ความสงบ ความสันโดษ วันนี้เป็นวันเริ่มต้นจริงๆ ของการสัมผัสบางสิ่งบางอย่างที่ รับรู้ได้ว่า เป็นวันที่เบาสบาย

22 ตุลาคม 2553

     การบันทึกมีส่วนให้ตัวเราเองได้ กลับมาหาบางสิ่งบางอย่างที่ผ่านเข้ามาและ ทำให้เราตระหนักคิด และยิ่งกว่านั้นคือว่าจะทำให้สิ่งที่ผ่านมาเป็นประโยชน์ต่อ ผู้คนรอบข้างอย่างไร
  
     เช้าวันนี้ได้หยิบเอาหนังสือเล่มหนึ่งที่วางซ่อนอยู่ในกระเป๋าที่ มีหนังสือหลากหลายบรรจุอยู่ เป็นกระเป๋าแหล่งสะสมความรู้ ที่ถูกละเลยมานาน  เป็นหนังสือที่ชื่อว่า จัดระเบียบชีวิต มอบให้เป็นตัวแทนความจริงใจ ที่คุณโอสถ กลวิงก์  เพื่อนที่เคยร่วมงาน ที่ไม่เพียงแต่เป็นเพื่อนร่วมงานแต่เป็นเพื่อนที่ร่วมหัวใจเดียวกัน ที่มุ่งสร้างสันติ ความดีงาม ให้แก่ผู้คนรอบข้าง  หนังสือเล่มนี้ทำให้ผมต้อง ย้อนนึกถึง บางสิ่งบางอย่างที่ควรทำ แต่บางครั้งเราละเลยที่จะทำมัน และสิ่งที่บอกเล่าในหนังสือเล่มนี้ คือการเขียน  “บันทึกรายวัน “ วันนี้จึงเป็นวันเริ่มต้น ของการบันทึก และหวังว่าในวันๆ แห่งความเคลื่อนไหว และ ความคิด คำนึง ที่เกิดขึ้นจะช่วยสร้างสรรค์ ให้ผู้คนรอบข้าง ได้ประโยชน์ ทั้งด้านการงานและแง่มุม ความคิดปรัชญาและศาสนา  ทั้งนี้จึงต้อขอขอบคุณ คุณโอสถ กลวิงก์ เพื่อนผู้ดีพร้อมอีกครั้ง และขอบคุณองค์พระผู้เป็นเจ้า ที่ประทานทุกสิ่งทุกอย่างลงมา เพื่อน  ผู้คน  ห้วงเวลา และตัวอักษรที่ปรากฏนี้    

    ความสงบ ความสันโดษ  วันนี้เป็นวันเริ่มต้นจริงๆ ของการสัมผัสบางสิ่งบางอย่างที่ รับรู้ได้ว่า เป็นวันที่เบาสบาย การตัดสินใจที่จะก้าวผ่านภาระบางอย่างที่ต้องเร่งรัดตัวเอง ให้ ทำมันให้เสร็จ ในภาวะที่จำกัดด้วยเวลา การตัดสินใจเพื่อขยายขอบเขตเวลาออกไปทำให้ กลับกลายเป็นสิ่งที่ทำให้รู้สึกปลอดโปร่งและพร้อมที่จะเริ่ม ทำสิ่งนั้นใหม่ให้เต็มประสิทธิภาพ นี่เป็นการตัดสินใจ ที่ไม่ได้เหลือบ่ากว่าแรง ที่จะตัดสินใจ แต่ด้วยความคาดหวัง สิ่งแวดล้อม รอบๆ ตัวเรา และที่สุดก็คือตัวเราเอง ที่ประมวลสิ่งแวดล้อมนั้นมา กดดันตัวเอง ทำให้ต้องตกอยู่ในห้วงแห่งความกังวล ไร้อิสระ จิตตกต่ำ ความรู้สึกต่ำต้อย กว่าจะผ่านมาได้ก็ต้อง นั่งดู ด้านเนื้อในจิต ของ ตนเองเป็นเวลานาน  ความเบาสบายจึงได้ผ่านเข้ามาสัมผัส  ภารกิจต่อเนื่องของวันที่เบาสบาย คือการมีภารกิจ ที่ต้องมาอยู่เป็นเพื่อนแม่ ที่อำเภอเล็กๆ แห่งหนึ่งในจังหวัดลำปาง แม่ไม่ค่อยและจุดสูงสุดคือ ต้องไป โรงพยาบาล ด้วยการอาศัยเพื่อนข้างบ้านที่จะต้องไปโรงพยาบาลอยู่แล้ว  แต่แม่ก็ต้องตัดสินใจอยู่นานเพราะว่า แม่คิดว่าตัวแม่เองยังทนกับความเจ็บป่วยนั้นได้  แม่อยู่บ้านเพียงคนเดียวกับ สุนัขที่ซื่อสัตย์ คือ ขะนิล สุนัขผู้ที่คอยเฝ้าระแวดระวังภัย และ ข่มขู่ผู้แปลกหน้าที่ไม่ได้รับเชิญเข้ามายังเขตธรณีรั้วบ้าน และที่เก่งที่สุดคือการกำจัดงูทุกประเภทที่เข้ามาย่ำกรายในเขตบ้าน   การมาอยู่เป็นเพื่อนแม่ในครั้งนี้แตกต่างกว่าทุกๆครั้งที่ผ่านมา การมาครั้งนี้มาด้วยความโปร่งเบาสบาย ไม่มีภารกิจ ไม่มีเกียรติยศ ไม่ มีแม้แต่เงินตรา แต่มาด้วยสารธาร สายเลือดแห่งความเป็นแม่เป็นลูก ที่ไม่มีเงื่อนไขใดๆ  ความสงบเงียบ จึงเข้ามาในชีวิต ได้ทันที เมื่อย่างเท้าเข้ามาสัมผัสบ้านที่ มีแม่และความสงัด สันโดษรออยู่นับเป็นเวลาเกือบ ห้าสิบปี ที่ ลูกได้มีชีวิต ในโลกนี้   ที่บ้านของแม่แม้ว่าจะอยู่ในตัวอำเภอ ก็เป็นอำเภอที่สงบเงียบ  บริเวณหน้าบ้านแม่มีสวนเล็กๆ ต้นไม้หลากหลายชนิด ที่แม่ปลูก ไว้เป็นพืชที่กินได้ ต้นไม้เหล่านั้นยืนสงบนิ่งแม้ความเคลื่อนไหวของการเติบโต ก็ไม่สามารถจับได้ ในความสงบนิ่งนั้นได้สอดแทรกเก็บเรื่องราวมากนานา ของชีวิตแม่และครอบครัวเราที่ล่วงเลยมาไม่ละเลยแม้เสี้ยววินาที   เสียงนก ร้องรับกัน หลากหลายชนิดนกที่สลับกันมากินหมากผล ที่แม่ปลูก ถึงแม้จะเป็นสรรพเสียงที่สอดแทรก เข้ามาในโสตประสาท แต่ก็เป็น เสียงธรรมชาติ ที่กลับกันกับเสียงอึกทึกในเมืองใหญ่ที่ ที่ทำให้จิตใจเราโลดแล่นไปกับโลก แห่งความคาดหวัง และสับสน ความต้องการที่ไม่หยุดยั้ง แต่เสียงธรรมชาติเหล่านี้ กลับให้ใจสงบเย็น นิ่งอย่างนั้นเนิ่นนาน