหนือเมืองแป้
และมันไม่ใช่ "เรื่องบังเอิญ" ที่พวกเราได้มามีส่วนร่วมดูแลเขาเหล่านี้ ในวาระเช่นนี้เลย
in part.... เราเอง
ผนวกกับบริบทอื่นๆอีกมากมาย........