ในบางครั้งศรัทธาอันใหญ่ยิ่งของเรา ก็มิอาจทานทนกับมิจฉาทิฐิอันเกิดจากประสบการณ์ชีวิตที่ขาดการไตร่ตรอง

ขณะนี้คุณอายุเท่าไร ? 

                   นานมากขนาดนับนิ้วทั้ง 10 วนซ้ำกลับไปกลับมาหลายรอบใช่ไหม  แล้วเคยสงสัยหรือไม่ว่าอะไรบ้างที่หล่อหลอมให้คนๆหนึ่งๆ เจริญเติบโต และอยู่ทนมาได้(นาน)ขนาดนี้ อย่างที่เราทุกคนรู้พอๆกันว่า “ชีวิต” จะดำรงอยู่ได้ “เรา”  ต้องมีให้มากกว่าปัจจัย 4  เพราะเพียงแค่นั้น มิได้ทำให้ “เรา”  ก้าวพ้นความเป็นเดรัจฉาน “ชีวิตที่ดีงาม”   จึงต้องเป็น “ชีวิตที่มีคุณค่า”  เพราะด้วยคุณค่านี้เองที่จะทำให้สิ่งมีชีวิต ที่มีตา หู จมูก ปาก ฯ เหมือนกัน ให้แตกต่างกันแต่กระนั้น “คุณค่าชีวิต” ก็มิได้จะสร้างขึ้นมาได้ง่ายๆอย่างที่คิด หากแต่ชีวิตคนๆนั้น ต้องอุดม คือถึงพร้อมด้วย ความมุ่งมั่นและปัญญา ซึ่งเมื่อคลุกเคล้าให้ทั้ง 2 สิ่งเป็นส่วนผสมเนื้อเดียวกันเราก็ได้ สิ่งมหัศจรรย์ที่เรียกว่า   “ศรัทธา”

                   ถึงตอนนี้ คุณคงไม่ปฏิเสธว่า เราทุกคนล้วนเป็นผู้ที่มีศรัทธา  เพราะในชั่วชีวิตนี้คงไม่มีใครที่ไม่เคยมีความมุ่งมั่นที่จะทำอะไรให้สำเร็จเพราะอย่างน้อยเราก็จบการศึกษา และทำงานมาได้ระดับหนึ่ง และเช่นเดียวกันคงไม่มีใครที่จะบอกว่าตนเองเป็นผู้ไม่มีปัญญา เพราะไม่เช่นนั้นแล้วคงไม่สามารถเอาตัวรอดมาได้นานจนกระทั่งนับนิ้วได้หลายรอบเช่นนี้เป็นแน่  แต่อย่างไรก็ตาม แม้ว่าเราทุกคนจะมีศรัทธา   แต่รับรองได้ว่า “เรา” ทุกคนล้วนมีไม่เท่ากัน และในคนๆหนึ่งก็จะพบว่า ภาวะการณ์แห่งการมีศรัทธา เป็นดั่งกราฟผันแปร มีขึ้นๆลงๆตามห้วงกระแสของชีวิตได้เช่นกัน

               ครั้งหนึ่ง นานมาแล้ว !ผมเคยศรัทธาว่าเมื่อเข้าสู่วัยรุ่นจะดำเนินชีวิตให้ได้เยี่ยง คุณเสกสรร ประเสริฐกุล  นักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ผู้เป็นดั่งฮีโร่ในดวงใจ  กล้าหาญชาญชัย ยอมแลกแม้ชีวิตเพื่อดำรงไว้ซึ่งอุดมการณ์

              ปัจจุบัน ชีวิตของผมเลยวัยรุ่นมานานพอดู กลับเป็นได้เพียงแค่ข้าราชการวัยกลางคนที่ไม่สนใจความคิดของใคร เผด็จการ  และทอดทิ้งอุดมการณ์ให้ริบหรี่ ลางเลือน และเลื่อนลอย   ศรัทธาแห่งประชาธิปไตย  เมื่อครั้งนั้นหายไปไหนหนอ ?

               ครั้งหนึ่ง นานมาแล้วเช่นกัน ! ผมก็เคยศรัทธาว่าเมื่อเข้าสู่วัยกลางคนจะดำเนินชีวิตให้ได้เยี่ยง ท่านมหาตมะคานธี  นักขับเคลื่อนเพื่ออิสรภาพทางจิตวิญญาณ  ผู้เป็นดั่งต้นแบบ  เยือกเย็น  เสียสละ  และอ่อนโยน   ยอมแลกแม้ชีวิตเพื่อดำรงไว้ซึ่งอุดมการณ์

              ปัจจุบัน ชีวิตของผมก็เข้าสู่วัยกลางคนมาได้สักพักหนึ่ง  กลับเป็นได้เพียงแค่นักวิชาการ  ผู้ร้อนเร่า  เห็นแก่ตัว  และก้าวร้าว  ศรัทธาแห่งอิสรภาพแห่งจิตวิญญาณ  เมื่อครั้งนั้นหายไปไหนหนอ ?

                                 ฯลฯ

              ในบางครั้งศรัทธาอันใหญ่ยิ่งของเรา   ก็มิอาจทานทนกับมิจฉาทิฐิอันเกิดจากประสบการณ์ชีวิตที่ขาดการไตร่ตรอง  และอัตตาแห่งตนอันเกิดจากการขวนขวายความรู้ที่ขาดปัญญา  จนพ่ายแพ้ให้กับ โลภะ โทสะ  และโมหะ  เข้าครอบงำ  ทำให้ศรัทธาอันบริสุทธ์ต้องแปดเปื้อน มีมลทิน  ไม่ต่างอะไรไปจากเพียงภาพในจินตนาการบนม่านหมอก ขมุกขมัว ที่ดูฉาบฉวย  ฝันเฟื้อง และหลอกลวง 

                                 อนิจจา  !

 หลายๆท่าน   ก็คงไม่ต่างอะไรไปจากผม  ที่ กระแสแห่งศรัทธา  ยังคงมีวนเวียน  แต่เสื่อมถอย     เหลือเพียงแค่รอยเส้นขีดลางๆ ของปากกาที่หมึกจวนเจียนจะหมด  ขาดๆ หายๆ  เก็บไว้หลอกหลอนให้เจ้าของผู้เคยศรัทธาต้องอับอายตนเองร่ำไป