นี่คือหัวข้อของการประชุม side meeting ของการประชุม AAAH ที่บาหลี  โดยที่การประชุม AAAH ครั้งที่ ๕ จัดระหว่างวันที่ ๔ – ๖ ต.ค. ๕๓  และ side meeting นี้จัดเวลา ๑๗.๐๐ – ๒๐.๐๐ น. ของวันที่ ๓ ต.ค.  เขาเลื่อนการประชุมซึ่งเดิมกำหนดประชุมตอนบ่าย มาเป็นตอนเย็น เพื่อรอให้ผมไปถึงเสียก่อน   หัวข้อการประชุม side meeting นี้คือ HRH Education Network   เราอยากใช้การประชุมนี้เป็นจุดเริ่มต้นเครือข่ายปฏิรูปการศึกษาด้าน HRH 

          เขาจัดการประชุมแบบให้คนที่ได้รับเชิญเข้าร่วมประมาณ ๓๐ คนจากประเทศต่างๆ ในภูมิภาคขององค์การอนามัยโลกเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ และภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ได้เล่าความเคลื่อนไหวด้านการจัดการศึกษาด้าน HRH (Human Resources for Health) ในประเทศของตน หรือที่ตนรับรู้  เป็นรอบๆ แล้วให้คน ๒ คน ตั้งข้อสังเกต คือ ศาสตราจารย์ Lincoln Chen และผม

          ผมเสนอว่า ให้ใช้วิธีเล่าเรื่อง เน้นเล่าความสำเร็จเล็กๆ ที่น่าจะนำไปสู้นวัตกรรมด้านการศึกษาของ HRH  ซึ่งก็เท่ากับเป็นการใช้ KM เป็นเครื่องมือของการประชุม   ซึ่งแม้คนที่เข้าร่วมประชุมจะไม่คุ้นกับวิธีประชุมแบบนี้ แต่เมื่อมีตัวอย่างเรื่องเล่า ที่เล่าเรื่องจริง   และผมย้ำว่าเราต้องสนใจ ให้เกียรติให้การยกย่อง Action เพราะที่เรามาประชุมกันนี้ เป็นที่ประชุมของ Action Alliance   เขาก็เริ่มจับทิศได้ และมีการเล่าเรื่องการริเริ่มดำเนินการที่น่าสนใจหลายอย่าง  

          เรื่องเล่าที่ยังไม่รู้ว่าจะสำเร็จหรือไม่ คือเรื่องการตั้งโรงเรียนแพทย์ใหม่ของประเทศเนปาล  ที่จัดหลักสูตรและการจัดการหลายอย่าง (เช่นคัดเลือก นศพ. จากคนที่อยู่ในพื้นที่  รวมทั้งพนักงานในระบบสุขภาพในพื้นที่ที่สอบผ่านด้านความรู้) เพื่อให้เป็นโรงเรียนแพทย์ที่ผลิตแพทย์สำหรับไปทำงานในชนบท   และรัฐสภาก็ออกกฎหมายบังคับให้แพทย์ที่จบจาก รร. แพทย์ใหม่นี้ต้องทำงานรับใช้ประเทศในชนบทคนละ ๔ หรือ ๒ ปี แล้วแต่ว่าจะได้รับทุนสนับสนุนเต็มที่ หรือรับทุนเพียงบางส่วน  

          จับความจากเรื่องที่เล่ากันในวงประชุม ปัญหาสำคัญของวงการสาธารณสุขหรือวงการสุขภาพ คือเรื่องความเป็นธรรม (equity)   ซึ่งถูกคุกคามโดยระบบทุน   ที่ต้องการเข้ามาหากำไรจากการให้บริการ และจากการผลิต HRH   ประเทศที่มีโรงเรียนแพทย์เอกชนเพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจคือ อินเดีย อินโดนีเซีย บังคลาเทศ   บางประเทศเช่นอินโดนีเซีย รร. แพทย์เอกชนจับมือกับมหาวิทยาลัยในต่างประเทศ เช่นออสเตรเลีย ใช้ตราต่างประเทศสร้างความน่าเชื่อถือ ดึงดูด “ลูกค้า”   แพทย์ที่จบจาก รร. แพทย์เหล่านี้ หายใจเป็นเงิน เพื่อถอนทุนจากที่ลงทุนไปมากมายเป็นค่าเล่าเรียน

          ฟังแล้วยังรู้สึกว่าประเทศไทยเรายังโชคดีกว่ามาก  ที่รัฐบาลเอาใจใส่ลงทุนตั้ง รร. แพทย์เอง   ไม่ปล่อยให้ระบบทุนเข้าครอบครอง

          ผมตีความจากภาพรวมของการประชุมว่า เพื่อให้ระบบสุขภาพของประเทศมีความเป็นธรรม หรือความเท่าเทียม (equitable)   เราต้องส่งเสริมให้นวัตกรรมใหม่ๆ ในการผลิตและพัฒนา HRH งอกงามขยายตัว   คือต้องสร้างวงจรนวัตกรรมด้าน HRH ขึ้นในแต่ละประเทศ   ให้ระบบสุขภาพ (demand-side) ส่งเสริมให้เกิดการเปลี่ยนแปลงใน supply-side   ซึ่งการเปลี่ยนแปลงหรือนวัตกรรมด้าน supply-side ก็จะไปกระตุ้นการเปลี่ยนแปลงใน demand-side 

          โดยที่ในที่สุดแล้ว demand-side กับ supply-side ทำงานร่วมมือกัน ในการสร้างระบบสุขภาพที่พึงประสงค์   โดยมีความเอาใจใส่ร่วมมือกันสร้าง HRH ที่พึงประสงค์

          Competency ของ HRH ที่พึงประสงค์ คืออะไรบ้าง   ผมตีความจากการประชุมว่า ในภาพใหญ่มี ๒ ด้าน คือด้านความรู้และทักษะเชิงเทคนิคในวิชาชีพ   กับด้านความเป็นผู้นำต่อการเปลี่ยนแปลงสังคม/ชุมชน ในการสร้างระบบสุขภาวะที่พึงประสงค์ ในท่ามกลางความเป็นจริงในสังคม  

          ผมสรุปกับตัวเองว่า หัวใจหรือประเด็นหลักๆ ก็หนีไม่พันหลักการเดิม ที่ผมได้ยินพูดกันสมัย ๓๐ – ๔๐ ปีที่แล้ว   คือ (๑) ต้องหาคนที่มีแรงบันดาลใจที่จะทำงานรับใช้สังคม   ไม่ใช่คนที่ตั้งใจใช้ชีวิตในการกอบโกยเข้าตนเองแต่ถ่ายเดียว  เข้ามาเรียนเป็น HRH  (๒) ให้เขาได้เรียนทั้งด้านวิชาความรู้ด้านวิชาชีพ และเรียนเปลี่ยนแปลงตนเองไปสู่การเป็นผู้รับใช้สังคม   และ (๓) ระบบสุขภาพให้ค่าตอบแทนและชีวิตความเป็นอยู่แก่ HRH ในระบบสุขภาพเพื่อความเป็นธรรมดีพอสมควร ไม่แตกต่างจาก HRH ในระบบทุนมากเกินไปนัก

          นอกจาก ๓ ข้อข้างบน ซึ่งเป็นประเด็นคลาสสิค ที่พูดกันมานาน   ผมเติมอีกข้อหนึ่ง เป็น (๔) จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้การทำหน้าที่ HRH ในระบบสุขภาพเพื่อความเป็นธรรม  การจัดหลักสูตรและการเรียนรู้เพื่อสร้าง HRH ที่จะออกไปทำงานเป็นผู้ขับเคลื่อนระบบสุขภาพเพื่อความเป็นธรรม   นั่นคือ ผมมีแนวความคิดในการใช้ KM เป็นเครื่องมือขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงด้าน HRH และด้านระบบสุขภาวะที่มีความเป็นธรรม   โดย Action คือ เวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้และยกย่องผู้ลงมือทำ สร้างการเปลี่ยนแปลงที่พึงประสงค์   ในท่ามกลางบรรยากาศที่อาจจะไม่เอื้อนัก

          จากเวที ลปรร. ดังกล่าว  มีการสกัดเอาความรู้ มาจัดทำระบบเอื้ออำนวยต่อการดำเนินการสร้าง HRH แนวใหม่   คือในเวที ลปรร. เป็น micro approach   แล้วมีคณะทำงาน สกัดและสังเคราะห์ประเด็น เอามาสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบสนับสนุน เป็น macro approach

          เป็นการสร้างการเปลี่ยนแปลง ที่ใช้ทั้งยุทธศาสตร์สร้างการเปลี่ยนแปลงจากภายใน  และพลังหนุนจากภายนอก   การเปลี่ยนแปลงนี้คือการเปลี่ยนแปลงของ HRH Education   ที่นอกจากทำกันเป็นเรื่องภายในวงการสุขภาพแล้ว   ต้องใช้การขับเคลื่อนเชิงสังคม (social movement) เป็นพลังด้วย

          ทาง WHO บอกว่าเขาได้คิดเรื่องหลักสูตรที่พึงประสงค์ไว้แล้ว   เราสามารถหยิบมาปรับใช้ได้  

          Lincoln Chen ผู้เคยเป็นศาสตราจารย์ที่ Harvard School of Public Health บอกว่า   การจัดการเรียนรู้ที่พึงประสงค์อย่างหนึ่งคือ team-based learning ที่เป็น multi-professional team ของนักศึกษา   ซึ่งหลักการดี แต่จัดยาก   ประสบการณ์ความสำเร็จในการจัด หากนำมาแบ่งปันกันจะเป็นประโยชน์มาก

          อีกประเด็นหนึ่งจาก Lincoln Chen ที่ผมประทับใจ คือการขจัดการผูกขาด  อาจารย์ใน รร. แพทย์ต้องไม่ผูกขาดอำนาจในการกำหนดหลักสูตร   ต้องมีการศึกษำความเข้าใจระบบสุขภาพที่บัณฑิตจะออกไปทำงาน   และต้องให้คนในระบบสุขภาพเข้ามาร่วมกำหนดหลักสูตรด้วย

 

 

วิจารณ์ พานิช
๔ ต.ค. ๕๓
บาหลี