น้อมกราบครูค่ะ
วันจันทร์ที่ ๑ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๓
เช้านี้เป็นอีกเช้าที่หนูตั้งใจกับตนเอง หลังจากที่ได้เรียนร็ว่า “หนูเป็นคนทำให้คนรอบข้างถูกมองว่า ดุ” โดยเฉพาะคนที่เป็นห่วงหนู นึกย้อนถึง ครู รวมถึงท่านอาจารย์ด้วยค่ะ เพราะความประพฤติห่วย ๆของหนู ตอนนี้ก็พึงรับกรรม แล้วก็พยายามเตือนตนเอง เมื่อคืนกว่าจะนอนก็เกือบ ๆ หกทุ่มก็รับกรรมอีกเช่นกันค่ะ หนูทำงานคั่งค้าง ไม่เสร็จเสียที แผนงานดูจะเป็นไม้เบื่อไม้เมา แต่ก็ต้องทำ เตือนตนเองให้เข้านอนได้แล้ว ตั้งนาฬิกาตีสามครึ่ง ลุกขึ้นมาแบบงัวเงีย กระตุ้นตนเองเหมือนมีเสียงดุมาจากข้างใน น่ากลัวมากค่ะครู กราบพระสวดมนต์แล้วก็นั่งภาวนาต่อ คืนนี้ตั้งใจเปลี่ยนขึ้นไปนอนชั้นสอง พอตื่นจึงเดินลงมาจัดแจงหุงข้าว ประมาณเจ็ดโมงเช้าออกไปวิ่งออกกำลังกาย อากาศเย็นมากทีเดียวค่ะครู ตั้งใจกับตนเองว่า “วิ่งครึ่งชั่วโมง” แรก ๆ ก็ยังฟุ้งค่ะ แต่พอวิ่งไปสักรู้สึกผ่อนคลาย เรื่องที่ฟุ้งขึ้นมาเป็นความอยากมีสมาธิ มีความสามารถในการรักษาคนให้หายจากความเจ็บป่วย ใจแว๊บระลึกถึงหลวงปู่ ระลึกถึงป้าแก้วที่เป็นเบาหวานความดัน และไทรอยด์เป็นพิษ ระลึกถึงลุงหมอนที่หมอพึ่งวินิจฉัยว่าท่านเป็นโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเมื่อวันศุกร์นี้เอง ตอนอยู่กับญาติ ๆ หนูมีสติเข้มแข็งค่ะ แต่พอแยกตัวออกมาคนเดียวก็เห็นภายในมันรู้สึกอ่อนล้าคล้าย ๆไม่มีแรง เห็นปรากฏในตนเองว่า ช่วงนี้ทุกข์กับความกังวลในความเจ็บป่วยของคนรอบข้าง อยากช่วยให้ท่านบรรเทาทุกข์ แล้วก็บอกตนเองว่า “ภาวนา แค่ไม่เพิ่มความเศร้าหมองก็ช่วยแล้ว” กลับเข้าบ้านโทรสอบถามอาการของป้าแก้ว ถามจากพี่แดง (ลูกสาวคนโตของป้าแก้ว) ท่านเล่าว่าป้าแก้วฉี่ไม่ค่อยออก ฉี่ก็น้อยกว่าเก่า หนูทบทวนในใจ เอ....เกี่ยวกับอากาศหนาวไหมนะ น้ำระเหยเยอะก็เลยฉี่น้อย สักพักได้ยินเสียงป้าดังเข้ามาในโทรศัพท์ จึงขอคุยกับท่าน ด้วยความตั้งใจในการ “ให้กำลังใจ” เสียงป้าสดใจมากค่ะครู ใจหนูสัมผัสได้ ท่านเล่าวิถีชีวิตของท่านอย่างเบิกบานกับสิ่งที่ฝากให้ท่านปฏิบัติ แล้วท่านก็อวดว่า “เดินได้แล้วนะ แต่ก็เดินได้สั้น ๆ” หนูรู้สึกดีใจชมท่านว่า “เยี่ยมมากค่ะ แบบนี้ต้องยกนิ้วให้เลย” ท่านหัวเราะอย่างเบิกบาน คุยกันต่อสักพักก็วางหูไป หนูจัดแจงเก็บสมุนไพรรอบ ๆบ้านมาใส่น้ำต้มอาบ แล้วก็เดินลงไปสำรวจหลังบ้าน ฟักทองหลังบ้านติดลูกแล้วค่ะ ฟักทองตนนี้ สอนเรื่องการปรับตัว เรียนรู้ที่จะอยู่รอดในบริบทต่าง ๆได้เยียมมากเลยค่ะครู เขาเติบโตจากการที่หนูคว้านเมล็ดออกจากลูกฟักทอง ที่จะนึ่งไปวัด เมื่อฝนตกลงมาเขาก็งอกเอง โตเอง ออกดอก ออกลูกให้ผลผลิตที่หนูสามารถเก็บทานได้เลยค่ะ
กลับเข้ามาในบ้านเห็น miss call จากครูจึงโทรกลับ ครูแจ้งว่าไม่ไปงานกฐินแล้ว ใจหนูแว๊บ แล้วหนูหล่ะ วูบแรกปรากฏขึ้นมาไม่อยากไป แล้วก็คิดต่อว่า ไปงานกฐินของที่ทำงานดีกว่า เอ......หรือจะไปร่วมกฐินที่หนองบัวลำภู แล้วก็สะดุดว่า “เฮ้ย ครูคงติดงาน เรายิ่งควรไปทำหน้าที่แทน ปฏิบัติบูชารับใช้หลวงพ่อเป็นสองเท่าแทนครู ไม่ใช่ครูไม่ไปแล้วก็จะไม่ทำ มีเสียดุตนเองขึ้นมา” หนูจึงตัดสินใจไป พออาบน้ำแต่งตัวไปทำงาน พาน้องฝึกงานไปรายงานตัวและฝากไว้ที่งานบริการด่านหน้า แล้วหนูก็เดินกลับมาที่ตึก พี่อ้อเข้ามาเล่าถึงพี่จั่นท่านไม่สบายลาป่วย และเล่าถึงว่าทุกคนส่งแผนกันหมดแล้วตั้งแต่วันพฤหัสบดีเพราะต้องตัดยอดส่งส่วนกลาง ใจหนูวูบเลยค่ะ รีบดึงลมหายใจ เริ่มมีสติจึงเดินไปถามพี่ที่ดูแล ทำให้ได้ข้อมูลรีบกลับมาเขียนให้เสร็จ แม้จะไม่ทันยอดที่ส่งกรมก็ตาม เงินที่ได้มาก็เท่าเดิมอยู่ที่การจัดการภายใน พี่หัวหน้าคุยกับน้องฝึกงานที่มาใหม่เพิ่มอีกสองคน เสียงเข้ามาทำให้หนูรู้สึกไม่มีสมาธิขุ่นมัว จึงหายใจเข้าลึก ๆ แล้วก็หอบโน๊ตบุ๊คไปเขียนงานที่ห้องแล็บ เขียนเสร็จไปหนึ่งโครงการก็เกือบ ๆเที่ยง แวะมาทานข้าวไข่ต้มที่ห่อมาทานเสร็จก็นั่งเขียนโครงการและแผนงานต่อ หนูมีร่างที่คิดไว้แล้ว แต่ไม่ชอบวางแผนเรื่องการใช้เงินค่ะครู แต่วันนี้หมดทางหนีก็ต้องอดทนเรียนรู้ แล้วก็เอาบางส่วนที่เสร็จแล้วไปส่ง รู้สึกล้าค่ะ เพราะใช้ความคิดเยอะอยากจะหลับตาแต่ก็ไม่ค่อยไหว ระหว่างวันมีเอกสารเข้ามาสลับแต่ก็พยายามอดทน ก้มหน้ารับกรรม ไม่มีใครทำร้ายหนูหรอกค่ะ อย่างนี้เขาเรียก “กรรมตามสนอง” ชัดเลยค่ะ กว่าจะเสร็จเรียบร้อยก็เกือบ ๆหกโมงเย็น ก่อนจะปริ้นแผนใบสุดท้าย ต้องลุกขึ้นมากระโดดตบกระตุ้นร่างกาย เพราะในห้องทำงานคนกลับหมดแล้วจึงถือโอกาสเดินจงกรม รู้สึกผ่อนคลายแล้วจึงเก็บของกลับบ้านค่ะ
หนูได้เรียนรู้ว่า สัตว์โลกเป็นไปตามกรรม ทำอะไรไว้ก็ได้รับอย่างนั้น ครั้งนี้ชัดมากค่ะครู เมื่อทำงานคั่งค้าง ก็ต้องโดนตามสนองแบบนี้เอง ทั้งเครียด ทั้งเร่ง ที่เสร็จมาได้เพราะ “สติและอดทนค่ะครู” ตอนที่รู้สึกบีบคั้นมาก ๆ หนูระลึกถึงครูพร้อมคำพูดที่ครูพอเสมอว่า “ถ้ายังไม่มีปัญญาก็ให้อดทนแนบใจ” ได้ผลค่ะครู
อ้อครูโทรมาวานให้เป็นธุระให้ จึงโทรไปกราบเรียนพระอาจารย์ แต่สุดท้ายท่านแจ้งว่า “เดี๋ยวท่านจัดการเอง ให้ไปช่วยพี่แดง แล้วท่านก็ให้เบอร์โทรศัพท์มาค่ะ”
กลับมาบ้านไปออกกำลังกาย เดิน ๆอยู่น้องก่อ เดินตามมาคุยด้วย เขาเล่าเรื่องการตีกอล์ฟให้ฟัง หนูฟังอย่างตั้งใจ พร้อมซักถามเพราะเป็นเรื่องที่หนูไม่เคยรู้มาก่อน สักพักหันไปเจอเต่าตัวเล็ก เดินมาที่กลางถนน น้องก่อจึงช่วยจับแล้วเราก็ชวนกันเอสไปปล่อยที่คลองหน้าหมู่บ้าน แล้วก็เริ่มวิ่งออกกำลังกายวิ่งไปสักพักน้องก่อก็แยกกลับก่อน หนูวิ่งต่ออีกนิดหน่อยก็กลับมาที่ในบ้านค่ะ ยังไม่ได้เปิดไฟแต่แสงสลัวภายนอกสาดเข้ามาพอมองเห็น หนูเดินจงกรมต่อภายในบ้าน แล้วก็นึกขึ้นมาได้ว่า จะทำลูกประคบห่อสมุนไพรต้มอาบ จึงเดินไปที่กองเศษผ้าได้ปลอกหมอนใบเก่า ๆขาด หนูจึงตัดเลาะแล้วก็ทดลองเก็บสมุนไพรสดรอบบ้านมาใส่แล้วก็ต้มอาบ ถือว่าใช้ได้ทีเดียวค่ะ หนูกำลังหาวิธีการพึ่งตนเองให้มากที่สุด ค่อย ๆ ปรับทำไปเรื่อย ๆ อาบน้ำเสร็จจะล้างเครื่องคอม แต่ CD ใช้งานไม่ได้ จึงตัดสินใจเขียนจดมายถึงครูก่อนที่จะขึ้นไปสวดมนต์แล้วก็เข้านอนค่ะครู
วันนี้หนูรับกรรมอย่างนอบน้อม รับรู้ลึกซึ้งถึงใจว่า “ทุกข์” แต่ก็อดทนทำไปเรื่อย ๆ เพราะเคยผิดศีลข้อสี่ทำงานเสร็จไม่ทัน จนเบียดเบียนเพื่อนร่วมงานให้กังวลใจผิดศีลข้อหนึ่ง วันนี้ดูจะรับทั้งต้นทั้งดอกเบี้ย ถามว่าเหนื่อยไหม ก็เหนื่อยนะคะ แต่ก็พออยู่ได้ ถ้าหายใจไม่เป็นวันนี้อาจจะหนักกว่านี้ กราบขอบพระคุณครูที่สอนให้หนูมีที่พึ่งคือ ลมหายใจของตนเอง กราบขอบพระคุณค่ะ