บังโฉด หรือ นายสุพร โต๊ะเส็น ในฐานะผู้ประสานงานเครือข่ายอ่าวท่าศาลา และบทบาทแกนนำกลุ่มหมู่ที่ ๖ บ้านสระบัว เป็นบุคคลที่อยู่เบื้องหลังการจัดการแทบทุกเรื่อง และเป็นที่ยอมรับของหลายๆฝ่ายในเรื่อง ความตั้งใจ ความรับผิดชอบ การเอาจริงเอาจังกับงานชุมชน

สุพร  โต๊ะเส็น  มือประสาน อ่าวท่าศาลา

หลักคิด การทำงาน  ต้องตั้งโจทย์ปัญหาให้ชัด

ต้องตั้งหลักและเกาะติดชุมชน

ตีพิมพ์ใน ศูนย์ข่าวพลเมือง ฅนคอน ฉบับที่ ๘

        ช่วง ๒ – ๓ ปีที่ผ่านมา  อ่าวท่าศาลา ในเรื่องการจัดการทรัพยากรชายฝั่ง ได้รับการกล่าวถึง ทั้งในด้านความเข้มแข็ง  ความร่วมมือของหน่วยงานต่างๆ  การใช้สิทธิชุมชน  และอีกหลายประการ วันนี้จึงเขียนถึงบุคคลที่อยู่เบื้องหลังที่สำคัญคนหนึ่ง ที่ทุ่มเท และเอาจริง

        บังโฉด หรือ นายสุพร โต๊ะเส็น  ในฐานะผู้ประสานงานเครือข่ายอ่าวท่าศาลา และบทบาทแกนนำกลุ่มหมู่ที่ ๖ บ้านสระบัว เป็นบุคคลที่อยู่เบื้องหลังการจัดการแทบทุกเรื่อง และเป็นที่ยอมรับของหลายๆฝ่ายในเรื่อง ความตั้งใจ ความรับผิดชอบ  การเอาจริงเอาจังกับงานชุมชน

        บังโฉด ค่อนข้างเกเรในวัยหนุ่ม เรียนต่อหลายครั้งแต่ไม่จบ จบเพียง ป. ๖ จึงออกทำอาชีพประมงตั้งแต่ช่วงที่เป็นวัยรุ่น จนมีเรือเป็นของตัวเอง  หลังจากนั้นไปเป็นทหารเรือ และกลับมาแต่งงาน  ปัจจุบันมีลูกสาว ๒ คน

        จากหนุ่มเลือดร้อน และได้ไปเป็นทหาร ทำให้ชีวิตบังโฉดค่อนข้างมีระเบียบวินัย  และตรงเวลา  ในกลุ่มหรือบุคคลในครอบครัวเอง ยังต้องยอมรับในเรื่องนี้  เริ่มบทบาทการทำงานกลุ่ม ตอนไปดูงานที่    จ.สตูล  พร้อมด้วย บังหยา บังหมาด และบังเลาะ  เมื่อกลับมาจากการศึกษาดูงาน ทั้งสามคนมอบหมายให้บังโฉดเป็นคนจดบันทึก หรือเป็นเลขาของกลุ่มมาตลอด  จุดนี้เอง ส่งผลให้บังโฉด จดจำเหตุการณ์  เงื่อนไข กติกา  ต่างๆในรอบหลายปีได้เป็นอย่างดี จนกลายเป็นหนังสือเล่มหนึ่งของชุมชนและเครือข่ายไป โดยปริยาย

        “การทำงานอะไรสักอย่าง ต้องค่อยๆคิด  ค่อยๆทำ ถ้าคิดไม่ออกทำไม่ได้ วางไว้ก่อน จากนั้นค่อยคิดใหม่ อย่าดันไปข้างหน้า การทำงานให้ละเอียด  ต้องมีเวลาคิดและตั้งใจกับมัน” บังโฉด กล่าวถึงหลักการทำงานที่ยึดถือ

  “นอกจากนี้ในการทำงาน ต้องตั้งโจทย์ปัญหาให้ชัด  ให้รู้ว่าปัญหา คืออะไร และจะต้องหาทางออกอย่างไร  ใครมาร่วมบ้าง” เป็นอีกประโยคหนึ่ง ในการทำงานที่ คม และ ชัด

        นอกจากทำงานในชุมชนแล้ว บังโฉดยังทำกรงนก ภรรยารับซื้อเนื้อปู ส่งผลให้ครอบครัวค่อนข้างไม่ลำบาก อีกทั้งภรรยาขยันขันแข็งและเป็นหลักในครอบครัวได้เป็นอย่างดี บังโฉดจึงทำงานชุมชนได้อย่าตั้งใจ

        “บังโฉด ใช้เวลาไปมากกับการทำงานชุมชน  บางครั้งก็รู้สึกว่ามากเกินไป แต่ก็ไม่มีปัญหากับครอบครัว เพราะเป็นคนที่รับผิดชอบ ตัวเองก็มาช่วยบ้าง ในช่วงที่ว่าง เพราะถ้าทำทั้งสองคน จะไม่มีใครเป็นหลักที่บ้าน”  ก๊ะผ๊ะ ภรรยาบังโฉดเล่าให้ฟัง เนื่องจากเดินผ่านมาพอดี

        เนื่องจากบังโฉด เป็นบุคคลต้นที่รู้เรื่องราวในเครือข่ายเป็นอย่างดี ทำให้ต้องเป็นตัวผ่านงานของหลายกลุ่ม หลายองค์กร มุมมองในเรื่องนี้ บังโฉดได้กล่าวไว้อย่างน่าสนใจ

        “เราทำงานร่วมกับหลายหน่วยงาน บางหน่วยงานมาแล้วก็ไป มาทำงานผ่านชุมชนเพื่อไปเขียนงบประมาณ  มาเอาผลงาน จุดนี้เราต้องจะร่วมงานกับใคร ตั้งหลักค่อนข้างชัด หากไม่ชัดเจนก็ไม่ร่วมงาน  เพราะบางครั้งเราก็คิดตามไม่ทัน  ยังไม่ทันตั้งหลัก เขาก็หายไปเลย  ดังนั้นหลายปีที่ผ่านมาเราไม่ได้วิ่งตามกระแสและตามประเด็นมากนัก”   บังโฉดเผยถึงการทำงานกับหลายๆองค์กร

        “ตลอดเวลาหลายปีที่ผ่านมา เราแทบไปอกข้างนอกเลย ไม่ค่อยได้ร่วมขบวนกับใครในจังหวัดมากเท่าไหร่ เพราะมองว่า เวลาจะหมดไปกับการจัดการ หมดกับการประชุม และกลัวว่าจะห่างเหินกับชุมชน  ชุมชนคิดตามไม่ทัน เราจึงตั้งหลักในหมู่บ้าน และทำงานร่วมกัน ๔ หมู่บ้านเท่านั้นเอง เพราะถ้าใหญ่มากกว่านี้ก็ทำไม่ไหว เกินกำลัง แต่ถ้าใครอยากให้ช่วยก็ไปร่วมไม่ปฏิเสธ” 

        การคุยกันพบว่า บังโฉดจะมีหลักการทำงานแทบทุกเรื่อง  มีมุมมอง มีแง่คิด  และระมัดระวังในการเดินไปข้างมาของกลุ่มองค์กรในชุมชนเป้นอย่างดี

        ปัจจุบันในหมู่ที่ ๖ เองเริ่มจากกลุ่มอนุรักษ์ กลุ่มออมทรัพย์ ร้านค้าชุมชน  สวัสดิการชุมชน กองทุนเครื่องมือประมง  กองทุนเต็นท์ โต๊ะ เก้าอี้ และอีกหลายๆกลุ่ม หลัดคิดหลักการทำงานของที่นี่ คือ หนึ่งปีหนึ่งกลุ่ม ต้องพัฒนาและขยายผลยกระดับออกไปให้ได้ นอกจากนี้ ยังร่วมมือกันอีก ๔ หมู่บ้าน ที่ริเริ่มขยับขึ้นมาตามพื้นที่ต้นแบบของบ้านสระบัว โดยมีบังโฉดช่วยประคับประคองในหลายๆกลุ่ม

        “เราค่อนข้างโชคดี ในการทำงานเชื่อมโยงหลายหมู่บ้านได้รับการยอมรับ แม้พื้นที่ติดชายทะเลมี ๘ หมู่บ้านขณะนี้ร่วมมือได้แค่ ๔ หมู่บ้าน แต่คิดว่าอีกไม่กี่ปีจะร่วมมือเป็นหนึ่งเดียวได้หมด เพราะ อบต.เองก็เข้าใจและหนุนเต็มที่  ไม่เหมือนหลายชุมชน ไปกันคนละทาง”

        “นอกจากนี้ปัญหาเรื่องเรือประมงพาณิชย์ เรือคราดหอยลาย  ที่ต่อสู้มาหลายสิบปี ประสบความสำเร็จ เพราะ อบต.มาเล่นด้วย จนเกิดการประสานงานได้ในวงกว้าง เกิดข้อบัญญัติท้องถิ่น  เพราะลำพังชุมชนอย่างเดียว แก้ปัญหาเหล่านี้ได้ไม่หมด

        เมื่อถูกถามว่าภาคภูมิใจ อะไรมากที่สุดในสิ่งที่ทำมา “ผมภาคภูมิใจที่หลายกลุ่มหลายหมู่บ้านร่วมมือกันได้ แต่ถ้าสำคัญ ผมว่าวันนี้กองทุนเครื่องมือประมง  เพราะเป็นต้นทุนทางอาชีพที่สำคัญ เมื่อมีอาชีพ  ทรัพยากรอุดมสมบูรณ์เรื่องอื่นๆจะตามมาเอง”

        “สิ่งที่บังอยากฝากไปยังหลายๆกลุ่มหลายๆเครือข่าย คือ ต้องตั้งหลักด้วยตัวเองให้มากที่สุด จากนั้นค่อยประสานการหนุนเสริมจากคนอื่นๆ  เพราะถ้าหวังพึ่งพิง    กลุ่มจะเดินหน้าไม่ค่อยได้ คิดอะไรไม่ค่อยออก  ความร่วมมือของคนในชุมชนจะไม่เกิด  พลังและศักยภาพของชุมชนก็จะไม่เห็นพลัง”

        ความแน่วแน่ และความตั้งใจของบังโฉด ของเป็นแรงบันดาลใจให้หลายๆ คน แม้คำตอบจะค่อนข้างยึดมั่นอยู่ในพื้นที่มากไปก็ตาม แต่ผลสะท้อนที่ผ่านมาของกลุ่มก็ชัดเจนว่าไม่ผิดทาง  และทิ้งท้ายบอกว่า ชุมชนใดประสงค์จะกลายกลุ่ม ทางพื้นที่บ้านสระบัวยินดีให้ความร่วมมือ ในฐานะคนในสังคมคนหนึ่ง ที่อยากให้ชุมชนยืนหยัดหยัด ด้วยตัวเอง  .....ข่าวฅนคอน พร้อมสนับสนุนและเป็นกำลังครับ