Appreciative Inquiry

วันนี้มิได้ตั้งใจเขียนเรื่องหยิวอะไรนะครับ..พอดีมีคนถามผมว่าจะใช้ Appreciative Inquiry ไปปรับปรุงการเรียนการสอนเรื่องเพศศึกษาได้อย่างไร...

ขอเสนอแนะง่ายๆครับ...

ก. ศึกษาแล้วดึงเอาปรากฏการณ์ดีๆ จากคนที่ผ่านช่วงวัยรุ่นด้วยสถานภาพต่างๆกันดังนี้ครับ..

1. ผ่านมาอย่างราบรื่น จัดการเรื่องนี้ได้ ไม่มีอุบัติเหตุ

-  ตรงนี้เป็นงื่อนงำที่น่าสนใจ คุณควรเชิญเขามาคุยว่าเขามีวิธีดูแลตัวเองอย่างไร..พ่อแมู่ดูแลอย่างไร ครูดูแลอย่างไร อะไรเป็นจุดพลิกผันทำให้เขารักษาทิศทางชีวิตได้มั่นคง แน่นอน คุณจะได้ข้อมูลว่าด้วยสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมให้เด็กรักษาทิศทางชีวิตได้ 

2. ผ่านมาอย่างไม่ราบรื่น เช่นมีเพศสัมพันธ์ก่อนเวลาอันควร แต่เอาตัวรอดเรียนจบได้งานดี ประมาณว่าพลาดไปแล้ว ตั้งตัวได้ทัน

- ตรงนี้ถ้ามีโอกาส ถ้าทำได้ ลองเชิญมาถาม ให้เล่าว่าผ่านไปได้อย่างไร คุณจะไำด้องค์ความรู้ มาพัฒนาเงื่อนไข ช่วยเหลือเด็กที่พลาดไปแล้วได้..เช่นเด็กคนหนึ่งพลาดท้องตั้งแต่ม. 2 จะลาออก เพื่อแนะนำให้ไปหาคุณครูที่เข้าใจในเรื่องนี้ คุณครูก็ให้ความช่วยเหลือให้การประคับประคอง..จนเรียนจบตรีไปแล้ว...จุดพลิกผันของเรื่องนี้อาจเป็นแค่คำพูดที่ว่า "ลองไปหาคุณครูคนนี้สิ..ท่านเข้าใจ"

3. คนที่ผ่านมาแบบไม่ราบรื่น เอาตัวไม่รอด กลายเป็นภาระพ่อแม่ เรียนไม่จบในที่สุด พูดง่ายๆพลาดไปแล้ว กว่าจะตั้งตัวได้นาน

- จะได้ปัญหา จุดเปลี่ยนที่ทำให้เขากระเสือกกระสนดิ้นรนไม่ได้ไม่หลุด เพื่อจะได้ข้อเตือนใจพ่อแม่ ครู และเด็กเอง..ข้อมูลที่ได้อาจนำเอามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเพื่อนครู อาจได้แนวทางจากคนอื่นที่เขาเคยแก้ปัญหาประเภทเดียวกันได้มาก่อน

4.  เด็ก ที่ดูอยู่ในกลุ่มเสี่ยง..เช่นในกลุ่มมีเพื่อนท้อง (เจอมาครับม.2 ก็มีแล้ว) ปรากฏว่าเด็กในกลุ่มเสี่ยงคนอื่นๆ ไม่พลาดเหมือนเพื่อน...อะไรเป็นจุดเปลี่ยนของเขา...อาจได้ข้อมูลที่เอามาใช้เป็นแนวทาง..

และื่อื่นๆ

......

ข. ส่วนการสอน และเทคนิคการสอน...

อาจเริ่มจากคุณเอง ว่าคุณเองเข้าใจเรื่องนี้ได้ชัดเจน จนตระหนักได้ว่า เรื่องเพศเป็นเรื่องต้องมีการจัดการอย่างรู้เท่าทันนี่ เมื่อไหร่ จุดเปลี่ยนมันอยู่ตรงไหน...

เริ่มแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเพื่อนก่อน...ผมเคยจัด Workshop ปรากฏว่าได้อะไรที่น่าสนใจ.. เช่น

........

มีเด็กคนหนึ่ง เคยเรียนเก่ง..แล้วเรียนตก ครูหลายคนกลับบ่นกับเด็กคนนี้..เด็กก็เรียนตกเอาตกเอา..คุณครูที่เล่าเรื่องนี้ ท่านบอกว่า ท่านก็ว่าเด็กคนนี้...แต่มีวันหนึ่ง พอว่าเด็กผู้หญิงคนนี้ เธอก็มอง มองหน้าครู มองแบบไม่พูด...ด้วยสายตาที่กดดัน...จนกระทั่งครูเอะใจ..เลยถามอย่างเอาใจใส่.ว่า "หนู หนูเป็นอะไร หรือลูก..." แค่นั้นก็หลุดมาเลย เธอเคยเรียนเก่ง แล้วพลาดไปมีความสัมพันธ์กับแฟน แล้วแฟนทิ้ง เลยรู้สึกย่ำแย่..ความที่เรียนเก่งไกล้ 4 แล้วลดเหลือสอง..เลยสร้างความผิดหวังให้ทั้งพ่อแม่..ครู จนทุกคนลืมใส่ใจกับความรู้สึกกดดันจนแทบแหลกสลายของเด็ก...

เรื่องนี้หัวใจจึงอยู่ที่ "การฟัง และถามด้วยความเห็นใจ" -- สิ่งที่ตามมาคือการพูดความจริง..จากพื้นฐานของความจริงนำไปสู่การประคับประคองจนเด็กที่ล้ม ให้สามารถลุกขึ้นยืนอย่างสง่างามได้ต่อไปครับ..

.....

ครับ..เป็นข้อเสนอแนะของผม ครับ...ก็เบื้องต้น เจออะไรดีๆ ก็แนะนำได้นะครับ..เพื่อชาติครับ...