26 ตุลาคม 53
ยังอยู่ในโลกแห่งข่าวสารข้อมูลอยู่นะครับ ในความเป็นจริงในมวลชีวิตของคนเราล้วนแล้วแต่เกี่ยวพันกับการจัด เก็บข้อมูล ในความเป็น ไบโอ คอมพิวเตอร์ ระบบคอมพิวเตอร์ที่มีชีวิต ความสามารถจัดเก็บข่าวสารข้อมูลต่างๆ ของมนุษย์ที่มีชีวิตนั้น มีมากมายมหาศาลละเอียดละออเกินกว่าคอมพิวเตอร์ที่เราใช้ ฮาร์ดแวร์ ซอฟท์แวร์ มาเป็นเครื่องมือเป็นไหนๆ นี่ยังไม่รวมถึง การบันทึกข้อมูลที่มีฐานข้อมูลยิ่งใหญ่ระดับ เอกภพ จักรวาลที่เราอาศัยอยู่ ว่ามีระบบการบันทึกข้อมูล และประมวลผล ส่งผลออกมาเป็นสภาวะแวดล้อม และและการดำเนินชีวิตของมนุษย์ แต่ละคน ในทางศาสนา ระบบการบันทึกข้อมูล มีในทุกสภาวะแวดล้อม การบันทึกบุญ บันทึกบาป และ เราตระหนักถึงระบบความยุติธรรม ของผู้บริหารสูงสุด ไม่มีเหตุผลใด ที่ การกระทำของเราในเชิง บาป หรือบุญ จะได้รับผลตอบแทนในทางตรงข้าม เพราะฉะนั้น การกระทำดี ก็ต้องได้รับผลตอบแทนที่ดี การกระทำชั่วก็ย่อมได้รับตอบแทนในแนวเดียวกันกับ การกระทำ ในเชิงศาสนา อะไรล่ะเป็นผู้จัดเก็บข้อมูล เหล่านี้ อันดับแรกคือคอมพิวเตอร์ ในตัวมนุษย์ และที่แปลกยิ่งกว่านั้นคือผู้รู้ทางศาสนาเคยเล่าสู่ผมฟังว่า ในทุกสภาวะแวดล้อมไม่ว่าสิ่งนั้นจะมีชีวิต หรือไม่มีชีวิต ก็ล้วนแล้วมีระบบการบันทึกข้อมูล สามารถบันทึกข้อมูลทั้งหมด และ รอวันที่มีการจัดการระบบที่ดีที่สุดสิ่งเหล่านั้นจะรายงานผลการบันทึกข้อมูล โดยเฉพาะการบันทึกคุณความดี ความบาปของมนุษย์ ต้นไม้ก็สามารถออกรายงานพฤติกรรมมนุษย์ ที่สัมผัสผ่านเข้ามา ก้อนหินก็สามารถเล่าเรื่องราวของมนุษย์ ที่ผ่านมาในหน้าสัมผัสที่ก้อนหินสามารถสแกนได้ ดังนั้นไม่ว่าในที่ลับหรือที่แจ้ง มีระบบการบันทึกไว้ทั้งหมด ดังนั้นไม่แปลกต่อคำกล่าวที่ว่าแม้เพียงเราเด็ดดอกไม้เพียงหนึ่งดอกก็สะเทือนถึงดวงดาว เพราะ ทุกกริยาอาการ มีการบันทึกและประมวลผล ส่งผลต่อสภาพแวดล้อม และความเป็นไปตลอดเวลา
ลองหันมาดูในโลกแห่งชีวิตประจำวันของเรา การเป็นผู้ซื้อ นั้นเป็นการงานที่ผู้คนถนัดมากที่สุด ในทางกลับกัน ถ้าหากการให้เป็นผู้ขาย หลายคนก็หันหลังให้เพราะ สิ่งเหล่านี้เป็นหน้าที่ของเซลส์แมน เพราะฉะนั้นการซื้อจึงเป็น กิจกรรมถนัดของผู้คนในประเทศเรา และไม่แปลกเลย ที่ร้านค้าสะดวกซื้อเลขที่ เจ็ดทับ สิบเอ็ด จะเป็นที่ต้อนรับนักซื้อ อย่างโกลาหล จนต้อเข้าคิวกันจ่ายเงิน และสร้างความหงุดหงิดขึ้นมาเมื่อนึกถึงว่าเป็นร้านที่สะดวกที่สุด แต่อย่างไรร้านนี้ก็แปลกที่สุด คือขายของโดยไม่ต้องมีเซลส์ มีเพียงพนักงานเก็บเงินที่ทำหน้าที่พูดประโยคไม่กี่ประโยค เป็นอันว่าเสร็จภารกิจ รับ ซาลาเปา ขนมจีบเพิ่มไหมครับ ก็แค่นั้น แล้วเซลส์อยู่ที่ไหน นักศึกษาลองคิดดูนะครับว่าอะไรเป็นผู้ขายของให้กับเรา ทุกคนคงไม่นึกถึงนะครับ ว่าระบบการจัดการข่าวสารข้อมูล ทำหน้าที่เป็นเซลส์ ให้กับเรา ชั้น เชลฟ์ ตำแหน่งของสินค้า แสงไฟ เวลา ความเย็นของเครื่องปรับอากาศ เป็นเซลส์ให้กับเราโดยอัตโนมัติ และที่สำคัญที่สุดเมื่อเราปิดการซื้อ ตรงข้ามกับปิดการขายนะครับ เพราะปิดการซื้อเราเสียเงิน แต่ปิดการขายเราได้เงิน เราคิดว่าจะหยุดซื่อแล้วแต่สินค้าที่วางอยู่หน้าเรา ตรงเคาน์เตอร์แคชเชียร์ ก็ยังเป็นเซลส์ ให้เราต้องซื้อเพิ่มกับสิ่งที่เรานึกไม่ถึง เอาเป็นว่าทุกย่างก้าว ที่เข้ามาในร้านสะดวกซื้อแห่งนี้ คุณคือข้อมูลดิบของร้านแห่งนี้ พฤติกรรมที่คุณหยิบ สินค้า คุณเลือกสินค้า ถูกบันทึกทั้งหมดเมื่อเวลา คุณเข้ามาในร้าน และ ถูกนำไปวิเคราะห์เพื่อให้ คุณมีความสุข มีความสะดวก ในการเลือกซื้อสินค้ามากที่สุด จากข้อมูลดิบเหล่านี้ผู้ทำหน้าที่เป็นแคชเชียร์เองอาจไม่ทราบถึงระบบการประมวลผลว่าใช้โปรแกรมประยุกต์ใดๆ แต่ก็รับรู้ว่า การดำเนิงการของร้านเป็นไปอย่างราบรื่น สินค้ามีครบ ไม่ขาดสำหรับลูกค้าที่ต้องการซื้อ แต่เราในฐานะผู้เรียนรู้และใช้ชีวิตในสังคมแห่งความเป็นจริง จึงไม่อาจจะละเลย องค์ความรู้ในการบริหารจัดการข้อมูล อย่างรวดเร็ว และแม่นยำที่โลกธุรกิจกำลัง ดำเนินการอย่างที่เราไม่รู้เนื้อรู้ตัว จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่เราจะต้อเรียนรู้ว่า ทุกย่างก้าวที่เราก้าวเข้าไปในร้านสะดวกซื้อแห่งนี้ ได้เพิ่มอัตราส่วนในการทำกำไร ต่อตารางฟุต ของร้านทันที เพิ่มอัตราส่วนการทำกำไรต่อชั่วโมงของร้านทันที ทุกครั้งที่หยิบของและจ่ายเงิน กระเทือนถึง ผู้ผลิต ผู้จัดระบบการขนส่ง และผู้ออกแบบเลย์เอาท์ ของร้านทันที และคำถามทิ้งท้ายสองคำถาม คือ พื้นที่ตารางฟุต ของนักเรียน นักศึกษา ได้ทำกำไร ให้กับเราเองเท่าไร ในแต่ละวัน เราจะมุ่งแต่เด็ดดอกไม้ให้สะเทือนถึงดวงดาวหรือ จะจัดการความรู้ ข้อมูลของเราให้กระเทือนถึงเส้นทางอนาคตอันมั่งคั่งทั้งทางโลก และ จิตวิญญาณ