ເປັນບົດຄົ້ນຄວ້າວິໃຈໃນທາງວິຊາການພາຍໃຕ້ຄວາມຮ່ວມລະຫວ່າງຄະນະນິຕິສາດ-ລັດຖະສາດ ມະຫາວິທະຍາໄລແຫ່ງຊາດລາວ ກັບມະຫາລົຍພາຍັບ ພາຍໃຕ້ການສະໜັບໂຄງ unicep ປະຈໍາປະເທດໄທຍ ແລະໂຄງການ SIDA ປະຈໍາ ຄ.ນ.ລ

คำถามและคำตอบเพื่อใช้ในการตัดสินใจในการพิสูจน์สัญชาติลาวของกาวีพรและลูก 

โดย บงกช นภาอัมพร

 

  1. 1.       กาวีพรสามารถพิสูจน์สัญชาติลาวได้โดยไม่ต้องเดินทางไปประเทศลาวใช่หรือไม่
  • ไม่
  • ตามที่อาจารย์บุญมีได้ดำเนินการสืบค้นพยานเอกสารของกาวีพรจนได้ปื้มสำมะโนครัวมาแล้วนั้น ทำให้เราทราบว่ากาวีพรมีสัญชาติลาวอยู่แล้วและไม่เคยเสียสัญชาติลาวแต่อย่างใดแม้ว่าจะออกจากประเทศลาวมานานกว่า 7 ปีแล้วก็ตาม เนื่องจากพ่อและแม่ของกาวีพรยังคงเสียภาษี (อากร)ในนามของกาวีพรให้กับรัฐบาลลาวอยู่สม่ำเสมอ จึงถือได้ว่ากาวีพรยังมีความสัมพันธ์กับประเทศลาวอยู่ หมายความว่าไม่ว่ากาวีพรจะยังคงอยู่ประเทศไทยต่อไปแต่กาวีพรก็มีสัญชาติลาวและไม่เคยขาดจากสัญชาติลาว
  • แต่กาวีพรจำเป็นต้องเดินทางไปประเทศลาวเพื่อแสดงตัวต่อเจ้าหน้าที่ เพื่อทำการยืนยันตัวบุคคลกับเจ้าหน้าที่ในกรณีที่กาวีพรต้องการเอกสารพิสูจน์ตนจากรับฐาลลาว เช่น บัตรประชาชน หรือ หนังสือเดินทาง เป็นต้น

 

  1. 2.       ลูกของกาวีพร (เด็กชายชลชาติและเด็กหญิงชลิดา) สามารถได้สัญชาติลาวตามแม่ได้โดยไม่ต้องเดินทางไปประเทศลาวใช่หรือไม่
  • ไม่
  • กรณีของเด็กชายชลชาติและเด็กหญิงชลิดานั้นแม้โดยหลักก็จะมีสัญชาติลาวตามกาวีพรอยู่แล้ว แต่ต้องมีการตรวจสอบเพิ่มเติมว่า เด็กทั้งสองคนนั้นมีความเป็นไปได้ในการเสียสัญชาติลาวหรือไม่ (ตรงนี้ต้องให้อาจารย์บุญมีเช็คอีกทีค่ะ)ในขนะนี้เรายังไม่สามารถให้คำตอบได้อย่างชัดเจนว่าลูกของกาวีพรจะมีสัญซาติลาวหรือไม่เพราะว่า ประเด็นแรกคือปัญหาของความเป็นแม่ลูกย่างถูกต้องตามกฎหมาย ประเด็นที่สองคือ กาวีพรไม่ได้พาเด็กไปขึ้นทเบียนหรือไม่ได้ไปแจ้งเกีดกับสถานทูตลาว ตามหมวดที่2 ในมาตราที่ 19 วรรค 2 ของกฎหมายว่าด้วยทเบียนครอบครัว และประเด็นที่ สามก็คือ เรื่องหนังการเกีดของเด็กที่ออกโดยรัฐไทยยังไม่ทราบที่แน่นอนว่ารัฐลาวจะยอมรับหรือไม่ จากการสอบถามนำเจ้าพนักงานขั้นท้องถินหรือหน่วยปฎิบัตนั้นยังให้คำตอบไม่เหนือนกัน บางคนบอกว่าต้องไปทำหนังการเกีดคืนใหม่อยู่รัฐลาวตามที่ได้บอกในขั้นตอนของการทำหนังการเกีด จากปัญหานี้บุญเองก็จได้ไปสอบถามในระดับขั้นสูนกลางก็คือกระทรวงป้องกันความสงบของลาวอีกทีแต่ปัจจุบรรก็ไปแล้วแต่ยังไม่ว่าง ฉะนั้นจะขอเวลาอีกสักประมาณหนึ่งอาทิต
  • อย่างไรก็ดี แม้ว่าเด็กทั้งสองคนไม่เคยเสียสัญชาติลาว ก็จำเป็นต้องกลับไปประเทศลาวเพื่อแสดงตัวต่อเจ้าหน้าที่เช่นเดียวกัน เพื่อทำการเพิ่มชื่อเด็กทั้งคู่ลงในปื้มสำมะโนครัวเดียวกับกาวีพร

 

  1. 3.       เมื่อเดินทางไปพิสูจน์สัญชาติที่ประเทศลาวแล้วจะสามารถเดินทางกลับเข้ามาในประเทศไทยได้ใช่หรือไม่
  • ใช่
  • ความเป็นไปได้ของการเดินทางกลับเข้ามาประเทศไทยของกาวีพรและลูกมีอยู่ 3 ทาง คือ

(1)         โดยการขออนุญาตเดินทางข้ามพรมแดนชั่วคราว[1] (ขอ Temporary Border Pass จาก ตรวจคนเข้าเมืองไทย) ซึ่งอนุญาตให้กาวีพรและลูกที่อาศัยอยู่นอกพื้นที่ชายแดนสามารถอาศัยอยู่ในประเทศไทยได้ 3 วัน 2 คืน

(2)         โดยการขออนุญาตเข้ามาในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว[2] (ขอ Visa จาก สถานทูตไทยในประเทศลาว) ซึ่งอนุญาตให้กาวีพรและลูกสามารถอาศัยอยู่ในประเทศไทยได้ไม่เกิน 90 วัน หรือหากมีเหตุจำเป็นจะต้องอยู่เกิน 90 วัน[3] ให้อธิบดีเป็นผู้พิจารณาอนุญาตให้อยู่ต่อไปได้ครั้งละไม่เกิน 1 ปี[4]

(3)         โดยการขออนุญาตเข้ามาเพื่อทำงานในราชอาณาจักรตามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการจ้างแรงงานระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (ขออนุญาตทำงานตาม MOU จาก กรมจัดหางานลาว) ซึ่งวาระการจ้างแรงงานของแต่ละคนจะมีกำหนดไม่เกิน 2 ปี หากจำเป็นให้อนุญาตให้ทำงานต่อได้เป็นระยะเวลาอีก 2 ปี อย่างไรก็ตาม วาระการจ้างงานของแต่ละคนจะมีกำหนดไม่เกิน 4 ปี[5]

 

  1. 4.       หลังจากพิสูจน์สัญชาติลาวผ่านแล้ว จะสามารถเดินทางกลับเข้ามาทำงานในประเทศไทยได้ใช่หรือไม่

กรณีที่กลับเข้ามา ได้

กรณีที่กลับเข้ามา ไม่ได้

  • โดยการขออนุญาตเข้ามาเพื่อทำงานในราชอาณาจักรตามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการจ้างแรงงานระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (ขออนุญาตทำงานตาม MOU จาก กรมจัดหางานลาว) ซึ่งวาระการจ้างแรงงานของแต่ละคนจะมีกำหนดไม่เกิน 2 ปี หากจำเป็นให้อนุญาตให้ทำงานต่อได้เป็นระยะเวลาอีก 2 ปี อย่างไรก็ตาม วาระการจ้างงานของแต่ละคนจะมีกำหนดไม่เกิน 4 ปี[6]
  • วิธีการขออนุญาตมีขั้นตอนดังนี้

(1)         นายจ้างจากประเทศไทยยื่นขอโควต้าแรงงานจากสำนักงานจัดหางานจังหวัด

(2)         สำนักงานจัดหางานจังหวัดออกหนังสือยืนยันการมีโควต้าจ้างแรงงานต่างด้าวให้นายจ้าง

(3)         นายจ้างมอบอำนาจให้ผู้แทนนำหนังสือยืนยันการมีโควต้าฯ ไปหาคนงานในประเทศลาว ซึ่งก็คือกาวีพร

(4)         นายจ้างขออนุญาตทำงานแทนกาวีพรได้เลย[7]ณ สำนักงานจัดหางานจังหวัด

(5)         หากได้รับอนุญาต สำนักงานจังหวัดจะทำหนังสือแจ้งผลการพิจารณาอนุญาตให้เข้ามาทำงานได้ให้นายจ้างทราบ พร้อมแจ้งผลการพิจารณาอนุญาตให้กรมการจัดหางานทราบ

(6)         กรมจัดหางานส่งชื่อกาวีพรซึ่งได้รับการพิจารณาอนุญาตทำงานแจ้งให้กระทรวงการต่างประเทศและสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองทราบ

(7)         นายจ้างส่งหนังสือแจ้งผลการพิจารณาอนุญาตให้เข้าทำงานได้ไปให้ตัวแทนในประเทศลาวที่จะส่งกาวีพรเข้ามา

(8)         ตัวแทนนำหนังสือแจ้งผลฯ พร้อมหนังสือเดินทางและเอกสารอื่น ๆ ของกาวีพรไปยื่นขอประทับตราวีซาเข้าประเทศไทย ณ สถานกงสุลหรือสถานทูตไทยในประเทศลาว

(9)         ตัวแทนแจ้งกำหนดการเดินทางมาถึงของคนต่างด้าวให้นายจ้างทราบเพื่อไปรอรับกาวีพร

(10)     เมื่อกาวีพรเดินทางเข้ามาด่านตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) จะประทับตราอนุญาตให้อยู่ในประเทศไทยครั้งละไม่เกิน 2 ปี

(11)     กาวีพรต้องไปตรวจสุขภาพภายใน 3 วัน

(12)     จากนั้นกาวีพรต้องยื่นคำร้องขอรับใบอนุญาตทำงานภายในเวลาที่กำหนด

  • โดยหลักการแล้วกาวีพรสามารถขออนุญาตเข้ามาทำงานตาม MOU ได้
  • แต่ก็ยังมีความเสี่ยงที่อาจจะทำให้ไม่สามารถเดินทางกลับเข้ามาทำงานในประเทศไทยได้ในสถานการณ์ดังต่อไปนี้

(1)         กาวีพรไม่สามารถหานายจ้างได้

(2)         สำนักงานจัดหางานจังหวัดไม่อนุมัติโควต้าจ้างแรงงานต่างด้าวให้แก่นายจ้าง หรือ โควต้าเต็ม

 

  1. 5.       ลูกของกาวีพร (เด็กชายชลชาติและเด็กหญิงชลิดา) มีคุณสมบัติที่จะได้สัญชาติไทยใช่หรือไม่
  • ไม่

 

  1. 6.       ค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการดำเนินการเพื่อพิสูจน์สัญชาติลาวและกลับเข้ามาทำงานในประเทศไทย
  • ค่าธรรมเนียมในการขอหนังสือยั่งยืนที่อยู่จากนายบ้าน 20 บาท
  • ค่าธรรมเนียมในการทำบัตรประจำตัว (ลาว) แบบธรรมดาไม่ด่วนประมาณ150ถึง200 บาท
  • ค่าธรรมเนียมในการทำหนังสือเดินทาง เรี่มการชื้อเอกสารค่าธรรมเนียมจากบ้าน,เมือง,แขวงประมาณ 500 บาท
  • ค่าธรรมเนียมในการทำหนังสือเดินทางในกระทรวงการต่างประเทศ 30$
  • ค่าธรรมเนียมในการทำหนังสือเดินทางในกงสูลไทยประมาณ 2000บาทพายในเวลาสามเดือน
  • ค่าธรรมเนียมการตรวจลงตรา 500 บาท
  • ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตทำงาน 1,800 บาท/ปี
  • ค่าตรวจสุขภาพ ประมาร100 บาท

 

  1. 7.       การพิสูจน์หรือไม่พิสูจน์สัญชาติลาวจะเกิดผลกระทบอะไรกับกาวีพรและลูกบ้าง

กรณีที่ไม่พิสูจน์

กรณีที่พิสูจน์

กรณีกาวีพร

กรณีกาวีพร

  • ตกอยู่ในสถานะคนต่างด้าวเข้าเมืองผิดกฎหมายในประเทศไทยสามารถถูกจับและถูกผลักดันออกนอกประเทศไทยได้ตลอดเวลา
  • เปลี่ยนสถานะเป็นคนต่างด้าวเข้าเมืองชอบด้วยกฎหมาย ในกรณีเข้าเมืองไทยโดยใช้บัตรผ่านแดนชั่วคราว หรือ ขอวีซ่าท่องเที่ยว
  • เปลี่ยนสถานะเป็นแรงงานถูกกฎหมาย ในกรณีขออนุญาตเข้ามาทำงานในประเทศไทยภายหลังจากพิสูจน์สัญชาติแล้ว
    • กฎหมายไม่อนุญาตให้ทำงานได้
 

 

  • กฎหมายอนุญาตให้ทำงานได้ แต่ต้องขออนุญาตเข้ามาทำงานในประเทศไทยภายหลังจากพิสูจน์สัญชาติแล้ว
    • ไม่สามารถเดินทางไปไหนได้
    • สามารถเดินทางไปไหนมาไหนได้โดยไม่ต้องขออนุญาต
      • ไม่สามารถเดินทางเข้าประเทศลาวเพื่อไปเยี่ยมพ่อแม่ได้อย่างถูกต้อง
      • สามารถเดินทางกลับประเทศลาวอย่างถูกต้องเมื่อไหร่ก็ได้
        • ไม่มีหลักประกันสุขภาพ
        • ได้รับหลักประกันสุขภาพ
   
   
   

กรณีลูก

กรณีลูก

  • ตกเป็นคนไร้สัญชาติในประเทศไทย
  • เปลี่ยนสถานะเป็นคนต่างด้าวเข้าเมืองชอบด้วยกฎหมาย ในกรณีเข้าเมืองไทยโดยใช้บัตรผ่านแดนชั่วคราว หรือ ขอวีซ่าท่องเที่ยว
  • เปลี่ยนสถานะเป็นผู้ติดตามแรงงาน ในกรณีที่แม่ขออนุญาตเข้ามาทำงานในประเทศไทยภายหลังจากพิสูจน์สัญชาติแล้ว
 

 


[1] ตามความตกลงว่าด้วยการสัญจรข้ามแดนระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลลาว เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน พ.ศ.2540 ซึ่งใช้อำนาจตามมาตรา 13 (2) พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522

[2] ดูมาตรา 34 (3) แห่ง พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522

[3] ดูมาตรา 35 (2) แห่ง พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522

[4] ดูมาตรา 35 วรรค 3 แห่ง พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522

[5] ดูข้อ 9 ของ บันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวว่าด้วยความร่วมมือด้านการจ้างแรงงาน

[6] ดูข้อ 9 ของ บันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวว่าด้วยความร่วมมือด้านการจ้างแรงงาน

[7] ดูมาตรา 8 แห่ง พ.ร.บ.การทำงานคนต่างด้าว พ.ศ.2551