คำถามและคำตอบเพื่อใช้ในการตัดสินใจในการพิสูจน์สัญชาติลาวของกาวีพรและลูก
โดย บงกช นภาอัมพร
- 1. กาวีพรสามารถพิสูจน์สัญชาติลาวได้โดยไม่ต้องเดินทางไปประเทศลาวใช่หรือไม่
- ไม่
- ตามที่อาจารย์บุญมีได้ดำเนินการสืบค้นพยานเอกสารของกาวีพรจนได้ปื้มสำมะโนครัวมาแล้วนั้น ทำให้เราทราบว่ากาวีพรมีสัญชาติลาวอยู่แล้วและไม่เคยเสียสัญชาติลาวแต่อย่างใดแม้ว่าจะออกจากประเทศลาวมานานกว่า 7 ปีแล้วก็ตาม เนื่องจากพ่อและแม่ของกาวีพรยังคงเสียภาษี (อากร)ในนามของกาวีพรให้กับรัฐบาลลาวอยู่สม่ำเสมอ จึงถือได้ว่ากาวีพรยังมีความสัมพันธ์กับประเทศลาวอยู่ หมายความว่าไม่ว่ากาวีพรจะยังคงอยู่ประเทศไทยต่อไปแต่กาวีพรก็มีสัญชาติลาวและไม่เคยขาดจากสัญชาติลาว
- แต่กาวีพรจำเป็นต้องเดินทางไปประเทศลาวเพื่อแสดงตัวต่อเจ้าหน้าที่ เพื่อทำการยืนยันตัวบุคคลกับเจ้าหน้าที่ในกรณีที่กาวีพรต้องการเอกสารพิสูจน์ตนจากรับฐาลลาว เช่น บัตรประชาชน หรือ หนังสือเดินทาง เป็นต้น
- 2. ลูกของกาวีพร (เด็กชายชลชาติและเด็กหญิงชลิดา) สามารถได้สัญชาติลาวตามแม่ได้โดยไม่ต้องเดินทางไปประเทศลาวใช่หรือไม่
- ไม่
- กรณีของเด็กชายชลชาติและเด็กหญิงชลิดานั้นแม้โดยหลักก็จะมีสัญชาติลาวตามกาวีพรอยู่แล้ว แต่ต้องมีการตรวจสอบเพิ่มเติมว่า เด็กทั้งสองคนนั้นมีความเป็นไปได้ในการเสียสัญชาติลาวหรือไม่ (ตรงนี้ต้องให้อาจารย์บุญมีเช็คอีกทีค่ะ)ในขนะนี้เรายังไม่สามารถให้คำตอบได้อย่างชัดเจนว่าลูกของกาวีพรจะมีสัญซาติลาวหรือไม่เพราะว่า ประเด็นแรกคือปัญหาของความเป็นแม่ลูกย่างถูกต้องตามกฎหมาย ประเด็นที่สองคือ กาวีพรไม่ได้พาเด็กไปขึ้นทเบียนหรือไม่ได้ไปแจ้งเกีดกับสถานทูตลาว ตามหมวดที่2 ในมาตราที่ 19 วรรค 2 ของกฎหมายว่าด้วยทเบียนครอบครัว และประเด็นที่ สามก็คือ เรื่องหนังการเกีดของเด็กที่ออกโดยรัฐไทยยังไม่ทราบที่แน่นอนว่ารัฐลาวจะยอมรับหรือไม่ จากการสอบถามนำเจ้าพนักงานขั้นท้องถินหรือหน่วยปฎิบัตนั้นยังให้คำตอบไม่เหนือนกัน บางคนบอกว่าต้องไปทำหนังการเกีดคืนใหม่อยู่รัฐลาวตามที่ได้บอกในขั้นตอนของการทำหนังการเกีด จากปัญหานี้บุญเองก็จได้ไปสอบถามในระดับขั้นสูนกลางก็คือกระทรวงป้องกันความสงบของลาวอีกทีแต่ปัจจุบรรก็ไปแล้วแต่ยังไม่ว่าง ฉะนั้นจะขอเวลาอีกสักประมาณหนึ่งอาทิต
- อย่างไรก็ดี แม้ว่าเด็กทั้งสองคนไม่เคยเสียสัญชาติลาว ก็จำเป็นต้องกลับไปประเทศลาวเพื่อแสดงตัวต่อเจ้าหน้าที่เช่นเดียวกัน เพื่อทำการเพิ่มชื่อเด็กทั้งคู่ลงในปื้มสำมะโนครัวเดียวกับกาวีพร
- 3. เมื่อเดินทางไปพิสูจน์สัญชาติที่ประเทศลาวแล้วจะสามารถเดินทางกลับเข้ามาในประเทศไทยได้ใช่หรือไม่
- ใช่
- ความเป็นไปได้ของการเดินทางกลับเข้ามาประเทศไทยของกาวีพรและลูกมีอยู่ 3 ทาง คือ
(1) โดยการขออนุญาตเดินทางข้ามพรมแดนชั่วคราว[1] (ขอ Temporary Border Pass จาก ตรวจคนเข้าเมืองไทย) ซึ่งอนุญาตให้กาวีพรและลูกที่อาศัยอยู่นอกพื้นที่ชายแดนสามารถอาศัยอยู่ในประเทศไทยได้ 3 วัน 2 คืน
(2) โดยการขออนุญาตเข้ามาในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว[2] (ขอ Visa จาก สถานทูตไทยในประเทศลาว) ซึ่งอนุญาตให้กาวีพรและลูกสามารถอาศัยอยู่ในประเทศไทยได้ไม่เกิน 90 วัน หรือหากมีเหตุจำเป็นจะต้องอยู่เกิน 90 วัน[3] ให้อธิบดีเป็นผู้พิจารณาอนุญาตให้อยู่ต่อไปได้ครั้งละไม่เกิน 1 ปี[4]
(3) โดยการขออนุญาตเข้ามาเพื่อทำงานในราชอาณาจักรตามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการจ้างแรงงานระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (ขออนุญาตทำงานตาม MOU จาก กรมจัดหางานลาว) ซึ่งวาระการจ้างแรงงานของแต่ละคนจะมีกำหนดไม่เกิน 2 ปี หากจำเป็นให้อนุญาตให้ทำงานต่อได้เป็นระยะเวลาอีก 2 ปี อย่างไรก็ตาม วาระการจ้างงานของแต่ละคนจะมีกำหนดไม่เกิน 4 ปี[5]
- 4. หลังจากพิสูจน์สัญชาติลาวผ่านแล้ว จะสามารถเดินทางกลับเข้ามาทำงานในประเทศไทยได้ใช่หรือไม่
|
กรณีที่กลับเข้ามา ได้ |
กรณีที่กลับเข้ามา ไม่ได้ |
(1) นายจ้างจากประเทศไทยยื่นขอโควต้าแรงงานจากสำนักงานจัดหางานจังหวัด (2) สำนักงานจัดหางานจังหวัดออกหนังสือยืนยันการมีโควต้าจ้างแรงงานต่างด้าวให้นายจ้าง (3) นายจ้างมอบอำนาจให้ผู้แทนนำหนังสือยืนยันการมีโควต้าฯ ไปหาคนงานในประเทศลาว ซึ่งก็คือกาวีพร (4) นายจ้างขออนุญาตทำงานแทนกาวีพรได้เลย[7]ณ สำนักงานจัดหางานจังหวัด (5) หากได้รับอนุญาต สำนักงานจังหวัดจะทำหนังสือแจ้งผลการพิจารณาอนุญาตให้เข้ามาทำงานได้ให้นายจ้างทราบ พร้อมแจ้งผลการพิจารณาอนุญาตให้กรมการจัดหางานทราบ (6) กรมจัดหางานส่งชื่อกาวีพรซึ่งได้รับการพิจารณาอนุญาตทำงานแจ้งให้กระทรวงการต่างประเทศและสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองทราบ (7) นายจ้างส่งหนังสือแจ้งผลการพิจารณาอนุญาตให้เข้าทำงานได้ไปให้ตัวแทนในประเทศลาวที่จะส่งกาวีพรเข้ามา (8) ตัวแทนนำหนังสือแจ้งผลฯ พร้อมหนังสือเดินทางและเอกสารอื่น ๆ ของกาวีพรไปยื่นขอประทับตราวีซาเข้าประเทศไทย ณ สถานกงสุลหรือสถานทูตไทยในประเทศลาว (9) ตัวแทนแจ้งกำหนดการเดินทางมาถึงของคนต่างด้าวให้นายจ้างทราบเพื่อไปรอรับกาวีพร (10) เมื่อกาวีพรเดินทางเข้ามาด่านตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) จะประทับตราอนุญาตให้อยู่ในประเทศไทยครั้งละไม่เกิน 2 ปี (11) กาวีพรต้องไปตรวจสุขภาพภายใน 3 วัน (12) จากนั้นกาวีพรต้องยื่นคำร้องขอรับใบอนุญาตทำงานภายในเวลาที่กำหนด |
(1) กาวีพรไม่สามารถหานายจ้างได้ (2) สำนักงานจัดหางานจังหวัดไม่อนุมัติโควต้าจ้างแรงงานต่างด้าวให้แก่นายจ้าง หรือ โควต้าเต็ม |
- 5. ลูกของกาวีพร (เด็กชายชลชาติและเด็กหญิงชลิดา) มีคุณสมบัติที่จะได้สัญชาติไทยใช่หรือไม่
- ไม่
- 6. ค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการดำเนินการเพื่อพิสูจน์สัญชาติลาวและกลับเข้ามาทำงานในประเทศไทย
- ค่าธรรมเนียมในการขอหนังสือยั่งยืนที่อยู่จากนายบ้าน 20 บาท
- ค่าธรรมเนียมในการทำบัตรประจำตัว (ลาว) แบบธรรมดาไม่ด่วนประมาณ150ถึง200 บาท
- ค่าธรรมเนียมในการทำหนังสือเดินทาง เรี่มการชื้อเอกสารค่าธรรมเนียมจากบ้าน,เมือง,แขวงประมาณ 500 บาท
- ค่าธรรมเนียมในการทำหนังสือเดินทางในกระทรวงการต่างประเทศ 30$
- ค่าธรรมเนียมในการทำหนังสือเดินทางในกงสูลไทยประมาณ 2000บาทพายในเวลาสามเดือน
- ค่าธรรมเนียมการตรวจลงตรา 500 บาท
- ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตทำงาน 1,800 บาท/ปี
- ค่าตรวจสุขภาพ ประมาร100 บาท
- 7. การพิสูจน์หรือไม่พิสูจน์สัญชาติลาวจะเกิดผลกระทบอะไรกับกาวีพรและลูกบ้าง
|
กรณีที่ไม่พิสูจน์ |
กรณีที่พิสูจน์ |
|
กรณีกาวีพร |
กรณีกาวีพร |
|
|
|
|
|
|
กรณีลูก |
กรณีลูก |
|
[1] ตามความตกลงว่าด้วยการสัญจรข้ามแดนระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลลาว เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน พ.ศ.2540 ซึ่งใช้อำนาจตามมาตรา 13 (2) พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522
[2] ดูมาตรา 34 (3) แห่ง พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522
[3] ดูมาตรา 35 (2) แห่ง พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522
[4] ดูมาตรา 35 วรรค 3 แห่ง พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522
[5] ดูข้อ 9 ของ บันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวว่าด้วยความร่วมมือด้านการจ้างแรงงาน
[6] ดูข้อ 9 ของ บันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวว่าด้วยความร่วมมือด้านการจ้างแรงงาน
[7] ดูมาตรา 8 แห่ง พ.ร.บ.การทำงานคนต่างด้าว พ.ศ.2551