จำได้ว่าหลวงปู่มักวนมาที่ป่าช้าหลังวัดปีละครั้ง ไม่ก็สองปีครั้ง
เห็นสมณะ-3
โสภณ เปียสนิท
...........................
จำได้ว่าหลวงปู่มักวนมาที่ป่าช้าหลังวัดปีละครั้ง ไม่ก็สองปีครั้ง เป็นหน้าที่ของแม่ที่จะต้องชักชวนเพื่อนบ้านให้ไปทำบุญใส่บาตรหลวงปู่ แม่บอกว่า หลวงปู่มาโปรดชาวบ้าน เล็กก็คิดว่าใช่ เพราะได้กินขนมมากกว่าปกติ และที่สำคัญเขาได้คุยกับหลวงปู่มากกว่าใคร เพราะรับใช้หลวงปู่สารพัด
ท่านนิ่งไปครู่หนึ่ง รินน้ำจากกาข้างกายดื่มเล็กน้อย “เด็กต้องการตัวอย่างที่ดีจากผู้ใหญ่ ชาวโลกต้องการตัวอย่างที่ดีจากสมณะ” “อะไรหลวงปู่ สมณะ” “ก็พระนั่นแหละ แต่คำแปลมันต่างกันหน่อย พระแปลว่า ผู้ ประเสริฐ ส่วนสมณะ แปลว่า ผู้สงบ” “อ๋อ นั่งนิ่งๆ ก็เรียกสมณะ” เขากล่าวตามที่คิด หลวงปู่ยิ้มอารมณ์ดี “สมณคือ ผู้สงบด้วยศีล สมาธิ ปัญญา ระงับจากบาปทั้งปวง” “สงบอย่างไร” “สมณะ คือ ผู้สงบด้วยกาย วาจา ใจ” “สงบกายวาจาใจได้เรียกว่าสมณะ” “นั่นแหละ สมณะต้อง ไม่ทำอันตรายใคร ต้องไม่เห็นแก่ลาภ ต้องบำเพ็ญสมณธรรม ต้องบำเพ็ญตบะ” “อะไรครับหลวงปู่ สมณะธรรม ตบะ” “ก็แค่พยายามละลดกิเลส ราคะ โทสะ โมหะ” เขาฟังแล้วก็คิดเพลินๆ ไปเรื่อย หลายคำเขาไม่เข้าใจ แต่ที่แน่ๆ เขาจำเรื่องราวเหล่านั้นได้ชัดเจนในตอนนี้ ตอนที่ได้บวชหลายพรรษา
“ชาวบ้านควรตักบาตรพระใช่ไหม หลวงปู่” “ไม่ตักบาตร พระก็อดข้าวแย่ซิวะ” ท่านขำจนเหนื่อย แล้วสอนต่อ “คนควรประพฤติต่อสมณะ เช่น การเข้าไปหา เข้าไปบำรุง ต้องตามฟัง ต้องตามดูตามเห็น” “เห็นสมณะแล้วดีอย่างไรครับหลวงปู่” “มันทำให้จิตเลื่อมใส ให้การต้อนรับกราบไหว้ ให้อาสนะ ย่อมกำจัดความตระหนี่เสียได้ แจกจ่ายทานตามสติกำลัง ย่อมไต่ถามสอบสวนฟังธรรมจากสมณะ” “แล้วผมควรทำอย่างไรกับพระ” “ก็แค่ ต้อนรับด้วยไทยธรรมข้าวน้ำ กราบด้วยเบญจางคประดิษฐ์ ประนมมือไหว้ หรือดูด้วยจิตเลื่อมใส” “เรียกว่าได้บุญ ใช่เปล่าหลวงปู่” “ใช่ การเห็นสมณะได้บุญ ทำให้ได้สติคิดถึงบุญกุศล เกิดแรงบันดาลใจทำความดี ทำให้ตาแจ่มใส ทำให้ไม่ประมาท”
แถวบ้านไร่พนมทวนเห็นพระไม่ได้ครับ มีเรี่ยไร ชวบ้านต้องหลบกันวูบวาบ ฮ่าๆๆ ชอบเรื่องแบบนี้ครับ
เรียนคุณอุ้มบุญครับ
ขอยอมแพ้ครับ บันทึกไม่ทัน เตรียมสอนไม่ทัน ห้องเรียนเปิดปุ๊บมาปั๊บ อย่างนี้คะแนนเลย 100 ไปนานแล้ว
เรียนอ.ขจิตครับ ต้องค่อยๆ สังเกตนิดนะครับว่า "พระแจกซองหรือพระแจกธรรม" เรียกว่า "ต้องใคร่ครวญเสียก่อนแล้วจึงให้ทาน" นะครับ จึงจะดี
เป็นการเรียนรู้ที่จะได้ฝึกกาย วาจา ใจ จาก สมณะครับ
เข้าในเน็ทอ่านเรื่องราวต่างๆ พบเรื่องพระประกอบการเล่า จึงมาฝากท่าน อ.ขจิต เรียนถามท่านว่ามาจากไหน ท่านตอบว่า "มาจากบ้านไร่แถวพนมทวน" ฮาครับงานนี้
มีพระอยู่ 1 รูป เดินผ่านเข้าไปในเขตที่กำลังเกิดสงครามอยู่
จึงถูกทหารนายหนึ่งจับเป็น เชลย
แต่ว่าระหว่างทางที่ทหารจะพาพระกลับไปในเมือง
ก็ได้เดินผ่านร้านเหล้า จึงเกิดอยากเหล้าขึ้นมา
จึงได้แวะดื่มก่อน ทหารก็ได้คิดอย่างรอบคอบ
ก่อนที่จะเมาหลับไปจึงนำกุญแจมือล็อกพระติดกับตนเองไว้
หลังจากนั้นก็ได้เมาหลับไป.....
พระจึงแอบหยิบกุญแจมาไขแล้ว
จัดการสลับเสื้อผ้าของทหารกับพระ
จากนั้น...พระก็จัดการโกนผม ให้ทหารคนนั้น
เวลาผ่านไป จนกระทั่ง ทหารเริ่ม สร่าง (รึป่าวหว่า)
จึงตื่นขึ้นมาแล้วหันมองทางซ้ายทีทางขวาที
ก็ไม่เจอพระ จึง ส่องกระจก และมองชุดที่สวมใส่
จึงอุทานขึ้นว่า "พระยังอยู่ แล้วกูไปไหนว่ะ!!!"
ท่านผอ.พรชัย ชวนท่านอาจารย์ขจิต มาขำ น้ำตาไหลกับ ✿อุ้มบุญ✿ ทีค่ะ
สวัสดีครับอาจารย์โสภณ
พระธุดงม่านชอบอยุ๋ตามป่าเข้านะครับ ไม่ค่อยเดินผ่ากลางหมู่บ้านเท่าไหร่ เเต่ถ้าเป็นพระอย่าง อ.ขจิต ว่านั้น ก็ต้องหลบครับ ฮ่าๆๆๆ
ตามมาอ่านได้สามตอนแล้วนะคะ....
การเข้าถึงสมณะได้จะต้องทำบุญและความดีมากๆใช่ไหมค่ะอาจารย์
เรื่องขำๆของพระกับทหาร..ฮามากค่ะ
พระยังอยู่แล้วกูไปไหนว่ะ.....hahahahahaha
ขอเล่าเรื่องพระบ้างค่ะ
เรียนคุณอุ้มบุญ
พรุ่งนี้วันอาทิตย์ ผมเอง และวงศาคณาญาติ จะไปเป็นประธานกฐินสามัคคี1 กองที่สำนักสงฆ์เขาหินเทิน วัดใกล้บ้าน ขอให้อนุโมทนาบุญด้วยครับ จะได้บุญกันทั่วหน้า ใครอนุโมทนาก็ได้บุญแล้ว (ผมมีหลักฐานด้วยครับว่าพระสอนอย่างนี้) ให้นึกถึงการต่อเทียน ต่อๆ กันไป
เรียนครู
ไก่ครับ
ประเ้ด็นที่ฮาอยู่นี้ ไม่รู้ว่า พระอาจารย์สมปอง นำไปขยายแล้วหรือยัง ใครรู้ตอบด้วยครับ
มีเรื่องเล่าต่ออีกนิด
วันหนึ่งผีเข้าชาวบ้านข้างวัด บรรดาพ่อมดหมอผีต่างแสดงฤทธิเดชไล่ผีอย่างไรก็ไม่ออก จนหมดท่า จึงไปตามหลวงพ่อที่วัดมา เมื่อมาถึงท่านเดินเข้าไปใกล้แล้วถามว่าจะไปเองดีๆ หรือจะต้องให้ไล่ ผีบอกว่าไม่กลัว พระท่านหยิบซองผ้าป่าปึกเบ้อเร่อยื่นคำขาดว่า "ถ้าไม่ไปต้องเป็นเจ้าภาพตามจำนวนซองนี่" ได้ผลทันที ผีหงายหลังตึ้ง ออกทัน............ฮาครับ
เ้อ้า.....คุณครูป.1 เข้ามาร่วมงานอีกหนึ่งขำแล้ว ช่วยกันอ่านเร้ววววว
ขอบคุณสำหรับแง่คิดดีๆ และตามด้วยรอยยิ้มจากเรื่องเล่า
อีกสักเรื่องไหมคะ
เรียนท่านอาจารย์
เอ...แปลกใจครับ วันนี้นักกลอนมือเก่า คุณภาทิพ มามือเปล่า ไม่เอากลอนมาฝากเลยครับ
บันทึกนี้ดูจะครึกครื้นด้วยเรื่องขำๆ คุณยายไม่เล่าสัก "ขำ" หนึ่งหรือครับ