ในช่วงของพิธีฮัจย์ ในเวลาสิบวันสุดท้ายของเดือนชุลฮิจญะฮ์ เขาเชิญชวนมุสลิมทั่วโลกถือศีลอดกัน โดยมีสุนัต (แบบอย่างของท่านศาสดามูฮัมมัด (ซ็อล)ได้ทำการถือศีลอดก่อนวันอะร่อฟะฮ์ 1 วันและวันอะร่อฟะฮ์เป็นวันที่ 2 ซึ่งมุสลิมควรจะปฏิบัติด้วยหวังความโปรดปราณของพระผู้เป็นเจ้าเอกองค์อัลลอฮ(ซ.บ)ได้โปรดปราณและลบล้างความผิดบาปให้กับบ่าวของพระองค์

              วันอาทิตย์ที่ 14 เดือนพฤษจิกายน 2553 เป็นวันที่ 8 เดือนชุลฮิจญะฮ์ และวันจันทร์ที่ 15 เดือนพฤศจิกายน 2553 เป็นวันที่ 9 เดือนชุลฮิจยะฮ์ วันอังคารที่ 10 เป็นวันอีดอัลอัฏฮา (วันรื่นเริงวันสนุกสนาน วันที่สองที่พระเจ้าประทานให้กับประชาชาติของพระองค์) มีหลักฐานจากอิหม่ามมุสลิมว่า ท่านศาสดามูฮัมมัด(ซ็อล)กล่าวไว้ว่า  การถือศีลอดในวันอะรอฟ่ะฮ์นั้น ข้าพเจ้าหวังว่า อัลลอฮ(ซ.บ) จะทรงลบล้างความผิดในปีที่ก่อนวันอะรอฟะฮ์และในปีหลังวันอะร่อฟะฮ์ 

            และท่านนบีมูฮัมมัด(ซ็อล)ยังได้กล่าวไว้อีกว่า ไม่มีวันใดที่อัลลอฮ(ซ.บ)จะปลดปล่อยบ่าวของพระองค์จากไฟนรกที่จะมากไปกว่าวันอะร่อฟะฮ์ รายงานโดยอิหม่ามมุสลิม

           ผู้รู้ ซอฮาบะฮ์ ได้ให้ทัศนะแตกต่างกัน พอสรุปได้ว่า บาปที่ได้รับการลบล้างเป็นทั้งบาปใหญ่และบาปเล็ก ความโปรดปราณของพระองค์อัลลอฮ(ซ.บ)กว้างขวาง บรรดาบาปของผู้ถือศีลอดในอะร่อฟะฮ์จะถูกลบล้างใน 2 ปี ดังนั้นพี่น้องที่เป็นมุสลิมทุกท่านครับจงถือศีลอดใน 2 วันนี้และขอความโปรดปราณจากพระผู้เป็นเจ้าให้มาก ขอความเมตตากรุณาจากพระองค์ลบล้างความผิดบาปและเราก็ต้องตั้งเจตนา(เหรีนต)ว่าเราจะไม่หันกลับไปกระทำความผิดบาปนั้นอีก อินชาอัลลอฮ.