ก็มีเรื่องราวที่ประทับใจอยู่เรื่องนึงค่ะ เรื่องสวนเล็กๆ แต่มีความหมายที่ยิ่งใหญ่ วันนั้นเป็นวันเสาร์ค่ะ ดิฉันอยู่บ้าน แล้วอาเดินทางกลับมาจากกรุงเทพ เกิดอยากจะจัดสวนเล็กๆขึ้นมา จึงชวนกันจัดก็ไม่มีอะไรมากค่ะ ซื้อต้นไม้มาไม่กี่10 ต้นเพราะที่บ้านอามีอยุ่แล้ว เมื่ออุปกรณ์พร้อมเราก็เริ่มลงมืออกแบบกันค่ะ ไม่เน้นทฤษฎีอะไรมากมาย แต่เน้นสบายๆๆ มองแล้วรู้สึกดีสดชื่น มีความสุข จัดกันทั้งหมด 5 คน เพื่อนของอาอีก 3 คน ใช้เวลาประมาณ3-4 ช.ม. ก็เสร็จแล้วค่ะ พอจัดสวนเสร็จแล้วก็พักทานข้าวเที่ยงกัน ไม่นาน ก็มีเสียง ฟ้าร้อง ท้องฟ้าก็เริ่มเปลี่ยนสีจากสีฟ้าสดใสในยามเช้ากลายเป็นสีเทาที่มืดครึ้มเข้ามาทุกที บวกกับลมพัด โยกต้นไม้ใหญ่ลู่เอียงไปทางเดียวกัน ดิฉันออกมายืนดู ใจก็คิดว่าฝนต้องตกแน่นอนเลย แล้วสวนเราก็ต้องโดนฝนตกใส่นำและลมอาจจะพัดต้นไม้พังหมดแน่เลย แล้วสิ่งที่พวกเราตั้งใจทำกันวันนี้ทั้งหมดก็เสียแรงป่าวนะซิ มี่เสียงหนึ่งพูดขึ้นมาว่า "ไอ้กิ้กสวนแกและแน่ ฉันเหนื่อยฟรีๆเลยวันนี้ " ซึ่งเป็นเสียงเพื่อนอาของดิฉันเองค่ะ ถ้าให้เดาทุกคนต้องคิดเหมือนกันแน่นอน ยังงัยสวนต้องพังแน่ พวกเราก็รอดูจนฝนหยุดตกค่ะ ประมาณ 2 ชั่วโมงเห็นจะได้ แต่อะไรเกิดขึ้นทราบมั้ยค่ะ ทุกคนคาดการณ์ผิดค่ะ สวนยังอยุ่ปกติดี เหมือนเดิมค่ะแต่ก็มีบางส่วนที่เสียหายเล็กน้อย มันทำให้ดิฉันกลับคิดขึ้นมาได้ว่า เรารุ้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นล่วงหน้า เราคงจะหาทางป้องกันหรือเราก็คงจะเตรียมมือรับกับมัน แต่ในโลกนี้ ไม่มีอะไรที่แน่นอนจริงๆๆค่ะ สิ่งที่เราเห็นอาจไม่เป็นอย่างที่เราคิดเพราะตอนเช้าฟ้ายังเป็นสีฟ้าแต่ผ่านมาไม่กี่ชั่วโมงฟ้ายังเปลี่ยนได้เลยค่ะนับประสาอะไรกับชีวิตเราก็คงเปลียนได้เหมือนกัน แต่เราเลือกจะเปลี่ยนจากสีฟ้าเป็นสีเทา หรือว่าเราจะเปลี่ยนจากสีเทาเป็นสี ขึ้นอยุ่กับเราแล้วค่ะ