ก้มมองเวลาบนข้อมมือบ่งบอกเวลาว่า 11.45 น.
เสาหินโอบีลิสค์ในโรม-2
โสภณ เปียสนิท
..........................................
ก้มมองเวลาบนข้อมือบ่งบอกเวลาว่า 11.45 น. มองภาพกว้างด้านหน้าอาคารเห็นนักท่องเที่ยวเดินกันพลุกพล่าน มัคคุเทศก์ของแต่ละกลุ่มถือธงสีต่าง ๆ โบกไปมาเพื่อเรียกลูกทัวร์ให้เข้ากลุ่ม ร้านขายของที่ระลึกชนิดที่มีล้อสำหรับเข็นสี่ห้าร้านตั้งเรียงรายล่อตาล่อใจนักซื้อได้ไม่น้อย เมื่อพร้อมกันแล้วเราเดินเรียงรายเลาะริมกำแพงทางเก่าจนถึงจุดจอดรถ
เราเดินทางสู่ร้านอาหารชื่อ “เชอริสซองยี ริสตัวเรนเต้” รับประทานอาหารเที่ยง การใช้พลังงานด้วยการเดินเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์จนเหนื่อยอ่อน มีผลให้เราทุกคนต่างรับประทานอย่างออกรสชาติ เพราะความโหยหิว รับประทานเสร็จเราเดินเยี่ยมชมบ้านเมืองต่ออีก แม้ว่าเหนื่อยอ่อนแต่จำเป็นต้องทีให้ดูเหมือนว่า “ความชราภาพกับฉันยังอยู่กันคนละมุม” โดยนัดหมายกันว่าบ่ายสองโมงเราจะต้องไปพบกันที่หน้าวิหารแพนธีออน ที่ผมและพี่บันลือได้เยี่ยมชมมาก่อนหน้านี้แล้วครั้งหนึ่ง
ระหว่างเดินทางผ่านตรอกซอกซอยอยู่นั้น มัคคุเทศก์ชี้เสาหินแกรนิตขนาดใหญ่ คำนวณคร่าว ๆ คงสูงกว่า 15 เมตรแน่ ตั้งอยู่ใจกลางเมือง พร้อมบอกว่า เสาหินชนิดนี้มีชื่อเรียกว่า เสาหินโอบีริสค์ ต้นนี้เป็นต้นที่ 3 มีทั้งหมด 13 ต้น ใครเดินทางเยี่ยมได้ทั้งหมดทุกต้นถือว่าการมาเที่ยวอิตาลีนั้นสมบูรณ์แล้ว
เสาหินเหล่านี้เป็นของอียิปต์โบราณ แกะสลักจากหินทราย และหินแกรนิตจากภูเขา โดยใช้วิธีเจาะหินให้เป็นช่องเล็ก ๆ ตามแนวเดียวกันจนยาวตามขนาดที่ต้องการแล้วใช้ลิ่มไม้ตอกใส่ อัดให้แน่น จากนั้นใช้น้ำราดรดไม้ลิ่มที่ตอกนั้น แล้วปล่อยทิ้งไว้ไม่นานนักเมื่อลิ่มไม้อิ่มน้ำจึงขยายตัวทำให้หินแตกเป็นแนวตรง หลังจากนั้นนำมาขัด ตัด แต่งตามขนาดที่ต้องการ
เสาหินโอบีลิสค์หน้ามหาวิหารเซ้นท์ปีเตอร์กลางกรุงวาติกัน หลักใจของชาวคริสตชนคาทอลิค
เสาหิน Obelisk ที่มีความหมายว่า เรียวแหลม ฐานกว้างใหญ่ อ่านเพิ่มเติมความรู้ได้ที่นี่ครับ