แลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการจัดการภาวะอีสุกอีใสตอนโต

ไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองจะต้องมาเจอสภาวะตัวลายตอนโตเพราะเจ้าอีสุกอีใส ช่วงนั้นหยุดพักงานยาวเลย (ประมาณ 2 สัปดาห์) เพื่อความปลอดภัยของเพื่อนร่วมงาน

ตอนแรกยังนึกว่าเป็นไข้หวัดใหญ่เพราะมีอาการครั่นเนื้อครั่นตัว ปวดแปลบตามตัว โดยเฉพาะบริเวณผิว และมีไข้นำมาเป็นอาทิตย์ แต่หลังจากนั้นก็เริ่มมีตุ่มขึ้นตามเนื้อตัวและลามขึ้นมาที่หน้ากับหัว จากจ้ำแดงๆ ก็กลายเป็นตุ่มแดง แล้วเปลี่ยนเป็นตุ่มน้ำใสๆ ก่อนจะกลายเป็นตุ่มหนอง โห รู้สึกแย่มาก เหมือนสิวสุกเต็มตัว (น่าเกลียดจริงๆ) เลยต้องเก็บเนื้อเก็บตัวเป็นพิเศษ ทำให้มีเวลาพักผ่อนร่างกายเต็มที่ นอนหมกอยู่ในผ้าห่มทั้งวัน เพื่อขับไข้ ตื่นขึ้นมาก็กินข้าว (ข้าวต้ม+กับข้าวจืดๆ อีก2-3 อย่าง) กินน้ำ และกินยาแก้ไข้ แก้อักเสบ แก้คัน แม้บางครั้งจะรู้สึกคัน แต่พยายามหักห้ามใจไม่เกา ช่วงนั้นไม่ได้อาบน้ำสระผม ทำได้แค่เอาผ้าชุบน้ำอุ่นเช็ดหน้าเช็ดตัวเบาๆ พอตุ่มหนองยุบก็ตกสะเก็ดเป็นแผ่นบางๆ ปล่อยให้มันหลุดลอกไปเอง ยกเว้นบางบริเวณที่เป็นตุ่มหนองเม็ดใหญ่ แผลค่อนข้างแห้งช้า แล้วก็เป็นรอยเว้าลงไปนิดหน่อย ก็เลยค่อนข้างกังวลเกี่ยวกับรอยแผลเป็น โดยเฉพาะบริเวณใบหน้า

พอตกสะเก็ดหมดแล้ว เพื่อนที่ทำงานมีน้ำใจช่วยหายาสมุนไพรมาให้แช่ เท่าที่จำได้ตัวยาหลักจะมีเปล้าหลวง ใบหนาด ใบมะขาม แล้วก็ส้มป่อย (ก็รู้สึกแปลกๆ ดี) เพราะเชื่อกันว่าจะช่วยขับพิษในร่างกาย   

ผลจากความอดทนทำให้ผ่านพ้นวิกฤตอีสุกอีใสมาได้ด้วยดี รอยแผลเป็นที่เคยปรากฏก็เริ่มจางหายไป ผิวพรรณกลับมาเหมือนเดิม แถมด้วยน้ำหนักลดไปหลายกิโล (นี่อาจจะเป็นข้อดีของการเจ็บป่วยก็ได้นะ)