เรียบเรียงจากการประชุมถอดบทเรียนการดำเนินงาน “ธรรมนูญสุขภาพ” พื้นที่เทศบาลตำบลวัดโบสถ์ อ.วัดโบสถ์ จ.พิษณุโลก เมื่อวันที่ ๒๘ – ๒๙ ตุลาคม ๒๕๕๓ ณ ศูนย์ฝึกอบรมและพัฒนาสุขภาพภาคประชาชน ภาคเหนือ จังหวัดนครสวรรค์

 

 

 

 

ในห้องประชุมนั้น ผู้คนกว่าร้อยนั่งสงบนิ่ง มีเพียงเสียงดนตรีแผ่วเบา สายตาทั้งร้อยกว่าคู่จับจ้องมองภาพเคลื่อนไหวบนจอภาพด้านหน้าอย่างใส่ใจ

            ภาพบนจอค่อยเลื่อนไหลไปทีละภาพ ทีละภาพ...

            ภาพเก่าสีหม่นขมุกขมัว อายุอานามของภาพไม่น่าจะต่ำกว่าสี่ซ้าห้าสิบปี ถูกถูกนำมาเรียงร้อยเรื่องราวเป็น VTR เรียกความทรงจำในวันวานของผู้จ้องมองให้ย้อนกลับมา

            ผู้คนหลายร้อยในภาพ ช่วยกันคนละไม้ละมือสร้างสะพานข้ามแม่น้ำ จากค่อยตอกเสาทีละต้น วางพาดไม้ทีละแผ่น กระทั่งเป็นรูปร่าง เป็นสะพานให้ผู้คนสัญจรไปมา...

            ภาพบนจอค่อยเลื่อนไหลไป จากเรื่องราวการสร้างสะพาน ไปสู่การสัญจรไปมาของผู้คนยุคนั้น การทำมาหากินที่สะท้อนการพึ่งพาเอื้อเฟื้อและแบ่งปัน ภาพรอยยิ้มที่ออกมาจากหัวใจของแต่ละผู้คน ฯลฯ

            กระทั่งภาพสุดท้ายค่อยเลือนไปจากจอ เสียงปรบมือกลบเสียงเพลงที่ค่อยแผ่วเบาลงไป...

            กิจกรรมในห้องประชุมที่ผู้คนกว่าร้อยคนจากหลากกลุ่ม หลายวัย ต่างอาชีพ ที่มาพูดคุยกันใน “เวทีเรียนรู้ ๑๐๘ วิธีชีวีมีสุข” ณ ศูนย์สุขภาพชุมชนโรงพยาบาลวัดโบสถ์ จังหวัดพิษณุโลก เมื่อราวปลายเดือนกรกฏาคม ๒๕๕๓ ที่ผ่านมา

            “ภาพเก่าเล่าเรื่องคนวัดโบสถ์” ที่ปรากฏแก่สายตาผู้คนในห้องประชุม ถูกสร้างขึ้นโดยทีมงานขับเคลื่อนธรรมนุญสุขภาพวัดโบสถ์ เพื่อหลอมรวมใจผู้คนด้วยการนำเรื่องราวดีงามในอดีตมาย้อนรำลึกและชื่นชมร่วมกัน เป็นจุดเริ่มต้นในการขับเคลื่อนเพื่อร่วมกันสร้าง “ธรรมนุญสุขภาพคนวัดโบสถ์”       

            ในขณะที่ผู้คนยัง “อิน” กับบรรยากาศในวันวานอยู่นั้น วิทยากรป้อนคำถามใส่ในที่ประชุม“รู้สึกอย่างไรกับ VTR ที่ได้ฉายไปเมื่อสักครู่นั้น”

            ผู้คนในห้องประชุมจับเป็นกลุ่มย่อย พูดคุยความรู้สึกตามโจทย์ของวิทยากรกันอย่างออกรส ก่อนที่จะส่งตัวแทนออกมาบอกเล่าเรื่องราวที่พูดคุยกัน โดยทีมวิทยากรได้เขียนสรุปประเด็นที่ตัวแทนออกมาบอกกล่าวเป็น mindmap ลงบนกระดาษชาร์ทด้านหน้าห้องประชุม

            น้ำเสียงพูดจาของแต่ละคน ต่างก็สะท้อนภาพในอดีตว่า แม้ความสะดวกสบายจะมีไม่มากนักแต่ก็ดูเหมือนว่าผู้คนจะมีความสุขกันดีกว่าทุกวันนี้ วิถีชีวิตเป็นไปอย่างเรียบง่าย อยู่อย่างเอื้อเฟื้อเผิ้อแผ่แบ่งปันกัน มีการงานอะไรก็ช่วยเหลือกัน อยู่ร่วมกันอย่างถ้อยทีถ้อยอาศัย ผู้คนใส่ใจกิจสาธารณะ โรคภัยไม่มากมายเหมือนทุกวันนี้

            นอกจากการพูดคุยรำลึกถึงความหลังแล้ว ทีมวิทยากรยังได้ชักชวนให้แต่ละกลุ่มย่อยพูดคุยกันอีกว่า ที่ผ่านมาผู้เข้าร่วมพูดคุยแต่ละคนมีความสุขกับเรื่องอะไรบ้าง ทั้งในระดับส่วนตัว ครอบครัว เพื่อนบ้าน และชุมชน และหากจะช่วยกันทำให้คนวัดโบสถ์มีความสุขจะช่วยกันทำอะไรได้บ้าง

            ผู้เข้าร่วมประชุมทั้งร้อยกว่าคน แทบจะไม่มีใครรู้เลยว่า บรรดาข้อมูลต่าง ๆ การพูดคุยกันอย่างสนุกสนานในบรรยากาศแบบสบาย ๆ คราวนี้ จะกลายเป็นเนื้อหาตั้งต้นสำหรับการร่างธรรมนูญสุขภาพของคนวัดโบสถ์อย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว...

 

อ่านฉบับเต็มได้ที่นี่ ที่นี่ ครับ