
พ.อ.รศ.ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ
[email protected]
ประจำกรมข่าวทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย
กรรมการกำหนดและจัดสรรคลื่นความถี่ใหม่
กรรมการกำหนดนโยบายการจัดให้มีบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและ บริการเพื่อสังคม
ภายใต้คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.)
แนว โน้มของการเปลี่ยนระบบโทรทัศน์ดิจิทัล
บริษัท Informa Media Group ได้ประมาณการณ์ไว้ว่าภายในปี พ.ศ. 2553 จะมีผู้ใช้โทรทัศน์ระบบดิจิทัลตามบ้านทั่วโลกจำนวน 393 ล้านราย โดยภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจะเป็นตลาดใหญ่ที่สุด
จากงานวิจัยของ e-Marketer พบว่าจำนวนชาวอเมริกันที่ใช้โทรทัศน์ระบบดิจิทัลตามบ้านจะสูงถึง 56.5 ล้านรายในปี พ.ศ. 2548 โดยเพิ่มจาก 38.9 ล้านรายในช่วงสิ้นปี พ.ศ. 2545 ซึ่งเท่ากับว่าจำนวนการใช้โทรทัศน์ระบบดิจิทัลตามบ้านจะขยายตัวมากขึ้นจาก ร้อยละ 35.9 ในปี พ.ศ. 2545 เป็นร้อยละ 50 ในปี พ.ศ. 2548 และเมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว ภายในปี 2548 จะมีผู้ใช้โทรทัศน์ระบบดิจิทัลในบ้านมากกว่าการใช้อินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ เนื่องจากจะมีชาวอเมริกันเพียงร้อยละ 30 เท่านั้นที่ใช้อินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ ในขณะที่ร้อยละ 50 จะใช้โทรทัศน์ระบบดิจิทัล หลังจากที่เกาหลีมีการเปิดตัวระบบโทรทัศน์ดิจิทัลภาคพื้น (DTT) เมื่อช่วงปลายปี พ.ศ. 2544 นั้น ก็มีปริมาณการใช้สัญญาณโทรทัศน์ระบบดิจิทัลสูงถึงร้อยละ 48 และคาดว่าจะพุ่งขึ้นเป็นร้อยละ 70 ในช่วงสิ้นปี พ.ศ. 2546 และครอบคลุมทั่วทั้งประเทศในปี พ.ศ. 2548
Informa Media Group ประมาณการณ์ว่าในปี พ.ศ. 2545 มีผู้ใช้ตามบ้านจำนวน 94.4 ล้านรายที่ใช้บริการ on-demand (รวมถึง Pay-Per-View) และ วิดีโอ on-demand โดยในปัจจุบันมีผู้ใช้บริการร้อยละ 50 อยู่ในทวีปอเมริกาเหนือ และร้อยละ 30 เป็นลูกค้าจากยุโรป และยังประมาณการณ์ว่า ในปี พ.ศ. 2550 จะมีผู้ใช้บริการประเภทรายการโทรทัศน์ on-demand ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกรวมทั้งสิ้น 93 ล้านราย ขณะที่ในอเมริกาเหนือจะมีประมาณ 98 ล้านราย
ภูมิภาคเอเชียมีความสำคัญต่อการขยายตัวของตลาดเครื่องแปลงสัญญาณดิจิทัล (set-top-box - STB) ในระยะยาว โดยคาดว่าจะมีผู้ใช้เคเบิล 90 ล้านรายในจีน และมากกว่า 40 ล้านรายในอินเดีย ซึ่งมีโอกาสในการขยายตัวอย่างดียิ่ง
จีนต้องการแสดงความเป็นยักษ์ใหญ่ในตลาดเคเบิล ซึ่งมีสมาชิกเข้าใช้บริการเคเบิลสูงถึง 90 ล้านราย แต่ความแพร่หลายของการให้บริการโทรทัศน์ระบบดิจิทัลแบบจ่ายค่าบริการกลับ เพิ่งเริ่มต้น ในขณะที่รายการโทรทัศน์จากต่างประเทศก็ได้รับความนิยมในจีนมากขึ้น ด้วยเหตุที่ความต้องการในการใช้บริการโทรทัศน์ระบบดิจิทัลมีมากขึ้นทุกขณะ ขณะที่การ ตอบรับกับโทรทัศน์ระบบดิจิทัลแบบจ่ายค่าบริการก็มีเพิ่มมากขึ้นทุกวัน ความต้องการเครื่องแปลงสัญญาณดิจิทัล (STB) ที่ใช้กับบริการโทรทัศน์ระบบดิจิทัลจึงสูงขึ้นตามไปด้วย หลายๆ ประเทศได้เสนอโอกาสการขยายตัว เช่น เกาหลี ซึ่งเป็นประเทศที่มีผู้ใช้บริการ อินเตอร์เน็ตบรอดแบนด์อย่างแพร่หลาย ได้เตรียมพร้อมดำเนินการด้านบริการโทรทัศน์ระบบดิจิทัล ในฐานะผู้ให้บริการโดยพยายามพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเพิ่มรายได้
อินเดียเป็นอีกประเทศหนึ่งที่มีศักยภาพทางด้านการให้บริการโทรทัศน์ระบบดิจิ ทัล โดยดูจากจำนวนผู้ใช้บริการระบบอนาล็อกมีอยู่จำนวนมากในปัจจุบัน ในขณะที่บริการเคเบิลดิจิทัลที่มีอยู่ในตลาดแห่งนี้มีผู้ใช้บริการจำนวน 40 ล้านราย โดยมี In Cable Net เป็นผู้นำตลาดในการให้บริการเคเบิลของอินเดีย
จากการวิจัยโดย Multimedia Research Group (เมษายน พ.ศ. 2546) พบว่าดิจิทัลวิดีโอ ที่ใช้ตามบ้านเป็นหนึ่งในกลุ่มผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ที่เติบโตเร็วที่สุด แม้ว่าจำนวนจะยังมีน้อยกว่าวิดีโอระบบอนาล็อกอยู่มากก็ตาม โดยมีอัตราการขยายตัวจากปี พ.ศ. 2546 ถึงปี พ.ศ. 2548 อยู่ที่ร้อยละ 67 โดยประมาณ
รัฐบาลของหลายๆ ประเทศต่างยอมรับถึงแนวโน้มของการใช้โทรทัศน์ดิจิทัล โดยในบางประเทศอย่างเช่น ออสเตรเลีย แคนาดา ไต้หวัน และอื่นๆ ได้มีการกำหนดระยะเวลาที่จะยุติการถ่ายทอดสัญญาณโทรทัศน์ระบบอนาล็อกแล้ว
Strategy Analytics พบว่าจำนวนผู้ใช้บริการโทรทัศน์และวิดีโอผ่านทางอินเทอร์เน็ต (IPTV) ทั่วโลก จะเพิ่มขึ้นจาก 110,000 ราย ในปี พ.ศ. 2545 เป็น 20.44 ล้านราย ในปี พ.ศ. 2551 โดยกลุ่มผู้ทำวิจัยเชื่อว่าภูมิภาคยุโรปและเอเชียแปซิฟิกจะเป็นผู้นำของตลาด รวม
ซูซาน เควอร์เคียน นักวิเคราะห์อาวุโส ฝ่ายอุปกรณ์และเทคโนโลยีสำหรับผู้บริโภคของไอดีซี กล่าวว่า "ตลาดดีวีดีจะมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่องไปจนถึงปี พ.ศ. 2549 เนื่องจากราคาจะลดต่ำลง มีรูปแบบให้เลือกหลากหลายขึ้น และเครื่องบันทึกดีวีดีจะเป็นอุปกรณ์ที่ผู้บริโภคสามารถบันทึกได้ด้วยตนเอง อย่างไรก็ตาม การขยายตัวของตลาดอาจเปลี่ยนแปลงจากที่คาดไว้ได้"
หากปี พ.ศ. 2546 เป็นปีของเครื่องเล่นดีวีดีราคาต่ำ ในปี พ.ศ. 2547 เราจะได้พบกับโฉมใหม่ของอุปกรณ์ดีวีดีอเนกประสงค์ ซึ่งมีความโดดเด่นอยู่ที่เครื่องบันทึกดีวีดี ที่สามารถบันทึก รายการโทรทัศน์ ภาพยนตร์ หรือแม้กระทั่งภาพถ่ายลงบนแผ่นดิสก์ แม้ว่าจะมีการขยายตัวที่สูงมากจากการจำหน่ายเครื่องบันทึกดีวีดี แต่ก็คาดว่าการจัดส่งเครื่องเล่นดีวีดีแบบเล่นได้อย่างเดียวจะยังเพิ่มขึ้น ร้อยละ 12 เป็น 48.5 ล้านเครื่อง หรือคิดเป็นมูลค่า 3,800 ล้านเหรียญสหรัฐ
สำหรับพื้นที่ที่เป็นตลาดเครื่องแปลงสัญญาณดิจิทัล (STB) ซึ่งขณะนี้ยังเป็นตลาดค่อนข้างเล็ก อย่างเช่น จีนและอินเดีย มีศักยภาพในการผลักดันตลาด STB ให้เพิ่มสูงขึ้นได้ในช่วง 5 ปีข้างหน้า โดยมีการเริ่มใช้อุปกรณ์ดิจิทัลมากขึ้นเป็นแรงผลักดันการพัฒนาเครื่องแปลง สัญญาณดิจิทัล (STB) ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและญี่ปุ่นเปลี่ยนแปลงไปอย่างมากในแต่ละประเทศ โดยรวมแล้ว ไอดีซีเห็นว่าภูมิภาคนี้ยังคงมีความสำคัญต่อการเพิ่มจำนวนการจัดส่งเครื่อง แปลงสัญญาณดิจิทัลในระยะยาว เนื่องมาจากตลาดหลักอย่างจีนและอินเดีย
แนวคิดสำคัญของดิจิทัลโฮม คือ จำเป็นต้องมีเครือข่ายที่สามารถต่ออุปกรณ์หรือคอมพิวเตอร์เพื่อให้สามารถใช้ งานได้ จากการวิจัยของ Forward Concepts การจัดส่งอุปกรณ์เครือข่ายไร้สาย (WLAN) ทั่วโลก เพิ่มสูงขึ้นร้อยละ 53 ในปี พ.ศ. 2546 ซึ่งมากกว่าปี พ.ศ. 2545 ถึง 3.9 ล้านเหรียญสหรัฐ อุปกรณ์เครือข่ายไร้สายจะมีอัตราการขยายตัวสูงขึ้นเรื่อยๆ คิดเป็นร้อยละ 21 หรือ 8,500 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปี พ.ศ. 2550 แม้ว่าราคาเฉลี่ยของอุปกรณ์จะลดลงอย่างต่อเนื่องจนถึงร้อยละ 18 ต่อปีก็ตาม 
แนวโน้มการเปลี่ยนคลื่นความถี่โทรทัศน์แบบอนาล็อกเพื่อนำมา ให้ประมูลขายเป็นระบบดิจิทัล ซึ่งเริ่มขึ้นแล้วในประเทศสหรัฐอเมริกาคณะกรรมการกลางสื่อสารโทรคมนาคม ของอเมริกา (FCC) เตรียมโละคลื่นย่านความถี่ 700 เมกกะเฮิรตซ์ของทีวีแบบอนาล็อก เพื่อนำมาใช้เป็นคลื่นดิจิทัลสำหรับบริการสื่อเคลื่อนที่โดยจะมีการประมูลใน เดือนมกราคมนี้ ทำให้บรรดายักษ์ สื่อสาร และยักษ์จากอุตสาหกรรม อื่นมากมายเปิดอภิมหาสงครามแย่งคลื่น กันอย่างดุเดือด บริษัทชื่อดัง ๆ ตั้งแต่คอมพิวเตอร์ยันบริษัทน้ำมันอาทิ บริษัท AT&T บริษัท Google ที่ร่วมเป็นพันธมิตรกับ Apple และ Microsoft บริษัท Cablevision บริษัท Verizon Wireless บริษัท Metro PCS Wireless บริษัท Qualcomm บริษัท Chevron ทั้งหมดรวม 266 รายลงทะเบียนเข้าร่วมประมูลในครั้งนี้ นักวิเคราะห์ในอเมริกาฟันธงว่าตัวเต็งน่าจะเป็นบริษัท ที่ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่อยู่แล้วโดยนาย Charles Golvin นักวิเคราะห์จาก Forrester Researchให้สัมภาษณ์ว่า AT&T และ Verizon Wireless มีสิทธิ์ลุ้นเพราะมีความพร้อม
ชลิต ลิมปนะเวช (2551)กล่าวว่า ยุคนี้เป็นยุคที่ผมเรียกว่า เป็นการก้าวเข้าสู่ยุคของ Digital หรือยุคแห่งศตวรรษใหม่ ยุคใหม่นี้เกิดขึ้นจากการที่รัฐบาลสหรัฐเริ่มอนุญาตให้เอกชนนำเอาระบบการ ติดต่อสื่อสารทาง Electronic หรือ E-mail และ Internet หรือ World Wide Web Technology มาใช้ในการสื่อสารทางธุรกิจตั้งแต่ปี 1994 ทำให้ระบบการค้าของโลกเปลี่ยนแปลงไปทันที
อา เซียนกับการเปลี่ยนระบบโทรทัศน์
ประเทศสมาชิกต่างๆในกลุ่มอาเซียนได้จัดให้มีการประชุม Asian Digital Broadcast (ADB) เพื่อหารือกันหลายครั้งในช่วงเวลา 4-5 ปี ที่ผ่านมาจนกระทั่งได้มีมติเกี่ยวกับความร่วมมือเพื่อพัฒนา Digital Terrestrial Broadcasting ในกลุ่มประเทศอาเซียน ในคราวประชุม Ninth Conference of the ASEAN Ministers Responsible for Information (การประชุม AMRI ครั้งที่ 9) เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2007 ณ กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย โดยประเด็นหลักของการประชุม ได้แก่ การหารือความร่วมมือด้านการกระจายเสียงและภาพระบบดิจิทัล (ASEAN Digital Broadcasting Cooperation) ซึ่งที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบข้อเสนอในการปรับเปลี่ยนสู่การกระจายเสียงและ ภาพระบบดิจิทัลสำหรับภูมิภาคอาเซียนในภาพรวม โดยใช้ระบบ DVB-T เป็นระบบมาตรฐานดิจิทัลของอาเซียน และรับทราบกำหนดวันหยุดออกอากาศด้วยระบบอนาล็อก ในปี ค.ศ. 2015 (พ.ศ. 2558) และการหารือความร่วมมือระหว่างอาเซียน-จีน-ญี่ปุ่น โดยในส่วนของจีนตกลงที่จะประสานความร่วมมือด้านสารสนเทศและสื่อสารมวลชน โดยเน้นที่การพัฒนาบุคลากร การแลกเปลี่ยนข่าวและรายการโทรทัศน์ การจัดตั้งเครือข่าย ข้อมูลข่าวสารอาเซียน-จีน โดยจะเร่งพิจารณาร่างบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านสารสนเทศและ สื่อสารมวลชนระหว่างทั้งสองฝ่าย และจะได้มีการลงนามกันต่อไป สำหรับญี่ปุ่นตกลงที่จะขยายความร่วมมือในด้านการพัฒนาสื่อ การส่งกระจายเสียงและภาพระบบดิจิทัล การส่งกระจายเสียงแบบเตือนภัย และเหตุฉุกเฉิน เน้นที่การพัฒนาบุคลากรและเทคนิค โดยจะมีการดำเนินงานแลกเปลี่ยน ความคิดเห็นและประสบการณ์เพื่อเตรียมความพร้อมของการเปลี่ยนแปลงระบบกระจาย เสียงและภาพของอาเซียน ต่อมากลุ่มประเทศสมาชิกต่างๆของอาเซียนได้จัดให้มีการประชุมรัฐมนตรี สารนิเทศอาเซียน ครั้งที่ 10 ที่กรุงเวียงจันทน์ สาธารณรัฐ
ประชาธิปไตยประชาชนลาว ระหว่างวันที่ 4-7 พฤศจิกายน 2552 ว่า ไทยมีบทบาทสำคัญในการเป็นผู้ร่วมเสนอแนวคิดแนวทางในการประชุมมาโดยตลอด ผลการประชุมที่นี่คือการร่วมมือกันต่อไปในกลุ่มประเทศอาเซียน ไม่ว่าจะเป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร การเชื่อมโยงเครือข่ายด้านการสื่อสาร หรือการเปิดช่องทางให้ข่าวสารของอาเซียน ทั้งนี้ ที่ประชุมกลุ่มประเทศอาเซียนทั้ง 10 เห็นร่วมกันว่า ควรจะนำเสนอความรู้เรื่องของอาเซียนให้ประชากรแต่ละประเทศรับทราบ ผ่านช่องทางของการสื่อสารที่แต่ละประเทศมีอยู่แล้ว และยังมีความร่วมมือเรื่องการเงินจัดตั้งกองทุน ซึ่งเบื้องต้นมีอยู่แล้ว 3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับการประชุมรัฐมนตรีสารนิเทศอาเซียน ครั้งที่ 11 ประเทศมาเลเซียจะเป็นเจ้าภาพ

ซึ่งในการประชุมรัฐมนตรีสารนิเทศอาเซียนครั้งนี้มีประเทศคู่เจรจา 3 ประเทศ คือ จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ หรือ อาเซียนบวก 3 ซึ่งครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่มีการประชุมทำให้ได้รับทราบถึงท่าทีของทั้ง 3 ประเทศซึ่งเป็นประเทศที่มีศักยภาพสูงทางด้านสื่อสารมวลชน โดยประเทศญี่ปุ่นได้นำเสนอต่อที่ประชุมรัฐมนตรีสารนิเทศอาเซียนบวก 3 เรื่องการก้าวไปสู่โลกของดิจิทัลทีวี ซึ่งญี่ปุ่นเริ่มดำเนินการไปตั้งแต่ปี 2003 และในวันที่ 24 กรกฎาคม 2011 ประเทศญี่ปุ่นก็จะมีทีวีระบบดิจิทัล ซึ่งทุกประเทศก็ให้ความสนใจเรื่องนี้ เพราะประเทศในอาเซียนตกลงกันว่าการจะก้าวสู้ยุคดิจิทัลทีวีไม่ควรจะช้ากว่า ปี 2015
สำหรับประเทศไทยจะให้กรมประชาสัมพันธ์ อสมท. กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร รวมถึงคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ จัดสัมมนาครั้งใหญ่เรื่องระบบดิจิทัลทีวี เพื่อให้การมีการนำความถี่มาใช้อย่างคุ้มค่า มีการนำเสนอข้อมูลข่าวสารมีความหลากหลาย เข้าถึงประชาชนในเขตชนบทได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งอาเซียนบวก 3 เห็นพ้องกันว่าจะร่วมกันเป็น "Voice of ASIA" เพื่อจะบอกกับคนทั่วโลกว่า อาเซียนคิดอย่างไรในเรื่องต่างๆ ที่กำลังเกิดขึ้นในโลกปัจจุบัน
ที่มา www.vcharkarn.com